[Hands On] Motorola G6 / G6 Plus มือถือจอกว้างใหญ่ กล้องคู่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาเริ่มต้น 7,990 บาท

[Hands On] Motorola G6 / G6 Plus มือถือจอกว้างใหญ่ กล้องคู่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาเริ่มต้น 7,990 บาท

หลังจากที่ดูค่ายมือถือรุ่นอื่นเปิดตัวกันไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงรอบของพี่ใหญ่อย่าง Motorola ก็มีการเข็นมือถือใหม่เข้าสู่งาน Thailand Mobile Expo 2018 อย่าง Motorola G6 และ G6 Plus นั่นเอง ครั้งนี้ Sanook! Hitech ไม่พลาดที่จะนำบทความบอกเล่าว่า 2 มือถือรุ่นนี้มีฟีเจอร์อะไรบ้างมาบอกเล่ากันให้ตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือไม่

รายละเอียดสเปคของ Motorola G6 / G6 Plus

  • ขนาดตัวเครื่อง 153.8 x 72.3 x 8.3 (G6) /160 x 75.5 x 8 มิลลิเมตร (G6 Plus)
  • น้ำหนัก 167 กรัม (G6 / G6 Plue)
  • หน้าจอขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด 2160x1080 (G6) / 5.99 นิ้วความละเอียด 2160x1080 (G6 Plus)
  • CPU Qualcomm Snapdragon 450 Octa-core 1.8 GHz Cortex-A53 + GPU Adreno 506 (G6)
  • CPU Qualcomm Snapdragon 630 Octa-core 2.2 GHz Cortex-A53 + GPU Adreno 508 (G6 Plus)
  • RAM 3GB (G6) 4GB (G6 Plus)
  • ความจำในตัว 32GB (G6) / 64GB (G6 Plus) รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
  • WiFi 802.11 b/g/n/ac รองรับ 2.4GHz, 5GHz
  • Bluetooth V4.2
  • รองรับ 4G LTE / 3G
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) 12 + 5 ล้านพิกเซล F1.8 พร้อมกับระบบ Phase Detection Auto Focus, LED Flash และมี Portrait Mode ให้เลือก (G6) 12 + 5 ล้านพิกเซล F1.7 พร้อมกับ Dual Pixel ทำงานร่วมกับระบบ Phase Detection Auto Focus, LED Flash และมี Portrait Mode ให้เลือก (G6 Plus)
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้า 8 ล้านพิกเซล มี Portrait Mode, AR Sticker และมี LED Flash รูรับแสง F2.2 (G6/G6 Plus)
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,000 มิลลิแอมป์ (G6) 3,200 มิลลิแอมป์ (G6 Plus)

อย่างที่ทราบกันดีเกี่ยวกับ Motorola G6 มีหน้าตาที่ต่างจากมือถือ Motorola ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ด้วยหน้าจอทั้ง 2 รุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่น Plus หรือธรรมดา จะมีอัตราส่วนหน้าจอ 18:9 แต่ว่า G6 Plus สามารถทำหน้าจอได้เต็มเมื่อเปิด Application บางตัวทำให้การแสดงผลดูเต็มตาและสีสันของจอทั้งถือว่าสดทั้งคู่ และมีกล้องหน้าให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านล่างพร้อมโลโก้เต็มของ Motorola

 ด้านหน้าของ Motorola G6 ขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้ว ส่วน Motorola G6 Plus ขนาดหน้าจอ 5.99 นิ้ว

ส่วนบนของด้านหน้ามีลำโพง, กล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซลและ LED Flash

ส่วนล่างของจอมีโลโก้ Motorola และ ระบบสแกนลายนิ้วมือ

ด้านข้างของเครื่องออกแบบไม่ได้เน้นเรื่องความบางจนเกินไปและหนาจนเกินไป เรียกได้ว่าพอดีทั้ง 2 ด้านและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พอดีเช่นฝั่งซ้ายสามารถใช้ตั้งกับแท่นวางเพื่อดูหนัง เพราะไม่มีปุ่มกด ส่วนฝั่งขวามีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มเปิดปิดเครื่องที่มีผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน เพื่อบอกว่าปุ่มนี้ทำคนละหน้าที่กัน

 ด้านข้างซ้ายไว้สำหรับตั้งเครื่องกับฐานเพื่อใช้ชมภาพแบบ Wide Screen

ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มเปิดปิดเครื่อง

ส่วนบนมีช่องใส่ซิมที่ครั้งนี้เปลี่ยนมาเป็นแบบ Hybrid Slot ช่องที่ดูดีไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนมาให้อีกด้วย ส่วนด้านล่างนั้นมีช่องเสียบหูฟัง, USB-C และไมโครสำหรับสนทนา

 ด้านบนมีช่องใส่ซิม และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างมี USB-C, ช่องเสียบหูฟัง และพร้อมกับไมโครโฟน สนทนา

ด้านหลังของเครื่องมีการใช้สี Deep indigo ซึ่งเป็นมีเดียวที่ขายในประเทศไทย ณ ตอนนี้เพิ่มความแตกต่าง แต่ว่าจากที่สัมผัส ถ้าจะต่างต้องอยู่ที่แสงเยอะ หรือกลางวันเท่านั้น เพราะมันดูเข้มและดำ ประกอบไปด้วยกล้องด้านหลังความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล กล้องอยู๋ตรงกลางและมีผิวสัมผัสที่ดีคือเป็นกระจกเคลือบสารนาโน ที่ดูทนทานและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน แต่จะแยกความแตกต่างออกนั้นก็คือเรื่อง Flash นั่นเองที่จะทำให้แยกความแตกต่าง เพราะถ้าเป็น G6 Plus จะได้ LED Flash True Tone

 ด้านหลังของ Motorola G6 และ G6 Plus เลือกใช้สี Deep indigo

มีกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซลและ Flash

คุณสมบัติเด่นที่พบใน Motorola G6 / G6 Plus

 Motorola G6 และ G6 Plus ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo และอัปเกรดต่อได้อีก 1 รุ่น

ทั้งคู่มาพร้อมกับ ระบบปฏิบัติการ Android™ 8.0 Oreo™ อีกทั้งมาพร้อมระบบซอฟต์แวร์ Moto Experiences ที่ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของเทคโนโลยี AI ได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น และยังสามารถสั่งงานผ่าน Gesture เช่น, Capture หน้าจอใช้ 3 นิ้วลาก, เปิดกล้องใช้การบิดข้อมือ และ เปิดไฟฉายด้วยการสับเครื่องไปด้านหน้า และยังสามารถอัปเกรดได้อีก 1 เวอร์ชั่นไป Android P ได้ในอนาคต

กล้องหลังของ Motorola G6 Plus มีค่ารูรับแสง F1.7 พร้อมกับ Dual Pixel ทำให้ถ่ายภาพกลางคืนทำได้ดี

กล้องหลังของ Motorola G6 และ G6 Plus มีขนาดเท่ากันคือ 12 + 5 ล้านพิกเซล แตกต่างกันที่ G6 Plus จะมาพร้อมเทคโนโลยีการโฟกัสแบบ Dual Autofocus Pixel ช่วยล็อกจุดโฟกัสที่ต้องการได้อย่างแม่นย้ำ อีกทั้งหมดกังวัลปัญหาการถ่ายรูปในที่แสงน้อยด้วยกล้องหลังที่มาพร้อมรูรับแสงกว้างขนาด F/1.7 และขนาดพิกเซลถึง 1.4um แต่ G6 กล้องหลังขนาด 12 ล้านพิกเซล จะมีรูรับแสง F1.8 แต่ข้อดีคือ เมนูของกล้องครั้งนี้ปรับให้ใช้งานได้ง่าย หาเมนูกล้องนั้นเปลี่ยนจากความยากเป็นเรื่องกล้วยๆ

กล้องหน้าของ Motorola G6 และ G6 Plus มีขนาด 8 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้า

และกล้องหน้าของ Motorola G6 และ G6 Plus มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเหมือนกัน และมีลูกเล่นเช่นการทำหน้าชัดหลังเบลอ, สติ๊กเกอร์ AR เพิ่มไปในภาพได้ และยังทำงานกับระบบสแกนใบหน้าได้

สุดท้ายทั้งคู่รองรับเทคโนโลยี Turbo Charge ของ Motorola ที่สามารถจ่ายไฟแบบ 15W ซึ่งเร็วมากทำให้ชาร์จไฟแค่ 15 นาที ก็พร้อมใช้งาน 6 ขั่วโมงได้สบายๆ และรองรับระบบเสียง Dolby Surround ด้วย

สรุปหลังลองและราคาของ Motorola G6 / G6 Plus

 Motorola G6

หลังจากที่รอคอยการมาของมือถือไร้กรอบของน้อยของ Motorola ต้องพูดเลยว่านี่ถือว่าเป็นการสมค่าการรอคอยที่เกิดขึ้นแม้ว่าสเปคของเครื่องอาจจะยังไม่ได้ว้าวมากนัก แต่ก็ถือว่าทันสมัยอยู่ และเครื่องสวยดูดีเช่นกัน แต่ถ้าให้เจาะลึกคงต้องรออ่านต่อในรีวิว แต่ถามว่าน่าสนใจไหม ก็ถือว่าน่าสนใจเพราะมาครบเครื่องแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้ในราคาเอื้อมถึง

ราคาเครื่องของ Motorola G6 อยู่ที่ 7,990 บาท และ G6 Plus อยู่ที่ 9,990 บาท โดยในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ตั้งแต่วันที่ 24 – 27  พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รับฟรีทันที Micro SD Card ความจุ 32 GB และมีช่องทางอื่นๆ ในการเลือกซื้ออีกมากมาย ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ใครที่อยากได้มือถือจัดเต็มแบบนี้ อย่าลืมไปลองและสัมผัสได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Motorola กันครับ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด