น่าเป็นห่วง? Baidu แฝด Google สัญชาติจีนขาดทุนครั้งแรก

น่าเป็นห่วง? Baidu แฝด Google สัญชาติจีนขาดทุนครั้งแรก
Thumbsup

สนับสนุนเนื้อหา

ถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 สำหรับ Baidu เสิร์ชเอนจิ้นสไตล์เดียวกับ Google ของจีนที่กำลังเร่งลงทุนต่อเนื่องด้านปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีไฮเทคอื่นจนทำให้เริ่มเข้าเนื้อส่อแววติดตัวแดง ล่าสุด Baidu โชว์ตัวเลขขาดทุนเป็นไตรมาสแรกเพราะต้นทุนการดำเนินงานสูงลิ่ว ทั้งที่ยังครองส่วนแบ่งใหญ่ของตลาดเสิร์ชแดนมังกร

 สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา Baidu ระบุว่าขาดทุนสุทธิ 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในซึ่งเป็นการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่ Baidu เข้าตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2005 ตัวเลขขาดทุนนี้เทียบไม่ติดเมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิ 6,690 ล้านหยวน (970 ล้านดอลลาร์) ที่เคยทำได้ในปีก่อน

Baidu ระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านเนื้อหาในไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 47% เป็น 917 ล้านดอลลาร์ ผลจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในบริการชื่อ iQiyi ซึ่งถูกวางตัวเป็นบริการวิดีโอสตรีมมิ่งสไตล์ Netflix ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ 621 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 26%

Baidu ยักษ์ใหญ่ต้องเปลี่ยน

วันนี้ Baidu ยังคงเป็นบริการค้นหาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 67% (ข้อมูลจาก StatCounter) แต่นักวิเคราะห์มองว่าแม้ Baidu จะได้รับผลตอบแทนมหาศาลจากโฆษณาบนระบบเสิร์ชเอนจิ้นในยุคพีซี แต่เมื่อผู้บริโภคเริ่มเมินการเสิร์ชและเลือกใช้บริการบนโทรศัพท์มือถือผ่านคำแนะนำหรือรีวิว ระบบค้นหาอย่าง Baidu จึงกำลังสูญเสียแรงดึงดูดจากนักโฆษณาแบบเห็นได้ชัด

แน่นอนว่า Baidu รู้ดีว่าโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคทองของระบบแนะนำหรือ recommendations บริษัทไอทีอย่าง Baidu พยายามปรับตัวด้วยการเพิ่มฟีดข่าวที่ปรับให้เป็นส่วนตัวหรือ personalized news feed ลงในแอปเสิร์ชเอนจิ้นของตัวเองในปี 2016 ซึ่งจะทำให้ระบบสามารถเสนอหรือแนะนำเนื้อหาที่เชื่อว่าบุคคลนั้นจะสนใจ แทนที่จะรอให้ผู้ใช้ป้อนสิ่งที่กำลังมองหา แน่นอนว่า Baidu ไม่ใช่รายเดียวที่ให้บริการในแนวคิดนี้ แต่มีอีกหลายเจ้าที่พยายามพัฒนาธุรกิจโฆษณาบนโมเดลนี้

สิ่งที่สัมผัสได้ในขณะนี้คือนักการตลาดกำลังสนใจโฆษณาแบบ feed-based ads อย่างมาก เพราะตลาดนี้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นจาก 5,200 ล้านหยวน (750 ล้านดอลลาร์) ในปี 2014 มาเป็น 166,200 ล้านหยวนในปี 2019 ตามการประมาณการของบริษัท วิจัย Analysys

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ 2 ขาของ Baidu ไม่อาจสร้างรายได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายมหาศาลที่รออยู่ จุดนี้ทำให้ Baidu ถูกจับตาว่าจะตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคโทรศัพท์มือถือได้หรือไม่แม้บริษัทจะเปลี่ยนชื่อจาก “ธุรกิจเสิร์ช” มาเป็น ”ธุรกิจโมบาย” แล้ว รวมถึงการปรับโครงสร้างภายในบริษัท Baidu ที่ธุรกิจโฆษณาคิดเป็นกว่า 90% ของรายได้

ผู้ใช้ยังเพิ่มขึ้น

สถิติที่น่าสนใจขณะนี้คือ Baidu มีผู้ใช้งานประจำวันราว 174 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบเป็นรายปี รายรับในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 24,100 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบเป็นรายปี

คาดว่า Baidu จะยังมีรายจ่ายเรื่องการพัฒนาระบบ AI ต่อเนื่องเพราะ AI จะเพิ่มเขี้ยวเล็บให้การทำฟีด algorithm-powered feed ที่ใช้อัลกอริธึมของ Baidu แข็งแกร่งขึ้น จุดนี้ Baidu ถูกจับตามองเป็นพิเศษเพราะ Lu Qi ผู้บริหารนักวิทยาศาสตร์ชื่อเสียงระดับโลกนั้นลาเก้าอี้ COO ของบริษัทไปแล้ว แต่ Baidu ก็ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยี AI ซึ่งในปี 2018 ยักษ์ใหญ่อย่าง Baidu การันตีว่าระบบผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะของ Baidu นั้นถูกใช้ในมากกว่า 200 ล้านอุปกรณ์แล้ว.

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด