[Hands On] Jabra Elite 45e, 65t และ Elite Active 65t หูฟังไร้สายที่ดีทั้งโทรและฟังเพลง

[Hands On] Jabra Elite 45e, 65t และ Elite Active 65t หูฟังไร้สายที่ดีทั้งโทรและฟังเพลง

เมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2561) rtb ได้เปิดตัวและชวนสื่อมวลชนสาย IT ทดลองหูฟังรุ่นใหม่อย่าง Jabra Elite 65t, Elite 45e และ Elite Active 65t รุ่นใหม่ล่าสุดทั้ง 3 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES 2018 ที่ผ่านมา มันจะมีดีอะไรและน่าสนใจค่าไหน มาดูกันเลยดีกว่า

เริ่มจาก Jabra Elite 45e รุ่นเล็กก่อน เป็นหูฟังไร้สายที่ต้องสวมกับคอเพื่อใช้ฟังเพลงได้ทุกสภาพอากาศและให้ความกระชับอย่างดี ด้วยจุกยากแบบ In ear ที่นิ่มและใช้งานได้คล่องตัว พร้อม Drive 10 มิลลิเมตรให้เบนแสะทุ้มกำลังดี แต่ยังไม่ทิ้งเรื่องกาตัดเสียงรบกวน พร้อมกับใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และกันละอองน้ำได้ด้วย

จากที่ได้ลองพบว่า สายนั้นไม่หนักเกินไป การเปร่งเสียงทำได้ดีกว่าที่คิด และมีไมโครโฟนขนาดใหญ่มาก ทำให้การตัดเสียงรบกวนของหูฟังรุ่นนี้ทำได้ดีจริงๆ และมีความทนทานอย่างมาก ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 3,490 บาท ถือว่าไม่แพงมากกับหูฟังแบบนี้

 

Jabra Elite 65t และ Elite Active 65t คู่นี้เป็นหูฟังแบบ True Wireless Stereo หน้าตาเหมือนกับ Elite Sport เพียงแต่ว่าการออกแบบนั้น เน้นเองของการใช้งานทั้งการฟังเพลงและคุยสายด้วยการติดตั้งไมโครโฟน 4 ตัว กันเสียงลมและเสียงแทรกได้ดี พร้อมกับมีระบบเสียงที่ดี

ทำงานคู่กับโปรแกรม Jabra Sound + ที่เพิ่มการทำงานฟังก์ชั่นไม่ว่าจะเป็นการลดเสียงแทรก, EQ, รูปแบบของเสียงและไมโครโฟน รวมถึง Update Firmware ได้ในตัว พร้อมรองรับการสั่งงานทั้ง Google Now, Siri, Amazon Alexa เป็นต้น

เห็นเป็นหูฟังไร้สายอันเล็ก แต่ก็สามารถใช้งานได้ยาวนาน 5 ชั่วโมงและจากการชาร์จรวมกันได้ 15 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 6,290 บาท พอๆ กับ AirPods เลย

แต่ถ้าต้องการความทนทานก็คงเป็นรุ่น Elite Active 65t ที่มีระบบวัดอัตราการเร่ง, กันน้ำได้ในระดับ IP56, และมีการเคลือบทำให้ใส่แล้วกระชับมากขึ้น ในราคาแพงขึ้นที่ 6,990 บาท แต่เป็นรุ่นที่วางขายในเดือนพฤษภาคม

เรียกได้ว่า Jabra ทั้ง 3 รุ่นเริ่มเน้นในกลุ่มของการฟังเพลงและใช้งานทั่วไปมากขึ้น ถึงแม้วบางรุ่นอาจจะราคาสูงแต่ก็มีความน่าสนใจไม่เบา สุดท้ายแล้วตัวเลือกไหนที่เหมาะสมกับคุณ ลองดูและตัดสินใจเลือกซื้อกันที่ตัวแทนจำหน่ายนะครับ