รีวิว Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus มือถือรุ่นกลาง ราคาไม่แพงคุ้มค่าน่าซื้อ

รีวิว Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus มือถือรุ่นกลาง ราคาไม่แพงคุ้มค่าน่าซื้อ

หลังจากที่มีการเปิดตัว Xiaomi Redmi 5a ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ อาจจะมองว่า สเปคเครื่องมันน้อยไปหน่อยและอยากได้เครื่องที่แรงกว่านี้แต่ไม่อยากได้ราคาแพง

วันนี้ทีม Sanook! Hitech ก็มีฝาแฝดมือถือแนะนำอย่าง Xiaomi Redmi 5 และ Redmi 5 Plus มารีวิวให้ได้อ่านกัน พร้อมแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4 พักว่าบาท มันจะคุ้มค่าขนาดไหน?

ส่วนใครที่อยากได้รุ่นที่ราคาสูงกว่าทั้งสองรุ่นนี้ แนะนำให้รอ [Hands On] Xiaomi Mi Mix 2S กล้องคู่ผสานพลัง AI อัจฉริยะ  อีกไม่นานเกินรอเข้าไทยแน่นอน!

รายละเอียดของ Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus

  • ขนาดตัวเครื่อง 151.8 x 8 x 7.7 มิลลิเมตร (Redmi 5) / 158.5 x 75.5 x 8.1 มิลลิเมตร (Redmi 5 Plus)
  • สีตัวเครื่อง ดำ และ ทอง
  • น้ำหนัก 157 กรัม (Redmi 5) / 180 กรัม (Redmi 5 Plus)
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 450 Octa Core 1.8GHz (Redmi 5) / Qualcomm Snapdragon 625 Octa Core 2.0 GHz (Redmi 5 Plus)
  • GPU : Adreno 506
  • RAM 3GB (Redmi 5) / 4GB (Redmi 5 Plus)
  • ความจุในตัว 16 - 32GB (Redmi 5) / 64GB สำหรับ Redmi 5 Plus
  • ความจำเพิ่มเติม : Micro SD 128GB
  • รองรับสัญญาณเครือข่าย : 2G/3G/4G Cat 4 150/50 Mbps (Dual SIM)
  • WiFi 802.11 b/g/n/ac Dual Band, Bluetooth V4.1
  • หน้าจอ 5.7 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 720x1440 (Redmi 5) / 5.99 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1080x2160 (Redmi 5 Plus)
  • กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F 2.0 พร้อมกับ Auto Focus และมี LED Flash (สำหรับ Redmi 5 Plus จะได้ LED Flash คู่)
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
  • แบตเตอรี่ : 3300 mAh (Redmi 5) / 4000 (Redmi 5 Plus)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 1.2 ครอบด้วย MIUI 9.5

รูปร่างของ Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus

เริ่มต้นที่ด้านหน้าของเครื่องคู่นี้ก่อน จะแตกต่างกันที่ขนาดหน้าจอ โดย Redmi 5 จะมีหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด 720x1440 หรือ HD+ ส่วน Redmi 5 Plus จะมีหน้าจอขนาด 5.99 นิ้วความละเอียด 1080x2160 ทั้งคู่รองรับมัลติทัช 10 จุดเหมือนกัน และการแสดงผลถือว่าคมชัดเกินราคา

(Xiaomi Redmi 5)

(Xiaomi Redmi 5 Plus) 

ส่วนบน มี กล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซล เซนเซอร์และลำโพงสนทนา

 ส่วนล่างมีปุ่มกดที่ข้างในหน้าจอ เนื่องจากหน้าจอที่เต็มพอสมควร

ด้านข้างเป็นเฟรมโลหะที่แน่นและจับได้กระชับมือ พร้อมกับช่องใส่ซิมแบบ Nano SIM และอีกช่องสามารถสลับได้ทั้ง Micro SD และ Nano SIM ใบที่ 2

(Xiaomi Redmi 5)

(Xiaomi Redmi 5 Plus)

ด้านข้างขวาของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียงและ Power สำหรับพักหน้าจอและ เปิด-ปิด เครื่อง

 (Xiaomi Redmi 5)

(Xiaomi Redmi 5 Plus)

ด้านบนมีอินฟราเรด สำหรับใช้งานเป็นรีโมท และมีช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านบนทั้งคู่

(Xiaomi Redmi 5)

(Xiaomi Redmi 5 Plus)

ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นตำแหน่งของไมโครโฟนและช่องเสียบ Micro USB

(Xiaomi Redmi 5)

(Xiaomi Redmi 5 Plus)

ต่อกันด้วยด้านหลังจะดูดีกว่า Xiaomi Redmi 5a ทั้งคู่ประกอบไปด้วยแผ่นโลหะตรงกลางที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือให้ตรงกลางเครื่องพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและมี LED Flash ให้ตรงกลาง แต่ถ้าสังเกตดีๆ Redmi 5 Plus จะได้ LED Flash แบบ 2 ดวง

 

(Xiaomi Redmi 5)

(Xiaomi Redmi 5 Plus)

ภาพรวมของ ทั้ง Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นมือถือไร้กรอบตามกลุ่ม แต่ทรงแบบนี้ถือว่าได้หน้าจอขนาดใหญ่ที่พร้อมใช้และเมื่อเห็นราคาเครื่องต้องพูดว่า คุ้มค่าแล้ว แต่ข้อเสียงที่ยังพบอยู่คือด้านหลังตัวเครื่องจะดูซ้ำซากกับมือถือจีนทั่วไปครับ

ประสิทธิภาพ ของ Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus

 (คะแนนของ Xiaomi Redmi 5)

(คะแนนของ Xiaomi Redmi 5 Plus)

เนื่องจากสเปคของทั้งคู่แตกต่างกันที่หน้าจอและ CPU ที่ Redmi 5 จะใช้ Snapdragon 450 RAM 3GB ได้คะแนน 69180 คะแนน ส่วน Redmi 5 Plus ได้ใช้สเปค Qualcomm Snpadragon 625, RAM 4GB ได้ 76749 คะแนน แต่จากการลองใช้งานแล้ว พบว่าประสิทธิภาพให้พอๆ กันเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป

 (ผลการทดสอบแบตเตอรี่ของ Xiaomi Redmi 5)

แต่ว่าแบตเตอรี่ของ Redmi 5 จะมีขนาดที่ 3300 mAh ส่วน Redmi 5 Plus มีขนาด 4000 mAh ซึ่งมีเป็นขนาดที่สมตัว โดย Redmi 5 Plus สามารถอยู่ได้ยาวนานกว่า และใช้ปล่อยสัญญาณ WiFi ถือว่าอยู้ได้นานกว่าคือทั้งวัน

 (ผลการทดสอบแบตเตอรี่ของ Xiaomi Redmi 5 Plus)

และระบบจัดการพลังงานนั้นมีให้แบบ Basic แต่น่าเสียดายที่ไม่มี Quick Charge มาให้เท่านั้นเอง

ลูกเล่นเด่นของ Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus

 

ทั้งคู่ใช้ระบบระบบปฏิบัติการของ Xiaomi Redmi 5A ใช้เป็น Android 7.1.2 แต่ถูกครอบด้วย MIUI เวอร์ชั่น 9.5 ของ Xiaomi ที่พัฒนาให้รองรับการการทำงานที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้  

ส่วนการฟังเพลงนั้นถือว่าไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก ปรับ EQ ได้พอประมาณ และมี วิทยุ FM Radio ให้ฟังด้วย

ลูกเล่นที่เหลือนั้นมีให้ครบทุกอย่างทั้ง Apps จาก Google, เครื่องคิดเลข, ปฏิทิน และไฟฉายที่เปิดจาก Notification รวมไปถึง Xiaomi Application เช่น ส่วนช่วยเหลือ, พูดคุยเกี่ยวกับ ROM ของ Xiaomi, รีโมท และมีระบบสแกนลายนิ้วมือให้ครบ

 

กล้องหลังของ Xiaomi Redmi 5 และ Redmi 5 Plus มีขนาด 12 ล้านพิกเซลพร้อมกับ Auto Focus แบบ PDAF พร้อมกับ LED Flash ที่ครบเครื่อง โหมดการถ่ายภาพมีครบตามภาพ แต่น่าเสียดายที่ Pro Mode ปรับได้ไม่เยอะ นอกจากนี้วิดีโอสามารถ่ายได้ในความละเอียด Full HD

จากที่ได้ลองนั้นทั้งคู่ให้ภาพที่เหมือนกันและส่งผลให้ทำงานได้ดี อย่างไรก็ดี แม้ว่าลูกเล่นบางสิ่งจะหายไป การทำงานกล้องในภาพรวมถือว่าสมราคา อาจจะมีช้าตอนถ่ายในสภาพแสงน้อย

img_20180318_110304_1
img_20180329_192945_hht

(ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังจาก Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus)

และกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมกับสามารถปรับ Beauty Mode ที่ปรับได้เยอะมาก ทั้งผิว, ความเรียวของหน้า, ขนาดดวงตา และความใสด้วยกัน

(ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้าของ Xiaomi Redmi 5 Plus)

 สรุปจากที่ได้ลอง Xiaomi Redmi 5 / Redmi 5 Plus

เป็นอีกครั้งที่ Xiaomi Redmi 5 และ Redmi 5 Plus ทำให้รู้ว่ามือถือดีไม่จำเป็นต้องราคาแพง เพราะคุณสมบัติของเครื่องที่ครบทั้งกล้องหน้าและหลังที่คมชัด ถ่ายได้ดี พร้อมกับระบบปฏิบัติการที่ถือว่าทันสมัย และยังได้หน้าจอใหญ่แต่ขนาดเครื่องที่จับได้กำลังพอดี แต่ต้องยอมรับกับดีไซน์เครื่องที่ไม่โดดเด่นเท่าไหร่

ทั้งหมดนี้ได้มาในราคา 3,390 - 4,990 บาทสำหรับ Redmi 5 โดยสเปคเครื่องที่รีวิวเทียบกับเท่ากับมือถือที่มีราคา 6 – 7 พันบาทได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าอยากได้การเติมเต็มด้วยสเปคแรงขึ้น แบตฯใหญ่และจอใหญ่ สามารถจ่ายเพิ่มอีก 2,000 บาทไปที่ 6,990 บาท ก็เป็นเจ้าของ Redmi 5 Plus ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดีมือถือทั้ง 2 รุ่นนี้ยังคงต้องซื้อผ่านออนไลน์ จึงเป็นที่มาของราคาที่ถูก เหมือนกับ Redmi 5a ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ เห็นไหมว่า แม้ว่าจะไม่ได้มีหน้าร้าน แต่การขายมือถืออนไลน์ก็มีดีเช่นนี้นี่เอง

ข้อดี

  • ตัวเครื่องจับได้กำลังดี
  • วัสดุของตัวเครื่องคุ้มราคา
  • สเปคเครื่องจัดหนักกว่า
  • ระบบปฏิบัติการถือว่าใหม่และทำงานได้ดี
  • ราคาของเครื่องจัดว่าไม่แพงและเชื่อถือได้ง่าย

ข้อควรปรับปรุง

  • การหาซื้อยังคงต้องดูทางออนไลน์เท่านั้น
  • ด้านหลังดูเชยไปหน่อย
  • ลูกเล่นของกล้องไม่หวือหวา
  • สเปคเครื่องดูแล้ว Redmi 5 Plus คุ้มค่ากว่า