จริงหรือไม่ สื่อนอกเผย ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า Android แย่กว่า iPhone

จริงหรือไม่ สื่อนอกเผย ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า Android แย่กว่า iPhone

จริงหรือไม่ สื่อนอกเผย ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า Android แย่กว่า iPhone
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักข่าว Forbes จากต่างประเทศเผยว่า ระบบการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค (Face Recognition) ของ Android นั้นยังคงสามารถหลอกได้อยู่ ในขณะที่ของ iPhone X นั้นไม่สามารถหลอกได้ ซึ่งเขาก็ได้ทำการทดสอบด้วยวิธีการพิเศษกับมือถือทั้ง 5 รุ่นดังต่อไปนี้ LG G7 ThinQ Samsung S9 Samsung Note 8 OnePlus 6 และ iPhone X

วิธีทดสอบ

เขาได้ใช้การสร้างหน้ากากของตัวเองขึ้นผ่านการถ่ายจากสตูดิโอเฉพาะทางที่ใช้กล้อง 50 ตัวถ่ายแบบ 360 องศาและดึงเอาภาพที่ได้มาพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ 3D Printer พร้อมกับทำการแต่งสีให้เหมือนตัวจริงที่สุด (แต่จมูกแหว่งไปนิดนึง) ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงาน Backface studio ใน Birmingham, U.K. (สนนราคามากกว่า 300 ปอนด์หรือประมาณ 12,400 บาทเรียกว่าเป็นการทดสอบที่แพงเอาเรื่อง)

หลังจากแต่งสีเรียบร้อย ก็ทำการทดสอบปลดล็อคหน้าจอด้วยการนำเอาหน้าจริงของเขาทำการ Scan เพื่อลงทะเบียนไปก่อน หลังจากนั้นก็ทดสอบโดยการนำเอาหน้ากากมาสแกนเพื่อลองปลดล็อคมือถือ ผลจากการทดสอบก็แสดงให้เห็นว่า มือถือ Android ทั้ง 4 รุ่นที่มีระบบปลดล็อคใบหน้า สามารถถูกปลดล็อคด้วยหน้ากากจำลองได้ แต่ในขณะที่มือถือ iPhone X นั้นไม่สามารถปลดล็อคได้ เพราะมีระบบ Face ID ที่ใช้การจดจำใบหน้าแบบสามมิติโดยใช้ TrueDepth Camera จึงทำให้การหลอกด้วยหน้ากากที่สร้างขึ้นมาไม่ได้

สิ่งที่เขาไม่ได้ทดสอบ

แต่สิ่งที่เขายังไม่ได้ทดสอบคือ ระบบการสแกนใบหน้า 3 มิติที่มีบน Huawei Mate 20 และ OPPO Find X ซึ่งทั้งคู่มีระบบสแกนใบหน้า 3 มิติเช่นเดียวกันกับ iPhone X (แต่ใช้คนละเทคโลยี) จึงบอกได้ไม่ 100% ว่าการปลดล็อคใบหน้าด้วยมือถือ Android นั้นแย่กว่า iOS ได้แบบเต็มปากจริง ๆ

ความคิดเห็นจากแบไต๋

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการทดสอบที่ดีในด้านการทดสอบความปลอดภัยของข้อมูล เพราะทำให้เรารู้ว่า มีโอกาสที่มือถือของเราจะโดนปลดล็อคได้ แต่แท้จริงแล้วการทำเช่นนี้ไม่ได้ง่ายเลย อย่างที่เห็นคือ เขาต้องลงทุนกว่า 300 ปอนด์ หรือกว่า 12,400 บาทเพื่อทำการสร้างหน้ากากเสมือนจริงขึ้นมา ใช้เวลาหลายวันและช่างฝีมือในการแต่งสีออกมาให้สมจริง จึงจะสามารถปลดล็อค (คน ๆ นั้น) ได้ ซึ่งการที่จะได้หน้าคน ๆ นั้นมาก็ต้องให้เขาไปถ่ายภาพจากสตูดิโอ ออกมา หรือใช้โปรแกรมบางอย่างเพื่อเอาภาพเขาแบบ 3 มิติออกมา จึงเรียกได้ว่าการทดสอบครั้งนี้ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงการปลดล็อคมือถือที่ถูกโจรกรรมได้จริง ๆ ครับ