รีวิว "OnePlus 6T" อีกหนึ่งรุ่นที่สเปคท็อป อัดเทคโนโลยีเต็มพิกัด แต่ราคาไม่แพงจริงจัง

รีวิว "OnePlus 6T" อีกหนึ่งรุ่นที่สเปคท็อป อัดเทคโนโลยีเต็มพิกัด แต่ราคาไม่แพงจริงจัง

กลับมาพบดีรีวิว Gadget และ Smart Phone จากทีม Sanook! Hitech กันอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ก็ขอสวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่านก่อนเพราะบทความนี้จะออกวันที่ 1 มกราคม อย่างที่ได้พูดเอาไว้ครับ แน่นอนว่าปีใหม่ทั้งทีเราก็มีของแรงที่ราคาไม่แรงมากมาแนะนำอย่าง OnePlus 6T มือถือที่ได้ชื่อว่า ดีที่สุดในกลุ่มราคาไม่ถึง 2 หมื่น แม้ว่าสเปคท็อปอาจจะราคาสูงกว่านั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูกันว่า มือถือรุ่นนี้มีดีที่ไหนและควรซื้อหรือไม่

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ OnePlus 6T

สำหรับหน้าตาแรกเห็นจากด้านหน้าของ OnePlus 6T เลือกใช้หน้าจอแบบ AMOLED เพราะมีการติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอเข้าไป แต่ว่าหน้าจอนั้นยังคงได้ขนาด 6.41 นิ้วเท่ากับ OnePlus 6 และความละเอียดให้เท่ากันคือ 2340x1080 พิกเซล รองรับทัชสกรีนได้ 10 จุด แนะนำว่าหากต้องการประหยัดพลังงาน ใช้ภาพโทนสีดำ จะช่วยได้เยอะกับหน้าจอประเภทนี้

เลื่อนมาดูด้านบนของหน้าจอจะมีกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับ Notch ขนาดเล็กและมีเซนเซอร์ครบครัน นอกจากนี้ยังได้ไฟแจ้งเตือนสถานะของเครื่องมาให้และมีเซนเซอร์อยู่ข้างบนทั้ง proximity และตัววัดแสงหน้าจอ เป็นต้น ส่วนบนสุดเป็นลำโพงตัวเครื่อง หากต้องการปิด Notch ก็สามารถเข้าไปที่ Setting >Display > Notch Display แล้วเลือกอันที่ 2 ตามภาพ

ด้านล่างสุดจะเป็นปุ่มกด Recent, Home และ Back หากต้องการใช้ Google Assistant ให้กดค้างที่ปุ่ม Home แต่เนื่องจาก OnePlus 6T ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Pie ทำให้ปุ่มทั้งหมดสามารถเปลี่ยนได้ 3 แบบคือ ปุ่มปกติ, เหลือแค่ปุ่ม Home และ Back หากต้องการสลับ Apps ต้องเลื่อนขึ้นจาก Home ค้าง และ Gesture ทั้งหมด ประกอบไปด้วยการเลื่อนขึ้นแล้วปล่อยเหมือน iPhone คือกลับหน้า Home เลื่อนขึ้นค้างไว้ คือ Recent Apps ไว้สลับหน้าการทำงาน และเลื่อนทางขวามือ คือการย้อนกลับ

รอบตัวเครื่องออกแบบได้เรียบเนียนพร้อมกับผิววัสดุคุณภาพ และสีที่ได้มารีวิวคือ Mirror Black จะมีความมันวาวเป็นพิเศษ ประกอบด้วยฝั่งซ้ายของเครื่องจะเป็นถาดใส่ซิม Dual Nano SIM พร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียงที่มีขนาดกำลังดี

ฝั่งขวามีปุ่มปรับระดับ Profile เสียงของเครื่อง บนสุดคือ Slient ไม่มีเสียงและสั่น กลางคือระบบสั่น ล่าสุดทั้งเสียงและสั่น ถัดลงมาคือปุ่มเปิดปิดเครื่องและพักหน้าจอ

บนสุดของเครื่องเป็นที่อยู่ของไมโครโฟนตัวที่ 2 ไว้ตัดเสียงรบกวน

ล่างสุดของเครื่องจะเป็นที่อยู่ของไมโครโฟนตัวเครื่อง, USB-C และ ลำโพงตัวเครื่อง

พลิกมาด้านหลังจะมีความคล้ายกับ OnePlus 6 ทุกประการทั้งการจัดวางกล้องคู่ 16 + 20 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash ตำแหน่งการวางโลโก้ OnePlus แต่ว่าทั้งหมดต่างกันแค่ ระบบสแกนลายนิ้วมือไม่ได้อยู่จุดนี้แล้วนั่นเอง

ฟิลลิ่งที่ได้สัมผัส / น้ำหนัก / สีที่จำหน่ายในไทย

เมื่อได้จับเรียบร้อยต้องบอกว่าตัวเครื่องมีความเงางามและสวยงามเหมือนกับ OnePlus 6 และเรียบง่ายกว่าเมื่อไม่มีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังทำให้เครื่องดูกลมกลืนมากขึ้น แต่ก็ต้องระวังเพราะสี Mirror Black ค่อนข้างเงาและเป็นรอยง่าย ส่วนน้ำหนัก ไม่ได้รู้สึกหนักกว่าเดิม และสีของเครื่องมีขายทั้งหมดในประเทศไทยไทยได้แก่ Midnight Black ดำด้าน และ Mirror Black ดำเงา นี่ไม่รวมเวอร์ชั่นพิเศษ McLaren Edition จะเป็นสีดำและมีการประดับขอบด้วยสีส้มมะละกอดูดุดัน และสีม่วงแบบ Twotone ที่สวยงามอย่าง Thunder Purple ที่เพิ่งเข้ามาจำหน่ายเป็นรุ่นพิเศษ

เปิดเครื่องลองฟีเจอร์ของ OnePlus 6T

เมื่อเปิดเครื่อง OnePlus 6T ขึ้นมาสังเกตได้ว่าเครื่องค่อนข้างทำงานได้รวดเร็วอย่างมาก ติดไวมากเลยทีเดียว เบื้องหลังของการทำงานไวมีสเปคพร้อมรายละเอียนดังนี้

รายละเอียดของ OnePlus 6T เวอร์ชั่นปกติ ไม่รวมถึงรุ่น McLaren Edition

  • มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบขนาด 6.41 นิ้ว มาพร้อมจอ Opti AMOLED display, ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล อัตตราส่วน 19.5:9
  • ขนาด 157.5 x 74.8 x 8.2 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 185 กรัม
  • มาตรฐานกันน้ำ / กันฝุ่น : ไม่ระบุข้อมูล
  • ระบบปฏิบัติการ : Oxygen OS 9.0.5 พื้นฐาน Android 9.0 Pie
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 845 Octa Core 1.7 + 2.8GHz
  • หน่วยความจำแรม (RAM) 6 - 8GB 
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) 128 - 256GB 
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม (Dual SIM) เท่านั้น
  • กล้องด้านหลังคู่มาพร้อมกับรายละเอียดดังนี้
    • 16 MP, f/1.7, 25mm (wide), 1/2.6", 1.22µm, OIS, PDAF
    • 20 MP (16 MP effective), f/1.7, 25mm (wide), 1/2.8", 1.0µm, PDAF
    • LED Flash
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล F2.0
  • พอร์ตเสียบ : USB-C ทั้งหมดเพียงช่องเดียว
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11AC, Bluetooth 5.0, OTG, GPS (A-GPS)
  • Sensor : Fingerprint (under display), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ความจุ 3700 mAh (Standard Battery) + Warp Charge (5V/4A 20W)
  • ระบบความปลอดภัย : ระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D + สแกนลายนิ้วมือฝั่งกับหน้าจอ
  • สี: Thunder Purple, Mirror Black, Midnight Black
  • ราคา: 18,999 – 22,999 บาท

การทดสอบประสิทธิภาพ / การลองเล่นเกม

ผลการทดสอบประสิทธิภาพที่ทีม Sanook! Hitech ได้ทดลองทั้ง Antutu คะแนนจะอยู่ที่ 295179 คะแนนถือว่าสูงมาก

อีกด้านทาง Geekbench 4 ผลที่ได้คือ Single Core 2355 คะแนน และ Multi Core ที่ 9035 คะแนน

ผลคะแนนที่ได้ส่งผลให้การทำงานของเครื่องที่ออกมาลื่นไหล จากการทดลองเล่นเกมต่างๆ โดยเฉพาะ Asphalt 9 Legend และ PUBG Mobile การแสดงผลไม่กระตุกและลื่นไหล ความร้อนที่เกิดขึ้นยังมีอยู่บ้าง

การเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ

ในด้านการเชื่อมต่อถือว่าทำได้ทันสมัยเพราะรองรับทั้ง WiFi AC, Bluetooth 5.0 ส่วนการนำทางไว้ใจได้และใช้งานได้ดีเหมือนกันทั้งในเมืองและการออกนอกเมือง

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์ของเครื่อง / ระบบความปลอดภัย

 

ระบบปฏิบัติการของ OnePlus 6T มีการเปลี่ยนมาใช้ Oxygen OS 9.0.5 รุ่นใหม่พร้อมกับ Android Pie ที่สามารถปรับแต่งหน้าตาและปุ่มควบคุมได้อย่างง่ายดาย และมี Notification ที่มี Quick Setting และรวมไปถึง ปุ่มกดด้านล่างที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ 3 แบบ

และมี Ambient Display แสดงข้อมูลที่จำเป็นเวลาที่ไม่ได้ใช้เครื่องแต่ไม่ได้ติดตลอดเวลา

ฟีเจอร์ในส่วนนี้ยังคงมีเครื่องมือพื้นฐานมาให้และมี OnePlus Community แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและดูฟีเจอร์ใหม่ของ OnePlus พร้อมกับโปรแกรมย้ายของเข้าบ้านใหม่ หมายถึง Content จากมือถือเครื่องเก่ามาเครื่องใหม่

op_face_1
op_scanfi

ระบบความปลอดภัยนั้น OnePlus 6T มีให้ 2 ระบบคือ สแกนใบหน้าแบบ 2D ทำงานได้เร็วมาก แต่ว่า จะไม่สามารถใช้งานกลางคืนดีเท่าไหร่ ส่วนอีกระบบคือการแสดงลายนิ้วมือในหน้าจอที่ทำงานได้เร็วมากแตะทีเดียวก็ติดและเลย

การแสดงผลภาพและระบบเสียง

 

สำหรับหน้าจอ AMOLED และความละเอียด Full HD+ ของ OnePlus 6T คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสดใสของภาพเพราะออกมาถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนระบบเสียงยังให้แค่ลำโพงด้านล่างตัวเดียว และมีระบบเสียง Dirac HD มาให้คุณภาพเมื่อเปิดจะต้องเสียบหูฟังเท่านั้นออกมาเสียงจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าต่อ Bluetooth ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก

เปิดกล้องลองประสิทธิภาพ

สำหรับกล้องหลังของ OnePlus 6T นั้นก็ยังยืนยันว่าใช้สเปคเดียวกับ OnePlus 6 ทุกประการนั่นคือกล้องหลังคู่ขนาด 16 + 20 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบโฟกัสแบบ PDAF และมี LED Flash นอกจากนี้ยังได้ในเรื่องของระบบกันสั่นมาให้ด้วย และมี LED Flash แบบ Two Tone มาให้เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าสเปคกล้องถือว่ามาเต็มอย่างมาก

และสำหรับหน้าตาของ Interface กล้องยังคงเหมือนกับ OnePlus 6 เช่นเดียวกัน โดยการทำงานนั้นจะมีโหมดให้เลือกหลากหลาย แต่คุณต้องปัดขึ้นเพื่อเลือก สำหรับ Auto Mode จะมี AI ที่เลือกลักษณะของภาพที่ทำงานได้ดี รองรับการถ่ายภาพได้หลากหลายและ Pro Mode ค่อนข้างปรับได้เยอะมาก

การถ่ายภาพในสภาพแสงปกติ

 img_20181219_093414
img_20181219_093753
img_20181219_095153
img_20181222_145852

การทำงานของกล้องถือว่าทำได้ดีในสภาพแสงปกติและมีจุดเด่นในเรื่องของการโฟกัสที่เรียกได้ว่าแม่นยำเหมือนกัน

การถ่ายภาพในที่แสงน้อย

 img_20181214_201410

img_20181214_200605
img_20181214_200655
img_20181217_215638

สำหรับความพิเศษของ OnePlus 6T คือจะมีฟีเจอร์ Nightscape ที่ช่วยยืดเวลาในการประมวลผลออกไปอีกในเวลาการถ่ายภาพกลางคืน สิ่งที่ได้คือ ภาพจะมีความสว่างมากขึ้น แต่ว่าเมื่อมีการยืดเวลาออกสิ่งที่คุณต้องทำคือ อยู่นิ่งๆ ไม่งั้นภาพจะค่อนข้างไหว และวัตถุถ้าไม่หยุดนิ่ง อาจจะหายไปได้ หรือ เหลือแค่แสงเท่านั้น ภาพรวมออกมาถือว่าน่าประทับใจดี แต่โหมดนี้จะทำงานต่อเมื่อ แสงน้อยจริง หรือเข้า Night Mode เท่านั้น

การถ่ายภาพระยะใกล้ หรือ บุคคล

 

img_20181214_204516
img_20181215_131716
img_20181215_141705

OnePlus 6T มีจุดเด่นในเรื่องของระบบ Auto Focus ที่ฉลาดและรวดเร็วอย่างมาก ทำให้คุณไม่พลาดในการถ่ายงานในหลายๆ แบบด้วยกันและมี Portrait Mode มาให้แม้ว่าจะแอบดูหลอกเป็น Software ไปหน่อยก็ตามที

การถ่ายวิดีโอจาก OnePlus 6T เป็นอย่างไร

สำหรับวิดีโอของ OnePlus 6T รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K 60 FPS เมื่อได้ลองถ่ายออกมาถือว่าค่อนข้างน่าประทับในเรื่องของแสงและสี อาจจะมีความไม่นิ่งบ้างเพราะใช้ EIS เข้ามาเสริม แต่ก็พอที่จะให้คุณได้เห็นว่ามันก็ทำงานได้เหมือนกัน

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลของ OnePlus 6T เป็นอย่างไร

 

กล้องหน้า OnePlus 6T ยังคงใช้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับรูรับแสง F2.0 ทำให้การละลายหลังทำได้ดีเหมือนกัน และมี Beauty Mode ที่เป็นทั้ง AI และการปรับได้ด้วยมือคุณเองเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นอีกฟีเจอร์ปรับภาพที่ละเอียดดีใช้ได้ผลงานออกมาถือว่าดูดีครับ น่าเสียดายที่ไม่มีสติ๊กเกอร์อะไรให้เล่น

แบตเตอรี่ และ การชาร์จไฟ

 

สำหรับแบเตอรี่ของ OnePlus 6T มีการขยายเป็น 3700 mAh ถือว่าใหญ่ขึ้น จากการทดลองใช้งานก็สามารถอยู่ได้ทั้งวันอย่างสบายๆ แต่ว่าผลการทดสอบจาก PC Mark ระบุว่ามันอยู่ได้ที่ 9 ชั่วโมง 39 นาที จากเต็ม 100 – 19%

ส่วนเรื่องการชาร์จไฟนั้นไม่ต้องห่วง หากใช้อุปกรณ์ติดกล่องจะมีเทคโนโลยี Warp Charge ที่เรียกได้ว่า 30 นาทีคุณก็มีไฟไว้ใช้งานยาวนานแทบจะทั้งวันได้ เลยครับ แต่ถ้าใช้ที่ชาร์จปกติ ก็จะวิ่งเข้า Quick Charge 3.0 อาจจะไม่เร็วทันใจเท่าไหร่นัก

สรุปหลังจากทีมงาน Sanook! Hitech ได้สัมผัส OnePlus 6T ในระยะเวลาหนึ่ง

เป็นอีกมือถือที่มีดีทั้งด้านศักยภาพในการเล่นเกม และ การใช้งานจริงพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สวยงามอย่างมาก OnePlus 6T ถือว่าเป็นอีกมือถือที่ใครต้องการสเปคมือถือแรงแต่มีเงินไม่ได้มาก และต้องการความครบจะตอบโจทย์มากอีกรุ่นหนึ่งเพราะราคามีให้เลือกดังนี้

  • OnePlus 6T สี Midnight Black หรือ Mirror Black RAM 6GB / ความจำ 128GB ราคา 18,999 บาท
  • OnePlus 6T สี Thunder Purple RAM 8GB / ROM 128GB ราคาเพียง 20,999 บาท
  • OnePlus 6T สี Mirror Black RAM 8GB / ความจำ 256GB ราคา 22,999 บาท
  • OnePlus 6T McLaren Edition RAM 10GB / ความจำ 256GB ราคา 25,999 บาท

เรียกได้ว่าทำเอามือถือค่ายบนบางรุ่นแทบจะไม่มีที่อยู่เลยก็ว่าได้ แต่สเปคของเครื่องก็มีความใกล้เคียงกับ Xiaomi Mi 8 Pro ที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ แต่ว่าจะเลือกตัวไหนคงต้องตัดสินใจเอาเอง สุดท้ายกับ OnePlus 6T นี่คือมือถือที่อันฟีเจอร์ทันสมัย ไม่ลืมความแรงและราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าคุณครับ

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องสวยและดูดี
  • ได้ Android รุ่นใหม่
  • มีสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ
  • กล้องมีประสิทธิภาพดีมากขึ้นกว่าเดิม
  • แบตเตอรี่ชาร์จไฟเร็วมาก
  • ราคาไม่แรงเกินไป

ข้อสังเกต

  • ไม่ได้ระบุกันน้ำแบบไหน
  • การถ่ายภาพกลางคืนต้องนิ่งมากกว่ามือถือตัวอื่นถึงได้ภาพสวย
  • วิดีโอยังกันสั่นแค่พอใช้

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด