Hands On : Samsung Galaxy S9 / S9+ มือถือเรือธงที่เน้นเรื่องกล้องแบบเต็มพิกัดกว่าเดิม

Hands On : Samsung Galaxy S9 / S9+ มือถือเรือธงที่เน้นเรื่องกล้องแบบเต็มพิกัดกว่าเดิม


หลังจากมีสรุปฟีเจอร์และรายละเอียดต่างๆ ของ Samsung Galaxy S9 และ S9+ กันไปก่อนหน้านี้สามารถกดอ่านได้ที่นี่ แต่สำหรับบทความนี้ เป็นการสัมผัสแรก มาดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันดีกว่า 

100

รูปร่างของ Samsung Galaxy S9

 ด้านหน้า ยังคงเอกลักษณ์ของหน้าจอไร้กรอบแบบ Infinity Display ที่มีขนาด 5.8 นิ้วสำหรับ Galaxy S9 และ 6.2 นิ้ว สำหรับ Galaxy S9+ ความละเอียด 2960x1440 (QHD+) อัตราส่วน 18.5:9 เท่าเดิม

samsung_s9_review-1

ด้านบน เป็นที่อยู่ของเซนเซอร์มากมายรวมไปถึง ระบบสแกนม่านตา (Iris Scan) และมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F1.7 ให้เช่นเคย และหูฟังครั้งนี้แปลงเป็นลำโพงได้

p2260529

p2260523

ด้านล่าง ขอบของหน้าจอเหมือนลดลงกว่ารุ่นเดิม มีปุ่มกดสำหรับสั่งงานฝั่งในหน้าจอและปุ่ม Home ยังเป็นแบบมีแรงกดต่อต้านออกมาด้วย

p2260530

ด้านข้าง เหมือนกับ Samsung Galaxy S8 ทุกประการ ประกอบไปด้วยขอบตัวเครื่องที่บางลงและมีกระจกทั้ง 2 ด้าน ฝั่งซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มเรียกคำสั่ง Bixby

ฝั่งขวามีปุ่มเปิดปิดเครื่อง

 

ด้านบน มีช่องใส่ซิมแบบ Hybrid Slot (Nano SIM, Nano SIM/ Micro SD)

 

ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟัง, USB-C พร้อมไมโครโฟนและลำโพงดีไซน์ใหม่

p2260520

ด้านหลัง เป็นจุดที่แยกออกที่สุดสำหรับมือถือรุ่นนี้เพราะมีการจัดตำแหน่งกล้องแบบแนวตั้งพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือใต้กล้อง เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมี Heart Rate Sensor และ LED Flash มาให้เรียกได้ว่าครบเครื่องและเหมือนเดิม 

p2260525_1

 ในภาพรวมทั้งหมดเห็นว่าตัวเครื่องไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจากเดิมมากนัก แต่ถ้าดูด้านหลังของเครื่องการวางจุดสแกนลายนิ้วมือ ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน และเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของ Samsung เลยก็ว่าได้ แต่มองจุดสแกนลายนิ้วมือก็ทำให้คิดถึง Galaxy A8 (2018) ไม่น้อยเลย

แต่ถ้าจะแยกความแตกต่างระหว่าง Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ก็คงจะเป็นกล้องหลังคู่มากกว่า

สเปคของ Samsung Galaxy S9

มีการเลือกใช้ CPU Exynos 9810 รุ่นใหม่ที่แรงขึ้นและสถาปัตยกรรมแบบ 10 นาโนเมตร แต่สำหรับบางประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา จะไปใช้ Qualcomm Snapdragon 845 รุ่นใหม่ล่าสุดแทน พร้อมกับ RAM 4GB และความจำ 64GB สำหรับ Galaxy S9 และ RAM 6GB ความจำมีให้เลือกตั้งแต่ 64/128/256GB สำหรับ Galaxy S9+ และยังเพิ่มความจำผ่าน Micro SD ได้สูงสุดที่ 400GB หรือใส่ซิมใบที่ 2 ได้

การเชื่อมต่อรองรับทั้ง Bluetooth V5.0, WiFi 802.11 b/g/n/ac Dual Band, รองรับ 4G LTE ได้ที่ความเร็ว 1.2Gbps ถือว่าเร็วมาก แถมแบตเตอรี่มีขนาด 3000 – 3500 mAh รองรับ Wireless Charge และ Fast Charge เช่นเคย

คุณสมบัติเด่นที่ต้องลองใน Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+

เริ่มจากบอดี้ของเครื่องรุ่นนี้ใช้กระจกแบบ Gorilla Glass 5 เพิ่มความแข็งแรงและยังได้ขอบตัวเครื่องที่ทำจากอะลูมิเนียมเกรด 7,000 ให้ความแข็งแรงสูงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

p2260532_1

ระบบปฏิบัติการ ของ Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ใช้เป็น Android 8.0 Oreo มาพร้อมกับ Samsung Experience 9.0 รุ่นใหม่ มอบประสบการณ์ความลื่นได้สุดๆ

และเป็นครั้งแรกของ Samsung ที่มีระบบความปลอดภัยแบบผสานและเลือกใช้ได้อัจฉริยะ (Intelligent Scan) ที่ใช้ระบบสแกนใบหน้าและ Iris Scan ในคราวเดียวทำให้ปลอดภัยมากขึ้น แต่สำหรับ Apps บางตัวเช่น Samsung Pay จะทำงานพร้อมกัน เพื่อความปลอดภัย และติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือใต้กล้อง เพิ่มความสะดวกในการเรียกใช้

จุดเด่นของเครืองที่ได้มาลองนั้นมีหลากหลายมากกว่าที่ใครหลายคนคิด ส่วนใหญ่จะไปทางด้านการถ่ายภาพและระบบเสียงเช่น

screenshot_20180226-005005

  • ระบบเสียง Stereo ที่มาพร้อมกับลำโพงคู่บนล่าง และจูนโดย AKG ทำให้สามารถรองรับระบบ Dolby ATMOS
  • กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Super Speed Dual Pixel โฟกัสได้รวดเร็ว แต่ถ้ายังไม่พอแล้ว Galaxy S9 ยังให้รูรับแสง 5 – F2.4 มาให้ทำให้การถ่ายภาพในทุกสภาพแสงนั้น ทำได้ดีและกล้องปรับเองตามสภาพแสง แต่เราจะเล่น Manual Mode เองก็ทำได้
  • กล้องหลังตัวที่ 2 ของ Galaxy S9 มีขนาดเลนส์ 56 มิลลิเมตร 4 และมาพร้อมกับฟีเจอร์ Live Focus ด้วน

  • วิดีโอนอกจากถ่าย 4K 60FPS ได้แล้ว ยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow motion ได้ช้าสุดที่ 960 FPS เลยทีเดียว เมื่อถ่ายเสร็จ จะมีการใส่เพลงให้ทันที เพื่อเพิ่มความน่าดู และเราสามารถปรับแต่งเองเพิ่มเติมได้ และยังสามารถแสดงผลแบบเดินหน้าจนจบ หรือจะถอยหลังจากจุดสิ้นสุดมาจุดเริ่มต้นได้

  • AR Bixby เพิ่มฟีเจอร์ส่องภาพแล้วสแกนเพื่อแปลภาษาได้มากถึง 104 ภาษา และภาษาต้นทางอีก 54 ภาษา
  • Bixby 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ที่มีการเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวคุณมากขึ้น แถมเรียนรู้พฤติกรรมการใช้มือถืออีกตางหาก
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 7 แต่สร้างสรรค์ผ่านงาน AR Emoji ได้

โดยฟีเจอร์ของ AR Emoji นอกจากจะมีรูปแบบให้เลือกถึง 18 รูปแบบและรวมไปถึงฟีเจอร์ของการใส่เครื่่องประดับได้แล้ว แต่สำหรับคนที่อยากได้ความเป็นตัวเอง Samsung Galaxy S9 สามารถสร้าง AR Emoji ได้เองและออกมาหลายรูปแบบที่เห็นนี้ และส่งเข้า Social Network รวมถึงโปรแกรมสนทนาที่รองรับภาพแบบ GIF ก็ได้

จากที่ลองต้องบอกว่ากล้องนั้นถ้าถ่ายสภาพแสดงปกติ ยังไม่แตกต่างกับกล้องของ Galaxy S8 และ Galaxy Note 8 ในโหมดปกติ แต่ถ้าเมื่อลองไปถ่ายในที่แสงน้อยแล้ว แม้ว่าผลงานอาจจะใกล้กัน แต่ Galaxy S9 จะเก็บรายละเอียดแถมลด Noise ค่อนข้างชัดเจน สามารถดูได้จากตัวอย่างภาพด้านล่าง

แต่กล้องหน้าอย่าถือสา เหมือนกันกับ Galaxy S8 และ Note 8 ทุกประการ

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy S9 ในที่แสงน้อย)


และยังมีลูกเล่นเด่น เช่นการรองรับ Samsung Dex Pad รุ่นใหม่ ที่สะดวกในการใช้งานขึ้น แต่ก็แอบเหมือนกับของ Windows 10 และ Huawei Mate 10 Pro นิดหน่อย

 

และยังมีฟีเจอร์ที่น่าใช้จากรุ่นเดิมเช่น Secure Folder, App Pair เมื่อกดแล้วจะแสดงผลเป็น 2 หน้าจอพร้อมกัน จะซ่อนใน App EDGE, Samsung Pass, Samsung Pay และอื่นๆ อีกมากมาย

สรุปสั้นๆ หลังได้ทดลองใช้ Samsung Galaxy S9 | Galaxy S9+

 

ในเวลาสัมผัสเพียง 1 ชั่วโมงกับ Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ มีการปรับปรุงในเรื่องของบอดี้ กล้อง และระบบเสียงทำให้ Galaxy S9 เป็นมือถือที่เน้นความบันเทิงและมีระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานกัน และมีแบบพื้นฐานให้ได้ใช้งานกันด้วย เรียกได้ว่าครบเครื่องเลยก็ว่าได้

กับราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท ไปจนถึง 37,900 บาทสำหรับ Galaxy S9+ ความจุ 256GB  ถือว่าก็สูงอยู่ แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มาก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับคนที่คิดว่าต้องการมือถือใช้งานในด้านความบันเทิงและขอปลอดภัยเล็กน้อย ดูทันสมัยอีกด้วย โดยตัวเครื่องพร้อมจำหน่ายในช่วงกลางเดือนหน้า แต่นี่แค่เป็นการลองสั้นๆ เท่านั้น เพราะรีวิวจริงนั้น รออีกหน่อยเดียวก็มา เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมาสรุปอีกครั้งก็คงไม่สายอะไร