รีวิว "Samsung Galaxy Note 9" ฉบับสมบูรณ์ของมือถือเรือธงมีปากกาสุดฉลาด

รีวิว "Samsung Galaxy Note 9" ฉบับสมบูรณ์ของมือถือเรือธงมีปากกาสุดฉลาด

เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็มที่ Samsung Galaxy Note 9 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการและตอนนี้หลายคนก็ถือในมือแล้ว ซึ่งทีมงาน Sanook! Hitech ก็เพิ่งจะได้รับ Samsung Galaxy Note 9 ซึ่งมี 2 สเปคในประเทศไทยเลยทีเดียว มาดูกันว่า มันจะสร้างความประทับใจได้มากแค่ไหน

สเปคของ Samsung Galaxy Note 9 (สเปคจำหน่ายในประเทศไทย)

- ขนาดตัวเครื่อง 161.9 x 76.4 x 8.8 มิลลิเมตร

- สีตัวเครื่อง Midnight Black, Metallic Copper, Ocean Blue พร้อมปากกาสีเหลือง

- น้ำหนัก 207 กรัม

- CPU / GPU Exynos 9810 Octa Core (Quad Core 2.7 + Quad Core 1.8 GHz) / Mali G72MP18

- RAM 6GB (มี 8GB ในล็อตแรก)

- ความจุในตัว 128GB (มี 512GB ในล็อตแรก)

- เพิ่มความจำได้ด้วย Micro SD 512GB

- ความถี่ 2G 850 / 900 / 1800 / 1900

- ความถี่ 3G 850 / 900 / 1900 / 2100 HSDPA

- ความถี่ 4G LTE Cat 18 1.2Gbps /200Mbps

- WiFi 802.11 b/g/n/ac, Bluetooth V5.0

- หน้าจอ 6.4 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด 2960x1440

- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล (F1.7)

- กล้องหลัง เลนส์คู่ขนาด 12 (Dual Aperture F2.4 – F1.5) + 12 (Tele Photo F2.4) ล้านพิกเซล + Auto Focus(Dual Pixel) และ Flash

- แบตเตอรี่ 4000 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo + Samsung Experience 9.5

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่องและการออกแบบดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 9

เริ่มต้นจากหน้าจอของ Samsung Galaxy Note 9 ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Samsung อีกครั้งกับการขยายหน้าจอไปเป็น 6.4 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด 2960x1440 หรือ QHD+ รองรับมัลติทัช 10 จุด สีสันไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคย

 Samsung Galaxy Note 9

ส่วนบนมีความครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Iris Scan, proximity ระบบวัดแสงสว่างหน้าจอ, ระบบตรวจจับใบหน้า กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล และลำโพงสนทนาที่เป็นลำโพงตัวเครื่องด้วย

 Samsung Galaxy Note 9

ส่วนล่างเป็นปุ่มกดที่อยู่ในหน้าจอ เนื่องจากอัตราส่วนของหน้าจอแบบ 18:9 ค่อนข้างกว้างใหญ่เอาการ

 Samsung Galaxy Note 9

ด้านข้างมีความแตกต่างจาก Galaxy S9 เพราะเมื่อเทียบกัน เพราะมีการใช้ขอบเป็นโลหะ แต่มีการใช้เทคโนโลยีการตัดแบบ Diamond Cut ทำให้ขอบมีมิติและความเงางามกำลังดีเลยฝั่งซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงพร้อมกับปุ่มเรียกคำสั่ง Bixby

 Samsung Galaxy Note 9

ฝั่งขวามีปุ่มเปิดเปิดเครื่องสีเดียวกับเครื่อง

 Samsung Galaxy Note 9

ด้านบนนอกจากจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2 ของเครื่องแล้วยังเป็นที่อยู่ของช่องใส่ซิมการ์ด ที่สามารถใส่ได้ 2 ช่อง และ Micro SD สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ของเครื่อง

Samsung Galaxy Note 9

ถาดใส่ซิมของ Samsung Galaxy Note 9

ด้านล่างมีช่องเสียบ USB-C, ไมโครโฟน และหูฟัง มีที่เก็บปากกา S Pen และลำโพงตัวเครื่องอีกลูกเช่นเดียวกัน

Samsung Galaxy Note 9

Samsung Galaxy Note 9

ด้านหลังของ Samsung Galaxy Note 9 ติดตั้งกล้องหลังคู่แบบแนวนอน โดยกล้องตัวนอกสุดเป็นกล้อง Tele Photo กล้องตัวในมีขนาด 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับรูรับแสงที่ปรับขนาดได้ นอกจากนี้ยังมี LED Flash และเซนเซอร์วัดชีพจรของเครื่อง แถมมีการย้ายระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ข้างล่างพร้อมกับโลโก้ Samsung

 Samsung Galaxy Note 9

ข้อดีของการย้ายระบบสแกนลายนิ้วมือไว้ตำแหน่งใต้กล้องนอกจากใช้สะดวกแล้วยังป้องกันนิ้วไปโดนกล้องโดยไม่ตั้งใจได้เช่นกัน Samsung Galaxy Note 9 ในประเทศไทย มีสีให้เลือก 3 สีคือ ดำ Midnight Black, น้ำตาล Metaillc Copper และ น้ำเงิน Ocean Blue ที่มีปากกาสีเหลือง แต่ที่ที่เหลือสีปากกาตามเครื่องนะ

Samsung Galaxy Note 9

เปิดเครื่องใช้งาน Samsung Galaxy Note 9 พร้อมการทดสอบฟังก์ชันต่างๆ

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเปิดเครื่องคือ ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ที่จุดเด่นคือปรับให้สเถียรมากกว่าเดิม น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ Android Pie ในตอนนี้ และมาพร้อมกับ Samsung Experience 9.5 รุ่นล่าสุด

ลูกเล่นเด่นๆ ของ Samsung Galaxy Note 9 ที่ได้สัมผัสมานั้นมีมากมายและหลายเรื่องโดยเฉพาะระบบความปลอดภัยที่นอกเหนือจากระบบสแกนใบหน้าและม่านตาที่ใช้ร่วมกันได้ ยังมีสแกนลายนิ้วมือ พร้อมกับระบบเก็บความลับ Secure Folder ทำงานผ่าน Samsung KNOX เรียกได้ว่าปลอดภัยระดับต้นๆ ของวงการ และของเล่นอื่นๆ ยังคงเป็นมาตรฐานของ Samsung ครบครัน

Offscreen Memo ของ Samsung Galaxy Note 9

S Pen รุ่นใหม่ที่นอกเหนือจากการเขียนและรองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ ยังมีเครื่องมือครบทั้งการส่องเพื่อแปลภาษา, ใช้บันทึกข้อมูลเร่งด่วน, ใช้วางภาพข้อความแบบ Live Message เมื่อรวมกับ AR Emoji ทำมีอะไรที่น่าสนใจมากขึ้น รวมไปถึง การเขียนบนหน้าจอและเพิ่มเติมลูกเล่นของ Air Command ได้ แถมด้วย Off Screen Memo ยังได้ใช้สีเดียวกับปากกาของคุณ ยกเว้นสีดำที่จะได้เส้นสีขาว ฟีเจอร์นี้ปิดได้

แต่ความสามารถของปากกาไม่ได้หมดเท่านี้ ยังรองรับการสั่งงานผ่าน Bluetooth ทั้งเปิดกล้องแล้วถ่ายภาพ, ใช้เป็นเครื่องอัดเสียง, สั่นเลื่อนสไลด์, หรือใช้งานอื่นๆ ได้อีกมากมาย โดยแบตเตอรี่ของปากกาใช้งานได้ 30 นาที แต่ชาร์จไฟไวมากเพียง 40 นาที และต่อให้แบตเตอรี่ปากกาหมด คุณก็สามารถเขียนได้ตามปกติแค่จะสั่งงานไม่ได้เท่านั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่น PenUP ชุมชนของคนวาดภาพบนมือถือที่สามารถแชร์แลกเปลี่ยนภาพได้และมีภาพพร้อมให้ลงสีอีกด้วย และมีเครื่องมือครบเครื่องมากมายตามที่เห็นเรียกได้ว่าครบเครื่อง

ส่วนฟีเจอร์ลับของเครื่องจะมีทั้ง

  • Samsung Dex จัดมาให้เต็มที่ แต่สำหรับสายที่เป็นรุ่นโปรโมทของ Note 9 จะชาร์จไฟไม่ได้ แต่ถ้าเป็น Dex Pad จะชาร์จไฟและเล่นไปได้ และ Dex Station เสียใจด้วย หน้าจอจะไม่ติดนะ
  • Bixby หน้าตาใหม่สั่งงานได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่รองรับภาษาไทยอยู่ดี

ระบบเสียงของ Samsung Galaxy Note 9 มีลำโพงให้ทั้งด้านบนและด้านล่าง พร้อมกับปรับจูนเสียงโดย AKG ติดตั้ง Dolby ATMOS มาให้ คุณภาพเสียงดีและปรับได้เยอะ

 Benchmark ของ Samsung Galaxy Note 9 128GB

ในเรื่องศักยภาพของตัวเครื่องรุ่นนี้ยังคงใช้ CPU Exynos 9810 เหมือนกับ Galaxy S9 พร้อมกับ RAM 6GB ความจำในตัว 128GB แม้ว่าไม่ได้ต่างอะไรจาก S9 แต่เมื่อมีระบบระบายความร้อนที่เขาบอกว่าใช้ Water Cabon Cooling มาให้ทำให้ใช้งานเรื่อย ๆ ไม่ได้ร้อนเท่าไหร่

คะแนนประสิทธิภาพของรุ่น 512GB

แต่ว่าเมื่อสเปคเครื่องของคุณได้ RAM 8GB พร้อมกับความจำในตัว 512GB ก็จะได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้ชัดเจน แต่ความจริง 6GB ก็เพียงพอแล้วครับ ทั้งคู่เพิ่ม MicroSD สูงสุดที่ 512GB

ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 4000 mAh เรียกได้ว่าใหญ่กว่าเดิม และทนทานขึ้น แม้ว่าเวลาของโปรแกรม PC Mark อาจจะดูน้อยไปหน่อย จากทดลองนั้นเป็นรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำเช่น Social + เล่นเกม รวมถึงการโทรเข้า โทรออกด้วย ถือว่าใช้ได้ทั้งวัน แต่ถ้าเล่นเกมอย่างเดียวอาจจะหมดช่วงเย็น ตัวเครื่องยังรองรับ Quick Charge ทั้งแบบสายและ Wireless Charge แบบด่วนได้

ประสิทธิภาพกล้องของ Samsung Galaxy Note 9 เป็นอย่างไร

เริ่มต้นจากกล้องหน้าก่อนดีกว่า กับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F1.7 ถ่ายภาพได้ทุกสภาพแสง และมีลูกเล่นแต่งหน้าแบบเต็มที่ทั้งสำเร็จรูป หรือจะเป็นการแต่งเอง นอกจากนี้ยังสามารถละลายหลัง หรือถ่ายแบบ Panorama รวมถึงใช้ AR Emoji ได้

ส่วนกล้องหลังยังคงเป็นเลนส์คู่ขนาด 12 ล้านพิกเซล แบ่งออกเป็นตัวแรกเป็นเลนส์ที่มีรูรับแสง F1.5 – F2.4 สามารถปรับได้อัตโนมัติ อีกตัวเป็นแบบ Tele Photo F2.4 การทำงานเหมือนกับ Samsung Galaxy S9+ เพียงแต่ว่า Galaxy Note 9 มีฟีเจอร์ปรับสีอัตโนมัติ หรือ Intelligent Camera ช่วยให้การถ่ายภาพสวยมากขึ้น นอกจากนี้ลูกเล่นของกล้องถึงแม้จะเหมือนเดิม แต่ระบบโฟกัสภาพของ Note 9 ทำผลงานได้ดีขึ้นกว่า Galaxy S9+ เล็กน้อย แต่การทำงานของ AI แอบช้าอยู่ คงต้องพัฒนาต่อไป

ส่วนการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K 60 FPS พร้อมกับใส่กันสั่นมาให้ นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ Super Slowmotion 960 FPS และมีรูปแบบที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างจากการทดลองถ่ายภาพด้วย Samsung Galaxy Note 9

1120171
20180823_124317
20180825_122242
20180828_185315

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

(หมายเหตุ : รับชมต่อได้ใน Gallery ด้านล่างนี้)

สรุปผลหลังทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ทดสอบและลองเล่น  Samsung Galaxy Note 9 มาสักระยะ

ถึงแม้ว่า Samsung Galaxy Note 9 จะออกมาด้วยหน้าตาที่เหมือนเดิม แต่ถ้าสังเกตได้มันมีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของฟีเจอร์พอสมควร แม้ว่าสำหรับคนใช้รุ่นที่แล้วจะบอกว่า มันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็ได้ และที่ชอบคือปากกา S Pen กับการสั่งงานได้สะดวกกว่าเดิมมากมายเลยล่ะ กับแบตเตอรี่ทนขึ้น

ส่วนราคาของ Samsung Galaxy Note 9 อยู่ที่ 33,900 บาท ซึ่งเป็นราคาเท่ากับ Samsung Galaxy Note 8 เมื่อตอนเปิดตัว แต่สำหรับคนที่ถามหารุ่น 512GB ว่าเท่าไหร่ คำตอบคือ 39,900 บาท แต่ไม่มีขายแล้วนะ

Samsung Galaxy Note 9

เทียบกับคู่แข่งอาจจะมีได้หลายตัว แต่มือถือรุ่นนี้ เหมาะกับคนที่ชอบซีรีย์นี้ที่ตื่นเต้นกับของใหม่ หรือคนที่จะย้ายค่าย อยากใช้ที่สุดของ Samsung และคนที่ใช้มือถือเก่าอย่าง Galaxy Note 5 ก็ถึงเวลาเปลี่ยนจะได้เพิ่มความตื่นเต้นมาอีกสุดท้าย Samsung Galaxy Note 9 เปรียบเหมือนกับ สมุดเล่มเดิม เพิ่มเติมคือสีสันและรูปแบบของการสั่งงานที่ฉลาดขึ้นกว่าเดิมมากมาย และตอบโจทย์คนใช้งานจริงมากกว่าเดิม เหลือแค่รับได้ไหมกับจุดเด่นและข้อควรปรับปรุงสิ่งต่างๆ เหล่านี้

สรุปจุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 9

  • หน้าจอใหญ่และคมชัดอย่างมาก
  • ประสิทธิภาพดีขึ้นแต่เย็นลงเมื่อทำงานหนัก
  • แบตเตอรี่ทนกว่าเดิม
  • S Pen เป็นได้มากกว่าแค่วาด
  • ลูกเล่นตัวเครื่องครบครัน
  • ระบบกันสั่นของกล้องทำงานได้ดีมาก

สรุปจุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมหากต้องการซื้อ Samsung Galaxy Note 9

  • ราคาเครื่องเปล่ามองว่าแพงไปหน่อย
  • Quick Charge ยังไม่ชาร์จไฟเร็วเท่าคู่แข่ง
  • Intelligent Camera ยังต้องเวลาเรียนรู้การทำงาน

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด