เปรียบเทียบ Xiaomi Redmi 6 และ Xiaomi Redmi 5 ต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

เปรียบเทียบ Xiaomi Redmi 6 และ Xiaomi Redmi 5 ต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Xiaomi Redmi 6 สมาร์ทโฟนสเปกคุ้มรุ่นใหม่ในตระกูล Redmi ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านดีไซน์หน้าจอแบบ Full View และสเปกแบบครบเครื่อง รวมทั้ง ทาง Xiaomi ยังเปิดราคาออกมาได้น่าสนใจ เริ่มต้นที่ 799 หยวน หรือประมาณ 4,000 บาท เท่านั้น ทำให้เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนระดับกลางที่น่าจับตามองอีกหนึ่งรุ่น

อย่างไรก็ดี หลายท่านอาจกำลังสงสัยว่า Redmi 6 ที่เพิ่งเปิดตัวออกมานั้น มีความแตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Redmi 5 ที่กำลังวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างไรบ้าง  วันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงขอโอกาสนำ Redmi 6 และ Redmi 5 มาเปรียบเทียบคุณสมบัติเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้แก่ทุกท่าน หากพร้อมแล้ว เราไปติดตามกันเลยครับ

*หมายเหตุ : Xiaomi Redmi 5 อ้างอิงข้อมูลมาจากรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย

สำหรับ Redmi 6 และ Redmi 5 ยังคงมีดีไซน์ด้านหน้าโดยรวมที่คล้ายคลึงกัน ด้วยหน้าจอแบบ Full Screen พร้อมอัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 18:9 ตามสมัยนิยม ทำให้รับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้อย่างกว้างเต็มตา แต่ทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างในเรื่องของขนาดหน้าจอ ที่ Redmi 6 มาพร้อมกับจอขนาดเล็กกว่าด้วยขนาด 5.45 นิ้ว อย่างไรก็ดี ทั้งสองรุ่นมีความละเอียดของหน้าจอเท่ากันที่ระดับ HD+ (1440x720 พิกเซล)

ด้านสเปกภายในก็มีความแตกต่างเช่นเดียวกัน โดย Redmi 6 มาพร้อมกับความจุของตัวเครื่องเยอะกว่าที่ 64GB พร้อมมีการปรับไปใช้ชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่จากค่าย MediaTek ภายใต้ชื่อรุ่น Helio P22 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตแบบ 8 แกนประมวลผล ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 12 นาโนเมตร ทำให้มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังมี NeuroPilot สำหรับเข้ามาช่วยประมวลผลงานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี Redmi 6 อาจดูเสียเปรียบกว่า Redmi 5 เล็กน้อยในเรื่องของความจุแบตเตอรี่น้อยกว่าที่ 3000mAh แต่หากพิจารณาจากการใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากกว่า ทำให้ระยะเวลาการใช้งานจริงอาจไม่แตกต่างกันมากนัก

ส่วนด้านการถ่ายภาพก็มีความแตกต่างกันพอสมควร เนื่องจาก Redmi 6 ปรับไปใช้งานระบบกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล ต่างจาก Redmi 5 ที่เลือกใช้กล้องหลังเพียงแค่ตัวเดียว นอกจากนี้ กล้องหลังของ Redmi 6 ยังมีความน่าสนใจในเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยยกระดับการถ่ายภาพให้ง่ายขึ้น และยังมีโหมดการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait) ให้ใช้งานด้วย ส่วนกล้องหน้าของทั้งสองรุ่น ยังมีความละเอียดเท่ากันที่ 5 ล้านพิกเซล แต่กล้องหน้าของ Redmi 6 มีลูกเล่นที่ได้เปรียบเล็กน้อยตรงที่สามารถถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมทั้งมาพร้อมกับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ AI Face Unlock ภายในตัว

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ทั้งสองรุ่นถือว่าตอบโจทย์ใช้งานทั่วไปได้เหมือนกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบสแกนลายนิ้วมือ การรองรับ 2 ซิมการ์ด และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE ซึ่งหากพิจารณาจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่า Xiaomi Redmi 6 มีการอัปเกรดจากรุ่น Xiaomi Redmi 5 หลายด้านเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี มือถือรุ่นไหนจะดีกว่ากันนั้น ทางทีมงานคงไม่สามารถตัดสินได้ เพราะส่วนหนึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคลด้วย ซึ่งหากทดลองใช้งานเบื้องต้นแล้วถูกใจ ก็ถือว่ามือถือรุ่นนั้นๆ น่าจับจองเป็นเจ้าของแล้วครับ