ก้าวที่ยิ่งใหญ่ เปิดตัว Nikon Z7 และ Z6 กล้องฟลูเฟรมตระกูลใหม่พร้อม Z Mount และระบบเลนส์ใหม่

ก้าวที่ยิ่งใหญ่ เปิดตัว Nikon Z7 และ Z6 กล้องฟลูเฟรมตระกูลใหม่พร้อม Z Mount และระบบเลนส์ใหม่
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจาก Nikon ส่งทีเซอร์ถึง Z Mount ระบบเลนส์ใหม่ที่จะเปิดประตูนิคอนเข้าสู่โลก Mirrorless อย่างยิ่งใหญ่มานานร่วมเดือน วันนี้นิคอนก็ได้เปิดตัวกล้องใหม่ 2 ตัวที่ใช้ระบบเลนส์ใหม่เป็นชุดแรกคือ Nikon Z7 และ Nikon Z6 พร้อมเลนส์ใหม่ในตระกูล Z อีก 3 ตัว ถือเป็นการเริ่มศักราชใหม่ในวงการกล้องที่นิคอนหวังจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองอีกครั้ง

Nikon Z-Mount เมาท์เลนส์ใหม่ในรอบ 60 ปี

ใครที่ใช้กล้องนิคอนอยู่ต้องคุ้นเคยกับ F-Mount เป็นอย่างดี เพราะเป็นข้อต่อเลนส์กับกล้องที่ใช้มายาวนานตั้งแต่ปี 1959 โดยเริ่มใช้กับกล้อง Nikon F เป็นตัวแรก ซึ่งการที่ F Mount ใช้มายาวนาน ทำให้มีเลนส์ในระบบนี้จำนวนมาก ซึ่งผู้ใช้กล้อง Nikon ในปัจจุบันก็สามารถใส่เลนส์ F Mount ได้ทุกตัวทั้งแต่ยุคแรกในสมัย Nikon F (แต่ก็จะใช้ฟังก์ชั่นของกล้องหลายอย่างไม่ได้ ถ้าเป็นเลนส์ที่เก่ามากๆ)

แต่ข้อจำกัดของ F-Mount คือมันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้มาตั้งแต่กล้อง SLR ที่มีกระจกคั่นกลางในสมัยฟิล์ม เลนส์ในระบบ F-Mount จึงออกแบบให้ทำงานโดยท้ายเลนส์กับเซนเซอร์ห่างกันมาก เพื่อเว้นพื้นที่ให้กระจกอยู่ (ระยะตัวนี้เราเรียกว่า FFD หรือ Flange focal distance) ซึ่งพอมาในยุคปัจจุบันที่เป็นกล้อง Mirrorless หรือกล้องไม่มีกระจกสะท้อนภาพไปยังช่องมองภาพแล้ว ทำให้เราไม่สามารถใช้เลนส์ในโลก SLR เดิมได้ เพราะเป็นเลนส์ที่มีระยะ FFD เยอะ ทางออกของผู้ผลิตต่างๆ จึงต้องออกระบบเลนส์ใหม่เพื่อกล้องในยุค mirrorless โดยเฉพาะ เช่น E-Mount ของ Sony, X-Mount ของ Fuji, Nikon 1-Mount ของนิคอนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนค่ายใหญ่อย่าง Canon ก็ออก EF-M ขึ้นมาเพื่อใช้กับกล้องในตระกูล M โดยเฉพาะ และ Z-Mount ระบบใหม่ของ Nikon

ระยะ FFD คือแบบนี้ ภาพบนคือกล้อง DSLR ส่วนภาพล่างคือกล้อง Mirrorless

F-Mount นั้นมีระยะ FFD ที่ 46.5 mm แปลว่าท้ายเลนส์ต้องอยู่ห่างจากเซนเซอร์ถึง 4.65 ซม. แต่ Z-Mount นั้นมีระยะ FFD แค่ 16 mm หรือท้ายเลนส์อยู่ห่างจากเซนเซอร์แค่ 1.6 ซม. จึงสามารถสร้างกล้องที่บางกว่ากล้อง DSLR ที่ใช้ F-Mount ได้ แล้วถ้าต้องการนำเลนส์ F-Mount กลับมาใช้ ก็แค่ต่ออแดปเตอร์ FTZ ไปเข้าเพื่อขยายระยะ FFD ให้เหมาะสำหรับเลนส์ F-Mount เดิม ก็จะใช้เลนส์เก่าทั้งหมดได้แล้ว (แต่ก็ต้องแบกกล้องหนักขึ้นอีกนิดจากน้ำหนักของอแดปเตอร์)

อแดปเตอร์ FTZ แปลงเลนส์ F-Mount เป็น Z-Mount

นอกจากนี้ Z-Mount ยังมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 49 มม. เทียบกับ F-Mount เดิมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 44 มม. ก็ทำให้พัฒนาเลนส์ที่มีท้ายเลนส์ใหญ่ขึ้นได้ ก็น่าจะทำให้สร้างเลนส์ที่สว่างขึ้นได้ด้วย แต่ขนาดเซนเซอร์นั้นก็ยังใช้เป็น Full Frame เท่ากับฟิล์ม 35 mm เท่าเดิมครับ

ซึ่งการที่ Nikon เปิดตัว Z-Mount ก็อาจมองได้ว่าคือการเริ่มต้นอนาคตที่สร้างจากรากฐานของเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อใช้ต่อไปในอนาคตอีกหลายสิบปีครับ ก็ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญของค่ายกล้องยักษ์ใหญ่ที่มีเลนส์เยอะๆ ครับ

Nikon Z7 กล้องเรือธงความละเอียด 46 ล้านพิกเซล

แน่นอนว่ากล้องตัวแรกในระบบ Z-Mount ที่เปิดตัวออกมา ก็ต้องเป็นกล้องระดับเรือธงที่อัดแน่นเทคโนโลยีใหม่เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า Nikon นั้นเจ๋งแค่ไหนครับ ซึ่งกล้องตัวนั้นก็คือ Nikon Z7

Nikon Z7 เป็นกล้องความละเอียดสูง 46 ล้านพิกเซลใช้เซนเซอร์ backside-illuminated CMOS แบบ Full-frame สามารถตั้ง ISO ได้ตั้งแต่ 64 – 25,600 และใช้หน่วยประมวลผล EXPEED 6 ที่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 9 fps

ในยุคกล้อง DSLR นิคอนนั้นขึ้นชื่อเรื่องระบบโฟกัส (เวลามองผ่านช่องมองภาพ) มากนะครับ แต่ดันตกม้าตายเมื่อต้องโฟกัสแบบ Live-view หรือเวลาถ่ายวิดีโอ เพราะต้องใช้เทคโนโลยีโฟกัสอีกแบบที่นิคอนไม่ถนัดด้านนี้ ที่นี้พอมาถึง Nikon Z7 ก็เลยอัดระบบโฟกัสชุดใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานแบบกล้อง Mirrorless โดยเฉพาะ ยัดจุดโฟกัสเข้าไป 493 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 90% ของภาพ ซึ่งก็น่าจะโฟกัสเร็วใช้ได้แหละ

Nikon Z6 กล้องรุ่นน้องที่เหมาะสำหรับคนทั่วไป

ในขณะที่ Z7 คือกล้องที่อัดเทคโนโลยีสุดขอบของนิคอนลงไป แล้วก็ตั้งราคาสูงตามเทคโนโลยี แต่ Nikon Z6 คือกล้องที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ครับ ด้วยความละเอียดลดลงมาครึ่งหนึ่งเหลือ 25 ล้านพิกเซล และจุดโฟกัสลดลงมาเหลือ 273 จุด แต่เนื่องจากความละเอียดภาพลดลงมา ทำให้มีข้อดีหลายอย่าง คือทำให้มีความไวแสงสูงกว่า คือมี ISO 100 – 51,200 พร้อมถ่ายภาพต่อเนื่องได้ไวกว่าที่ 12 fps

นอกจากนี้สำหรับคนที่จะใช้กล้องเพื่องานวิดีโอ Nikon Z6 ยังสามารถบันทึกภาพ 4K แบบเต็มเซนเซอร์ได้ด้วย ทำให้ไม่เสียช่วงกว้างของเลนส์ไป ซึ่ง Z7 ทำไม่ได้ ต้องครอปภาพลงมา เพราะหน่วยประมวลผลไม่สามารถจัดการกับความละเอียดมหาศาลเวลาบันทึกวิดีโอได้ทัน

ความต่างของ Nikon Z7 กับ Nikon Z6

ความสามารถที่เหมือนกันของ Nikon Z7 และ Nikon Z6

นอกจากเรื่องความละเอียดและจำนวนจุดโฟกัสแล้ว Z7 กับ Z6 นั้นมีความสามารถสนับสนุนช่างภาพในระดับเดียวกันครับ ซึ่งเป็นระดับที่ดีเลย อย่างแรกคือการออกแบบกล้อง แม้ว่ากล้องจะตัวเล็กลงเมื่อเทียบกับ DSLR เกรดโปรของนิคอน แต่ก็ยังมีกริปจับขนาดใหญ่ และปุ่มควบคุมต่างๆ ตามเอกลักษณ์ของนิคอนที่คุ้นเคยกันดี ส่วนด้านบนก็มีจอ LCD เล็กๆ สำหรับดูสถานะกล้องเหมือนเดิม ที่สำคัญคือมันกันฝุ่นได้ดี และกันน้ำได้ระดับหนึ่งเลย ตากล้องขาลุยก็ไม่ต้องห่วงกล้องมากนัก

กล้องทั้งสองรุ่นนั้นมี EVF หรือช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด 3.69 ล้านพิกเซล ให้ภาพครอบคลุม 100% ของภาพที่บันทึกได้ และมีจอหลังขนาด 3.2 นิ้วความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซลแบบสัมผัสได้และพลิกได้

ที่สำคัญคือทั้ง Z7 และ Z6 นั้นมาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้องแบบขยับเซนเซอร์ 5 แกน ซึ่งสามารถชดเชยการสั่นไหวได้ถึง 5 stop ซึ่งเป็นครั้งแรกของนิคอนที่ใส่ระบบแบบนี้ลงไปในตัวกล้อง และก็ยังทำได้ด้วยแม้จะใส่เลนส์ F-mount

ส่วนความสามารถในการบันทึกวิดีโอก็ทำได้ดีกว่ากล้องนิคอนรุ่นเดิมๆ คือสามารถบันทึกเป็น 4K ได้ สามารถส่งสัญญาณภาพออกจากกล้องแบบ 10-bit N-Log และรองรับการถ่ายภาพ 120 fps ที่ความละเอียด 1080p

กล้อง Nikon Z6 กับเลนส์ Nikkor F

ที่แปลกใจคือกล้อง Nikon Z ทั้ง 2 รุ่นไม่ได้ใช้ SD Card แล้ว (เสียบไม่ได้เลย) แต่ไปใช้การ์ดยุคใหม่ที่มีความเร็วสูงกว่าอย่าง XQD Card แทน ก็ถือเป็นการก้าวสู่อนาคตอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ต้องลำบากผู้ใช้ต้องหาตัวอ่านการ์ด XQD มาเพิ่ม และต้องซื้อการ์ดใหม่เพราะใช้กับกล้องแบรนด์อื่นๆ ไม่ได้ (ก็เห็นแต่นิคอนนี้แหละที่ใช้การ์ด XQD)

ทั้ง Nikon Z7 และ Z6 นั้นมีน้ำหนักบอดี้ที่ 675 กรัมครับ เบากว่า Nikon D850 ที่หนัก 1,005 กรัมเยอะ

เลนส์ใหม่ 3 ตัวที่เปิดตัวพร้อมกล้อง

กล้อง Nikon Z7 และ Nikon Z6 ระบบเลนส์ใหม่ ก็ต้องมีเลนส์ใหม่ออกมารองรับด้วย ซึ่งในงานเปิดตัวครั้งนี้ นิคอนเปิดตัวเลนส์ 3 ตัวคือ

Nikkor Z 24-70mm f/4 S Nikkor Z 35mm f/1.8 S Nikkor Z 50mm f/1.8 S

โดยตัว S ที่ชื่อเลนส์นั้นหมายถึงเป็นเลนส์เกรดดี มีการเคลือบ Nano Crystal ลดแสงสะท้อน และออกแบบให้ทนกว่าปกติ มีการซีลป้องกันฝุ่นและน้ำระดับหนึ่ง

แผนเลนส์ในอนาคตของ Nikon Z

เลนส์ Nikkor 58 mm f/0.95 สุดบ้าพลัง

นิคอนยังประกาศว่ากำลังพัฒนาเลนส์บ้าพลังอีกตัวหนึ่งคือ Nikkor Z 58mm f/0.95 S NOCT เลนส์หมุนมือที่สว่างที่สุดตั้งแต่นิคอนเคยทำกันมา เพื่อโชว์ศักยภาพของ Z-Mount ส่วนเลนส์อื่นๆ ก็จะออกตามมาอีกเป็นแผงตามภาพครับ

ราคา Nikon Z7 และ Nikon Z6 Nikon Z7 เปิดตัวที่ราคา $3,399 หรือ 113,000 บาท ส่วนชุดพร้อมเลนส์ 24-79 f/4 จะขาย $3,999 หรือ 133,000 บาท วางขายวันที่ 27 กันยายนนี้ Nikon Z6 เปิดตัวที่ราคา $1,995 หรือ 66,000 บาท ส่วนชุดพร้อมเลนส์ 24-70 f/4 จะขาย $2599 หรือ 86,000 บาท วางขายช่วงเดือนพฤศจิกายน อแดปเตอร์แปลงเลนส์ FTZ ขายราคา $250 หรือ 8,300 บาท

ตัวอย่างภาพจาก Nikon Z7 และ Nikon Z6

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด