แกะกล่องรีวิว "Dyson V8" เครื่องดูดฝุ่นสุดล้ำแห่งยุค ใช้งานง่าย ไม่ต้องเสียบปลั๊กให้ยุ่งยาก

แกะกล่องรีวิว "Dyson V8" เครื่องดูดฝุ่นสุดล้ำแห่งยุค  ใช้งานง่าย ไม่ต้องเสียบปลั๊กให้ยุ่งยาก

Dyson V8 เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ขอนิยามให้เลยว่างานหนักก็เอา งานเบาก็สู้ ทำให้จากเดิมแค่ชอบ แต่พอได้ใช้ ตอนนี้รักมาก!

ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าเป็นคนชอบใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นชีวิตจิตใจ เพราะเป็นการทำความสะอาดที่ไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายย้ายจากที่หนึ่งไปสกปรกในที่อื่น และยังไม่กระตุ้นสารภูมิแพ้ในตัวให้กำเริบจนต้องจามไม่หยุดเลยใช้งานต่อเนื่องเรื่อยมา ย้ายจากรุ่นนั้นมารุ่นนี้ ทดลองไปเรื่อย จนได้มาเจอกับ Dyson V8 บอกได้คำเดียวว่าชอบตั้งแต่แรกเห็น #รักแรกพบ ยอมยกแฮชแท้กนี้ให้เลย ดีไซน์ดูล้ำมาก ไม่เหมือนเครื่องดูดฝุ่นอื่นที่เคยใช้มา ซึ่งส่วนใหญ่จะเทอะทะ ไม่ใช่แค่ใช้งานลำบาก แต่ตอนเก็บเข้าห้องเก็บของยังใหญ่เทอะทะเปลืองพื้นที่

 

                ดีขนาดนี้ สายเครื่องดูดฝุ่นแบบเราไม่มีพลาด ต้องลอง

     ได้เวลาแกะกล่อง แค่เริ่มก็ร้อง โอ้โห! ไปนับครั้งไม่ถ้วน เขามีหัวแปรงมาให้เลือกถึง 9 แบบกันเลยทีเดียว แถมตัวเครื่องก็น้ำหนักเบาแค่ 2.5 กิโลกรัม มิน่า เห็นในรีวิวเด็กตัวเล็กตัวน้อยถึงมาร่วมวงช่วยดูดฝุ่นกันได้อย่างสนุก และที่สำคัญ นี่คือครั้งแรกที่เครื่องดูดฝุ่นไม่มีสายไฟติดเครื่องมาให้รู้สึกเกะเกะตอนใช้หรือหงุดหงิดเพราะเก็บลำบาก มีมาแค่แท่นสำหรับชาร์จไฟเท่านั้น จุดนี้บอกได้เลยว่ารักมาก เพราะจะได้ไม่ต้องลากสายไฟให้เหนื่อย หรือทำแล้วต้องหยุดหาปลั๊กใหม่เพราะสายไฟไปไม่ถึง             

มาว่ากันต่อที่เรื่องของเทคโนโลยี Dyson V8 ตัวนี้ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบใหม่จึงให้กำลังไฟแรงสม่ำเสมอ หรือใช้งานแล้วต้องหยุดพักเพราะเครื่องร้อน ตามคู่มือที่มีมา เขาบอกว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 40 นาที ซึ่งนั่นคือการใช้แบบกดไม่ปล่อยยาวไปจนครบเวลา แต่พอใช้งานจริงใครจะกดยาวได้ขนาดนั้น มันก็ต้องมีพักไปหยิบจับจัดนู้นนั่นนี่บ้าง ส่วนตัวจากการทดลองทำความสะอาดรอบบ้าน 2 ชั่วโมงผ่านไป แบตยังไม่หมดเลย

ส่วนเรื่องของพลังวัตต์ Dyson V8 มาพร้อมกับตัวเลข  155 Airwatts ซึ่งถือว่าดีมากสำหรับเรา เพราะจะช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องขออธิบายเพิ่มก่อนเลยว่าวัตต์คือคนละส่วนกับพลังแรงดูด ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด สำหรับพลังแรงดูดของเครื่องนี้ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

เริ่มต้นด่านแรกของการทดสอบพลังเครื่องดูดฝุ่น Dyson V8 ที่หัวดูดแบบ Direct Drive ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับดูดพรมโดยเฉพาะ เพราะจะมีมอเตอร์ในขนแปรงช่วยดันขนไนลอนแบบแข็งให้ซอกซอนลึกในพื้นพรมจึงจับได้ครบหมดทุกฝุ่นสกปรกตั้งแต่ละอองเล็กๆ ไปจนถึงใหญ่ ที่สำคัญยังเก็บขนสัตว์ได้เกลี้ยง เหมาะกับคนเลี้ยงสัตว์แบบเราที่สุด ด่านนี้ถือว่าผ่าน              

อีกหนึ่งผ่านที่ถือว่าต้องให้เขาในเรื่องนี้จริงๆ คือการปรับเปลี่ยนระหว่างโหมดด้ามจับไปเป็นแบบมือถือได้ง่าย เร็ว และสะดวก ทำให้จะทำความสะอาดบนเพดาน แล้วเปลี่ยนมาทำความสะอาดที่โซฟา หรือจะย้ายต่อไปทำความสะอาดบนรถก็ยังได้

จากนั้นเราก็มาลองใช้หัวดูดแบบลูกกลิ้งนุ่มหรือ Fluffy Head  อันนี้ก็ดี สามารถดูดฝุ่นขนาดใหญ่และขนาดเล็กออกจากพื้นแข็งได้พร้อมกันในคราวเดียว เพราะมีไนลอนทอที่ช่วยดักจับสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ขณะที่ขนแปรงคาร์บอนไฟเบอร์จะขจัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก อีกทั้งตัวไนลอนทอข้างในยังจะช่วยเรื่องกระแสไฟฟ้าสถิต ทำให้ดูดฝุ่นติดหมดทุกพื้นผิว ดังนั้นถ้าให้โหวต เราว่าตัวนี้เหมาะกับการทำความสะอาดในพื้นที่กว้างจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนหัวไปมาบ่อยๆ  

                                                                                                                                                                                 
ส่วนเรื่องดูดเก็บขนสัตว์ที่มีอยู่เต็มบ้าน ด่านนี้เอาไปสามผ่านสำหรับหัว Mini Motorized ทั้งยังเหมาะที่สุดสำหรับจัดการฝุ่นติดลึกบนโซฟา เตียง และฟูก เรียกว่าดีที่สุดสำหรับบ้านที่มีเด็กอย่างเรา เพราะจะช่วยกำจัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้แบบหมดเกลี้ยง

 

                หัวดูดปากโค้งงอได้ อันนี้ซอกซอนเข้าไปในช่องแคบระหว่างเฟอร์นิเจอร์ได้ดี

                มีแปรงปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนคียบอร์ดให้เกลี้ยงแบบไม่เหลือคราบ

หลังใช้งานเสร็จก็เจออีกจุดที่รักมากใน Dyson V8 คือเรื่องของระบบทิ้งฝุ่น รุ่นนี้ไม่ต้องเปลืองซื้อถุงมาใส่ให้วุ่นวาย ไม่ต้องกลัวอุดตัน หรือคอยเปลี่ยนให้เหนื่อย เพราะใช้เสร็จก็สามารถเปิดล็อคทิ้งขยะได้โดยที่มือไม่ต้องสัมผัสกับฝุ่นให้สกปรก แถมเขายังมีระบบกรองที่กล้าการันตีว่าจะช่วยดักจับสารก่อภูมิแพ้และปล่อยอากาศที่สะอาดยิ่งขึ้นกลับมาออกมาด้วย

บทสรุปจากการใช้งาน Dyson V8 พบว่าเป็นไอเท็มที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมาก ไม่ใช่แค่ในเรื่องของความสะดวกสบายในการใช้งานเท่านั้น แต่เครื่องดูดฝุ่นตัวนี้ยังให้ความสะอาดในระดับที่เรียกว่าดีต่อสุขภาพกายและดีต่อสุขภาพใจ เพราะคัดกรองสารก่อภูมิแพ้ออกไปหมด พร้อมกับปล่อยอากาศดีกลับคืนเข้ามา ทำให้มั่นใจได้ว่าใช้แล้วไม่ใช่แค่บ้านที่สะอาด แต่ยังจะได้ร่างกายที่แข็งแรงเป็นของแถมชิ้นสำคัญ

หาซื้อได้แล้วตามห้ามสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือเข้าไปเช็คโปรโมชั่นและ สถานที่จัดจำหน่ายใกล้บ้านได้ที่ http://www.dyson.co.th/th-TH/haircare/supersonic.aspx ซื้อเหอะดีจริง เราคอนเฟิร์ม

รีวิว Dyson V8 จากคนใช้งานจริง

 “เมื่อก่อนบนโซฟา บนที่นอน ทุกมุมของที่บ้านจะเต็มไปด้วยขนแมวขนหมาทำให้มันติดเสื้อผ้าออกจากบ้านไปด้วยทุกวัน โดยเพื่อนทักตลอด แต่ตั้งแต่มี Dyson V8 ก็ไม่มีเรื่องขนสัตว์ให้ต้องเครียดอีกเลย หยิบปุ๊ป ดูดปั้ป ขนสัตว์หายเกลี้ยง เสื้อผ้าทุกตัวก็ดูเหมือนใหม่ ไม่มีขนสัตว์ติดให้โดนทัก”

“เมื่อก่อนหยุดเสาร์อาทิตย์ต้องมานั่งหัวฟูทำงานบ้าน แต่พอตัดสินใจซื้อ Dyson V8 ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ชอบที่สุดคือเรื่องของการใช้งานที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ทำให้บางวันก่อนไปทำงานยังหยิบจากแท่นชาร์ตมาดูดฝุ่นบนโซฟาได้แบบห้านาทีเสร็จ พอกลับมาเงยหน้าไปเห็นฝุ่นบนเพดานก็หยิบมาทำต่อได้ มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมากจริงๆค่ะ”

“พอมีลูกก็กลายเป็นคนเน้นหนักเรื่องความสะอาด แต่กลับกลายเป็นว่าทำได้ยากมาก เพราะไหนจะนมหก ขนมตกพื้น เศษฝุ่นเศษผมของตัวเองก็เยอะ จนมาเจอ Dyson V8 บอกกับตัวเองทันทีว่านี่แหละ ใช่! กำจัดได้หมดทั้งฝุ่นละอองเล็กน้อยจนถึงเศษอาหารแบบที่ไม่ทิ้งคราบให้รู้สึกหงุดหงิด ที่สำคัญน้ำหนักเบา ใช้งานง่ายทำให้เด็กๆ ก็มาช่วยกันทำความสะอาดได้”

[Advertorial]

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด