สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

หลังจากที่ DJI ได้เปิดตัว Mavic Air ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นโดรนที่หลายคนตั้งตารอคอยเพราะความสวย, ใช้งานง่าย, ฟังก์ชั่นเก๋ และถ่ายภาพดีอีกตางหาก ล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่ง Synnex เป็นตัวแทนจำหน่ายเช่นเคย ซึ่งทีม Sanook! Hitech ได้ไปลองภายในงานเปิดตัวสั้น ๆ และนำมาบอกเล่ากันกันเป็นน้ำจิ้มก่อนรีวิวจริงเร็วๆ นี้

แรกเห็น DJI Mavic Air

หลังจากที่เห็นในวินาทีแรก เข้าใจว่ารุ่นนี้เป็นร่างต่อจาก DJI Spark เพราะตัวเครื่องมีขนาดไม่เล็กและใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับ Spark ใหญ่กว่านิดเดียว โดยสังเกตจากด้านบน จะมีช่องระบายอากาศ และปีกสามารถพับเก็บได้ทุกให้ตัวเครื่องดูน่าพกและใหญ่กว่ามือถือนิดหน่อย

20180206_150657
20180206_150852

แต่ที่เด่นคือเรื่องจัดเก็บอุปกรณ์ที่ชาร์จและความจำ อยู่ด้านหลังทำให้เสียบได้ง่ายมากขึ้น และตัวเครื่องถอดแบตเตอรี่ออกได้แบบง่ายดายแค่กดด้านข้างเครื่องเท่านั้น

ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สีคือ แดง, ขาว และ ดำ

คุณสมบัติเด่นที่พบระหว่างใช้งาน

DJI Mavic Air เป็นโดรนรุ่นแรกที่มีการพัฒนาความสามารถของการบินขั้นสูง แต่กลับใช้งานง่ายเพราะมีลูกเล่นทั้ง ระบบช่วยบิน FlightAutonomy 2.0 สามารถถอยและ และหลีกสิ่งกีดขวาง และเพิ่มความละเอียด ทำงานคู่กับ กล้อง 7 ตัวรอบทิศ และจับคนว่าอยู่ระแวกนั้นหรือไม่ พร้อมกับ APAS ระบบช่วยเหลือในการบินคำนวณความสูง ทำให้บินได้ง่ายผ่านการควบคุมด้วยรีโมท และ Application

20180206_153622

นอกจากนี้ยังมี Gesture สั่งงานได้หลากหลายรูปแบบเช่น

  • ใช้มือเดียวโบกเลี้ยวซ้ายขวาขึ้นลง เพื่อบังคับทิศทาง
  • กางมือสุดแขน ผลักไปข้าง ๆ เพื่อให้โดรนห่างออก หรือ กางแขนสุดแล้วเอามือข้ามาชิด เพื่อให้โดรนมาใกล้
  • ชู 2 นิ้วถ่ายภาพ
  • ทำเป็นกรอบภาพ เพื่อถ่ายวิดีโอ
  • ใช้มือเดียวลากลงจนขึ้นไฟแดง จะเป็นการ Landing (ทำตรงข้ามเป็นการ Take Off)

แถมตัวเครื่องรุ่นนี้แก้ปัญหาเรื่องของความจำไม่พอ ด้วยการใส่ความจำในตัวเครื่อง 8GB และสามารถเพิ่มได้ด้วย Micro SD แถมเปลี่ยนช่องชาร์จไฟแบบ USB-C ทำให้ถ่ายโอนข้อมูลได้เร็ว และชาร์จไฟเร็วได้อีกด้วย

และกล้องถ่ายภาพขนาด 12 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพออกมาคมและดูดี นอกจากนี้ยังได้ในเรื่องของการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K แบบ 30FPS และรูปแบบการถ่ายภาพแบบ QuickCapture รวมไปถึงการถ่ายภาพแบบ Boomerang ได้เช่นกัน พร้อมกันสั่นแบบ 3 แกนระดับนิ่งมาก

สรุปหลังทดลอง DJI Mavic Air

เป็นอีกโดรนรุ่นหนึ่งที่ใช้งานและบินไม่คล่องตัว แถมมีลูกเล่นที่จะใช้รีโมท หรือใช้มือสั่งงานก็ทำได้ เริ่มเข้าใกล้ตัวคุณมากขึ้น และแบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่ารุ่นเล็ก กับราคาที่แพงกว่ารุ่น Spark โดยขยับไปที่ 30,000 บาท และ 37,500 บาทสำหรับ Set Combo ก็ลองเลือกดูว่าแบบไหนคุ้มกว่าถ้าต้องการโดรนจริงๆ

แต่ภาพถ่ายนั้นจะดีจริงไหม ทีม Sanook! Hitech ขอแปะไว้ในตอนรีวิวแล้วเรามาดูกันอีกครั้งดีกว่าครับ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด