เทียบภาพถ่าย Huawei P20 Pro, Samsung Galaxy S9+, Google Pixel 2 และ iPhone X

เทียบภาพถ่าย Huawei P20 Pro, Samsung Galaxy S9+, Google Pixel 2 และ iPhone X
thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

เทียบภาพถ่าย Huawei P20 Pro, Samsung Galaxy S9+, Google Pixel 2 และ iPhone X รุ่นไหนถ่ายภาพเป็นอย่างไร มาดูกัน!

ทุกวันนี้ปัจจัยเรื่อง "กล้องถ่ายภาพ" ยังคงเป็นคุณสมบัติลำดับต้นๆ ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนมักจะพิจารณาเป็นหลักเวลาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ เพราะกล้องถ่ายภาพนับเป็นฟีเจอร์หลัก และเป็นจุดขายสำคัญที่แบรนด์ผู้ผลิตแทบทุกรายจะต้องโปรโมทเพื่อมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งกลุ่มสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพระดับท็อปก็คงหนีไม่พ้นกลุ่มสมาร์ทโฟนเรือธงของแต่ละค่ายนั่นเอง 

วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปรับชมการเปรียบเทียบภาพถ่ายระหว่างเรือธงตัวท็อป 4 รุ่น 4 แบรนด์ คือ Huawei P20 Pro, Samsung Galaxy S9+, Google Pixel 2 และ iPhone X โดยเราจะมาชมกันว่า สมาร์ทโฟนรุ่นไหนถ่ายภาพในแต่ละสถานการณ์ออกมาเป็นอย่างไร และสมาร์ทโฟนรุ่นใดจะถ่ายภาพได้ถูกใจผู้ใช้มากที่สุดบ้างนั้น รับชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

เรียงลำดับภาพจากซ้ายไปขวา - Huawei P20 Pro, iPhone X, Samsung Galaxy S9+ และ Google Pixel 2

 ซีนที่ 1

2


ซีนนี้จะเห็นว่า Samsung Galaxy S9+ เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวที่วัดแสงค่อนข้าง Over เล็กน้อย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซอฟต์แวร์กล้องจาก Samsung ขณะที่การเก็บรายละเอียด, การวัดแสง และความเที่ยงตรงของสี ทาง iPhone X และ Google Pixel 2 ทำหน้าที่ได้ดี และมีผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันมาก

 ซีนที่ 2

3


สำหรับซีนนี้หากมองเผินๆ ภาพถ่ายจาก Huawei P20 Pro ทำผลงานได้ไม่ดีเท่ากับอีก 3 รุ่น เพราะภาพที่ได้ดูไม่มีมิติ และทุกส่วนในภาพดูกลืนกันไปทั้งหมด ขณะที่ภาพจาก iPhone X ถือว่าทำผลงานได้ดีแต่มี contrast ของภาพเยอะไปเล็กน้อย ส่วนภาพจาก Galaxy S9 และ Pixel 2 ถือว่าทำผลงานได้ดีใกล้เคียงกัน แต่ Galaxy S9 มีสีสันที่พอเหมาะมากกว่า

 ซีนที่ 3

4


ช็อตภาพถ่ายสะพานนี้ iPhone X ถือว่าทำผลงานได้ดีที่สุด สังเกตได้จาก สีสันของท้องฟ้า, สีเหลืองจากต้นไม้ในภาพ, การวัดแสงโดยรวม และรายละเอียดของในส่วนต่างๆ ที่ iPhone X สามารถ balance ทุกอย่างได้ค่อนข้างดี ส่วนอีก 3 รุ่นมีข้อแตกต่างกันออกไปบ้าง คือ Huawei P20 Pro วัดแสงได้ค่อนข้างมืดกว่า, Galaxy S9+ วัดแสง over เกินไป ทำให้ภาพดูไม่มีมิติ ส่วน Pixel 2 ถือว่าทำผลงานได้ใกล้เคียงกับ iPhone X แต่สีสันดูดรอปกว่าเล็กน้อยเท่านั้น

 ซีนที่ 4

5


สำหรับการถ่ายภาพในซีนนี้จะเป็นการถ่ายภาพด้วยการซูมแบบ Lossless ที่ระยะ 2x และ 3x (มีเฉพาะ Huawei P20 Pro) ซึ่งหลังจากถ่ายภาพมาแล้วก็แน่นอนว่า Huawei P20 Pro สามารถเก็บรายละเอียดความคมชัดของ texture ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีระยะซูมที่ไกลที่สุด แต่ก็ยังมีจุดพิจารณาอยู่เล็กน้อยคือ White Balance ในภาพค่อนข้างออกไปทางสีฟ้า ทำให้สีสันของก้อนอิฐดูเพี้ยนไปเล็กน้อย ขณะที่ Galaxy S9+ และ iPhone X ถือว่าทำผลงานได้ระดับที่น่าพอใจ ส่วน Pixel 2 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวที่ใช้กล้องเดี่ยว ทำให้ไม่มีระบบ Lossless Zoom ดังนั้น ภาพที่ได้ก็อาจจะไม่คมชัดเท่ากับอีกสามรุ่นนั่นเอง

 ซีนที่ 5

6


การถ่ายภาพกลางคืนนับเป็นจุดอ่อนของสมาร์ทโฟนมาโดยตลอด ด้วยขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็ก ทำให้เก็บแสง และรายละเอียดได้แบบจำกัดมากๆ แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้การถ่ายภาพกลางคืนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ซึ่งจากภาพที่เห็นข้างต้น Huawei P20 Pro ถือว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ซึ่งอาจเรียกได้ว่าชนะทุกรุ่นไปอย่างขาดลอย ด้วยการเก็บรายละเอียดที่ครบถ้วน และคมชัด แม้แต่ลายหินบนผนังตรงแสงไฟสีแดงก็ยังคมชัดมากทีเดียว ดังนั้น ในซีนนี้ Huawei P20 Pro จึงชนะไปอย่างไร้ข้อกังขา

 ซีนที่ 6

7


นอกจากการถ่ายภาพในที่แสงน้อยแล้ว การถ่ายภาพในที่มืดจัดๆ ก็เป็นอีกซีนหนึ่งที่ท้าทายความสามารถของกล้องสมาร์ทโฟนเช่นเดียวกัน และจากภาพข้างต้นก็น่าจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนว่า Huawei P20 Pro สามารถเอาชนะสมาร์ทโฟนอีก 3 รุ่นไปได้อย่างขาดลอยเช่นเดียวกัน

 เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการเปรียบเทียบกล้องถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนเรือธงทั้ง 4 รุ่น จะเห็นได้ว่าแม้กล้องของสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นจะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่หากพูดถึงในภาพรวมก็ต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพของกล้องทั้ง 4 รุ่นนั้น อยู่ในระดับท็อป และสามารถถ่ายภาพได้สวยไม่แพ้การใช้กล้องดิจิทัลเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กล้องบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีพัฒนาการที่ก้าวล้ำไปมาก ซึ่งถ้าหากท่านใดที่กำลังตัดสินใจจะเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่โดยเน้นเรื่องกล้องถ่ายภาพเป็นหลัก ขอให้ทดสอบกล้องก่อนว่าสามารถเก็บภาพได้ตรงตามที่เราต้องการหรือไม่ ใช้เวลาทดลองสักระยะแล้วค่อยตัดสินใจซื้อน่าจะเป็นผลดีที่สุดครับ เพราะถ้าหากกล้องโดนใจ แต่ฟีเจอร์อื่นตัวผู้ใช้เองกลับไม่คุ้นชิน หรือไม่ถูกใจเท่าไหร่นัก ก็คงจะน่าเสียดายไม่น้อยทีเดียว ดังนั้นการทดลองก่อนซื้อก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด