รีวิว "ASUS Zenfone 5" มือถือไร้กรอบที่ให้ AI และ กล้องดี ในราคาหมื่นต้น

รีวิว "ASUS Zenfone 5" มือถือไร้กรอบที่ให้ AI และ กล้องดี ในราคาหมื่นต้น

ครั้งหนึ่งทีม Sanook! Hitech ได้รับเชิญไปงานเปิดตัวมือถือ ASUS ในประเทศไทยหลังจากหายไปนานมากสำหรับมือถือสเปคจัดเต็ม และครั้งนี้ ASUS Zenfone 5 รุ่นล่าสุดก็ได้อยู่ในมือแล้ว หลังจากระยะเวลารีวิวอันแสนยาวนานได้ผ่านพ้นไป ก็ได้เวลาที่จะสรุปแล้วว่ามือถือเครื่องนี้มันดีอย่างไร กับราคา 13,990 บาท มาดูกันเลยดีกว่า

p6010089

สเปคของ ASUS Zenfone 5

- ขนาดตัวเครื่อง 153 x 75.7 x 7.9 มิลลิเมตร

- สีตัวเครื่อง Midnight Blue, Meteor Silver

- น้ำหนัก 155 กรัม

- CPU Qualcomm Snapdragon 636 Octa Core 1.8GHz พร้อมกับ GPU Adreno 509

- RAM 4GB

- ความจุในตัว 64GB

- เพิ่มความจำได้ด้วย Micro SD รองรับ 400GB

- ความถี่ 2G 850 / 900 / 1800 / 1900

- ความถี่ 3G 850 / 900 / 1900 / 2100 HSDPA

- ความถี่ 4G LTE Cat 12 600/100Mbps

- WiFi 802.11 b/g/n/ac  Dual Band , Bluetooth V5.0

- หน้าจอ 6.2 นิ้ว IPS-LCD  ความละเอียด 2160x1080

- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์ F2.0

- กล้องหลัง เลนส์คู่ 12 (F1.8) + 8 ล้านพิกเซล (F2.0) + LED Flash และมี Dual Pixel, Phase Detection Auto Focus, AI Camera และกันสั่น

- แบตเตอรี่ 3300 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่องและการออกแบบดีไซน์ของ ASUS Zenfone 5

ด้านหน้าขจอง ASUS Zenfone 5 มีความแปลกใหม่สำหรับมือถือยี่ห้อนี้ จุดเด่นคือหน้าจอมี Notch หรือ  รอยบาก ที่อยู่ด้านบน ทำให้หน้าจอของ ASUS Zenfone 5 มีขนาด 6.2 นิ้วความละเอียด 2160x1080 และเป็นจอแบบ IPS LCD รองรับการทัชทั้งหมด 10 จุด 

p6010092

ด้านบนของจอเนื่องจากพื้นที่ของจอนั้นมีมากกว่าทำให้เซนเซอร์ กล้องขนาด 8 ล้านพิกเซล ลำโพงสนาทนา และเป็นลำโพงเครื่องด้วย พร้อมกับไฟสถานะ LED อยู่กึ่งกลางทั้งหมด

p6010079

ด้านล่างของจอจะมีปุ่ม Recent, Home และ Back เมื่อเข้าหน้าจอหลัก  

p6010087

ตัวเครื่องด้านซ้ายออกแบบเป็นเฟรมโลหะที่ดูแน่นหนา แต่เป็นแบบด้าน Match Finish พร้อมกับช่องใส่ซิมแบบ Nano SIM อีกช่องเป็นแบบ Hybrid Slot (MicroSD หรือ Nano SIM ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) 

p6010084

ฝั่งขวามีปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มเปิดปิดเครื่อง ขนาดของปุ่มกำลังดีแต่อาจจะกดยากถ้ามือเปียกลื่น 

p6010083

ด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและเสาอากาศของเครื่องเท่านั้น และมีสีเทา 

p6010082

ด้านล่างนอกจากมีช่องเสียบหูฟัง, USB-C แล้วยังเป็นทีอยู่ของไมโครโฟนและลำโพงหลักของเครื่องด้วย 

p6010081

ด้านหลังเป็นเอกลักษณ์ของ Zenfone ที่ได้มาตั้งแต่ Zenfone 3 ด้วยกระจกด้านหลังที่มีการสะท้อนแสงที่สวยงามเป็นวงกลม, กล้องคู่ด้านหลังอยู่มือพร้อมกับ LED Flash แบบ True Tone และมีโลโก้ ASUS อยู่กลางเครื่อง

p6010074

ภาพรวมตัวเครื่องดูหรูหราและผิวสัมผัสดีทำให้ดูมีราคาขึ้นมาในทันที และตัวเครื่องให้เลือก 2 สีคือ สีเงิน Meteor Silver และสีน้ำเงิน Midnight Blue 

p6010076

p6010077

 ส่วนระบบสแกนลายนิ้วมือนั้นถูกติดตั้งไว้ด้านหลัวงเครื่อง จะให้ผิวสัมผัสที่แตกต่างจากด้านหลังของเครื่องที่เป็นกระจก และอยู่กลางเครื่องแตะแล้วทำงานได้ทันที ไม่บังเลนส์กล้อง

p6010086

เปิดเครื่องใช้งาน ASUS Zenfone 5 พร้อมการทดสอบฟังก์ชันต่างๆ

เมื่อเปิดเครื่องจะพบว่าระบบปฎิบัติของ ASUS Zenfone 5 เลือกใช้ Android 8.0 Oreo พร้อมกับ Zen UI 5 ที่เน้นความเรียบง่ายลดบางโปรแกรมออกจากเครื่องและปรับเมนูตั้งค่าให้เลือก 14 เมนู ลดความซับซ้อนลงอีก

และระบบปฏิบัติการนี้ยังเชื่อมต่อกับการแสดงผลหน้าจอ AI Display ปรับการแสดงสีให้เหมาะสม ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่ช่วยได้มากไม่ว่าจะใช้งานกลางวันที่ต้องการแสงหน้าจอเยอะ หรือ กลางคืนที่ขอมืดหน่อยๆ ก็พอ

AI Ringtone ระบบเสียงเรียบเข้าที่ปรับตามรูปแบบสถานที่ๆ เราอยู่ เพื่อความดังที่เหมาะสมมากขึ้น เมื่อทดลองจริงนั้นเมื่อเสียงดังถือว่าลดเสียงให้ แต่ถ้าเป็นสถานที่เงียบ แต่ถ้าในสำนักงานที่มีเสียงของ แอร์ ดังเกินไปก็จะไม่เข้าโหมดเงียบให้ แต่ยังดีในเรื่องของระบบเสียงที่ได้ชิป NXP 9874 และมีแม่เหล็กภายใน 5 ตัว ให้เสียงที่ดังดีและรายละเอียดครบ ผ่าน Audio Wizard รุ่นใหม่ ยกเว้นถ้าอยากดังมาก Outdoor Mode จะปรับให้ดังขั้นแต่รายละเอียดจะหายไป

ขุมพลังของ ASUS Zenfone 5 เลือกใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 636 ที่มีการปรับปรุงเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้ไฟและเพิ่มกำลังของเครื่อง จุดเด่นเมื่อมีการเทียบประสิทธิภาพระหว่าง AI Boost กับ ธรรมดาพบว่าคะแนนแตกต่างกันเล็กน้อย แม้ว่าเครื่องจะได้ RAM 4GB ก็ตาม เมื่อลองเล่นเกมหนักต่างๆ ก็พบว่าตัวเครื่องมอบประสิทธิภาพได้ดีอยู่

แบตเตอรี่ของเครื่องที่มีขนาด 3300 mAh แม้ว่าจะน้อย แต่ก็มีระบบจัดการพลังงานครบเครื่องปรับได้หลากหลายรูปแบบและยังมีเทคโนโลยี AI Charge หลักการทำงานคือถ้าเครื่องถูกชาร์จไฟในเวลากลางคืน AI Charge จะไม่ยอมให้จ่ายไฟเต็ม กั๊กไปเต็มตอนเช้าแทน ถือว่าเป็นระบบจัดการพลังงานที่ดูเข้าท่าไม่เบาเหมือนกัน และยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น

ส่วนการทดสอบใช้งานระหว่างวันสามารถใช้งานได้นานถึง 11 ชั่วโมงกว่า และมี Quick Charge 3.0 มาให้ด้วย

ตัวเครื่องรองรับซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ช่องและรองรับ 4G LTE, VoLTE, GPS, A-GPS, WiFi 802.11 b/g/n/ac แบบ Dual Band เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใคร แถม Bluetooth ยังเป็นเวอร์ชั่น 5.0 รองรับ DTS-X ด้วย

ประสิทธิภาพกล้องของ ASUS Zenfone 5 เป็นอย่างไร

ฟีเจอร์กล้องหลัง ASUS Zenfone 5

เริ่มด้วยกล้องหลังของ ASUS Zenfone 5 ที่จัดมาให้ด้วยเลนส์ขนาด 12 + 8 ล้านพิกเซล ที่เน้นเรื่องกล้องมุมกว้าง ลูกเล่นกล้องนั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • AI Camera สามารถเปลี่ยน Scene รูปแบบการถ่ายภาพได้
  • Digital Live Blurปรับให้การถ่ายแบบบุคคลช่วยให้หน้าชัดหลังละลายได้เนียน
  • ระบบกันสั่นของกล้องทำได้งานได้ดี รองรับวิดีโอแบบ 4K
  • AI Photo Learning เรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพของคุณและให้คำแนะนำได้

ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้เป็นการทำงานอัตโนมัติ เมื่อได้ลองใช้งานแล้วพบว่าการทำงานเร็วในเรื่องของระบบโฟกัส เพราะใช้ Dual Pixel ซึ่งเป็นเซนเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ และเด่นที่ถ่ายภาพกลางคืนก็ทำได้ดีเพราะรูรับแสง F1.8 แต่ว่าจุดอ่อนคือ AI Photo Learning อาจจะยังไม่ได้เหมาะกับบางโหมดการถ่ายภาพในบางแบบ

ดีขนาดนี้ได้คะแนนกล้อง DXOMark ที่ 90 คะแนนเลยนะ

 ฟีเจอร์กล้องหน้า ASUS Zenfone 5

ส่วนกล้องหน้านั้นนอกจากจะได้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมกับรูรับแสง F2.0 และมี Beauty Mode ปรับจนเรียกว่าไม่แต่งหน้าก็สวย เสียดายแค่ไม่มี Gesture มาให้ แต่ถ้าอยาก Live หน้าสวย Live Selfie ยังคงติดตั้งมาให้อยู่ด้านนอกของโปรแกรมกล้องอยู่

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก ASUS Zenfone 5

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

หมายเหตุ : ตัวอย่างภาพเพิ่มเติมสามารถกดู Gallery ด้านล่างได้ครับ

สรุปผลหลังทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ทดสอบและลองเล่น  ASUS Zenfone 5 มาสักระยะ

 p6010088

หลังจากลองมือถือ ASUS Zenfone 5 เป็นระยะเวลา 2 อาทิตย์ ได้สร้างความแปลกใจหลายเรื่องเช่นระบบเสียงของเครื่องที่พลังพลังที่ดีและเป็น Stereo และให้เบสกระแทกได้ใจ, กล้องที่มีความฉลาดและสีสันกำลังดี ถมกันสั่นของกล้องในการใช้ถ่ายวิดีโอลงตัว แถมยังได้ Android 8.1 รุ่นใหม่ล่าสุดมาในราคาหมื่นต้นๆ ถือว่ากำลังดี

แต่ด้วยหน้าตาที่ไม่โดดเด่นยกเว้นมองจากด้านหลัง และยังไม่มีลูกเล่นที่ล้ำโดยเฉพาะการถ่ายภาพการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าแบบไม่ต้องเอื้อมไปกดปุ่ม อาจจะทำให้ดูด้อยกว่าเพื่อนๆ อยู่บ้าง

สำหรับราคาของ ASUS Zenfone 5 นั้นจัดมาอยู่ที่ 13,990 บาท ฟังดูแล้วจากสเปคเครื่องที่พูดว่าค่อนข้างดีในราคาหมื่นต้นและกล้องดีเช่นเดียวกัน กับฟีเจอร์แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไร แต่ใส่ AI อย่างเยอะ จนทำให้มีความโดดเด่น ไม่เบา ส่วนเรื่องบริการหลังการขายนั้น หากเสียสามารถติดต่อทาง 7-11 เพื่อส่งเครื่องซ่อมได้ทันที ถือว่าสะดวกมาก

แต่เมื่อมีเงิน 13,990 บาท คุณจะมีตัวเลือกได้แก่ Huawei Nova 3e, Honor 10, Samsung Galaxy A8 ซึ่งเป็นกลุ่มระดับเดียวกันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการมือถือที่ครบเครื่องจบในเรื่องของการทำงานและงานประกอบที่ดี ASUS Zenfone 5 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

p6010093

สรุปจุดเด่นของ ASUS Zenfone 5

  • สเปคเครื่องทันสมัยและเล่นเกมได้ดี
  • ขนาดตัวเครื่องไม่เล็กและไม่ใหญ่ แต่ได้หน้าจอจัดเต็ม
  • AI มาเต็มพิกัด
  • กล้องหลังครบเครื่องและถ่ายภาพสวย
  • ระบบเสียงเลิศ

สรุปจุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมหากต้องการซื้อ ASUS Zenfone 5

  • หน้าตาไม่ได้โดดเด่นจากเพื่อนฝูง
  • กล้องหน้ายังไม่มีลูกเล่นเช่น ยกมือแล้วถ่าย
  • ยังไม่ค่อยวางจำหน่ายตามร้านมือถือหลักๆ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด