เทียบภาพถ่าย 5 เรือธงตัวท็อปแห่งยุค iPhone X vs Pixel 2 XL vs Note 8 vs Mate 10 Pro vs OnePlus 5T

เทียบภาพถ่าย 5 เรือธงตัวท็อปแห่งยุค iPhone X vs Pixel 2 XL vs Note 8 vs Mate 10 Pro vs OnePlus 5T
thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

เทียบภาพถ่าย 5 เรือธงตัวท็อปแห่งยุค iPhone X vs Pixel 2 XL vs Note 8 vs Mate 10 Pro vs OnePlus 5T กับกล้องโปร 5D Mark III รุ่นไหนถ่ายภาพออกมาเป็นอย่างไร ดูกันชัดๆ ที่นี่!

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาปล่อยของของบรรดาแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเสียจริงๆ เพราะแต่ละแบรนด์ล้วนพากันเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดกันอย่างเนืองแน่น

ซึ่งจุดเด่นที่เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์หลักของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันก็คือ "กล้องถ่ายภาพ" ที่แต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ต่างพากันพัฒนาคุณภาพ และประสิทธิภาพของกล้องให้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนสามารถใช้แทนกล้องถ่ายภาพจริงๆ ได้แทบทุกสถานการณ์แล้ว และหากพูดถึงสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิทัลโดดเด่นที่สุดในขณะนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น 5 เรือธงระดับท็อปของปี 2017

ซึ่งก็คือ iPhone X, Samsung Galaxy Note 8, Huawei Mate 10 Pro, Google Pixel 2 XL และ OnePlus 5T แต่รุ่นไหนกันที่จะเป็นแชมป์ตัวจริงประจำปีนี้ เราไปดูเปรียบเทียบภาพถ่ายของเรือธงทั้ง 5 รุ่นให้เห็นกันชัดๆ เลยดีกว่าครับ

*หมายเหตุ - ภาพถ่ายทุกภาพสามารถกดเพื่อชมภาพขนาดใหญ่ได้
*การตัดสินแต่ละภาพมาจากการพิจารณาโดยการโหวตจากทางทีมงาน 

ซีนที่ 1 : ถ่ายภาพทั่วไป 

iPhone X :  ตัวกล้องวัดแสงได้ค่อนข้างพอดี มองเห็นส่วนที่มืด และสว่างที่สุดพร้อมกันได้อย่างทั่วถึง  

Huawei Mate 10 Pro : ตัวกล้องวัดแสงติด Underexposed เล็กน้อย ทำให้ภาพดูมืด และเก็บรายละเอียดได้ไม่ครบถ้วน

Samsung Galaxy Note 8 : ภาพมี Contrast ค่อนข้างสูง แต่มีสีสันชัดเจนกว่ารุ่นอื่นๆ

OnePlus 5T : ภาพมี Contrast ค่อนข้างจัด คล้ายกับ Note 8 แต่วัดแสงได้มืดกว่าเล็กน้อย

Google Pixel 2 XL : ซอฟต์แวร์วัด White Balance ได้ค่อนข้างดีที่สุด แต่ยังเก็บรายละเอียดของท้องฟ้าได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น 


ซีนที่ 2 : Optical Zoom 2X 

3

(Google Pixel 2 XL ไม่มีฟีเจอร์นี้จึงไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบในหัวข้อนี้ด้วย)

iPhone X : หลังจากซูมภาพแบบ 100% ภาพที่ได้ยังคงมีีความคมชัด และมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนครบถ้วน

Huawei Mate 10 Pro : หากสังเกตที่ตัวอักษร "เอสพละนาด" บนป้าย มื่อซูมภาพ 100% จะเห็นได้ว่าภาพที่ได้มีความเบลอ และ Noise เกิดขึ้นบ้าง

Samsung Galaxy Note 8รายละเอียดของภาพครบคมชัด เมื่อขยายภาพมองเห็นตัวอักษรได้ครบถ้วน รวมไปถึงภาพมีความสว่างมากกว่ารุ่นอื่นๆ ถือว่าในแง่ของการเก็บรายละเอียดภาพ Note 8 ทำได้ดีกว่ารุ่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด

OnePlus 5T : เมื่อซูมภาพ 100% จะเห็นว่าภาพตัวอักษรแม้เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า Mate10  แต่ก็ยังไม่คมชัดเท่า iPhone X และ Note 8 และมี Noise เกิดขึ้นเช่นกัน


ซีนที่ 3 : ภาพถ่าย HDR 

iPhone X : ภาพที่ได้ออกโทนสีเหลือง และวัดแสงได้ค่อนข้างมืดที่สุด 

Huawei Mate 10 Pro : วัดแสงได้กำลังดี และมองเห็นรายละเอียดของภาพได้แทบทุกจุด ทั้งในส่วนที่มืด และสว่างที่สุดของภาพ 

Samsung Galaxy Note 8 : ภาพที่ได้ยังคงมี Contrast เช่นเคยในส่วนของสิ่งก่อสร้างและต้นไม้มีส่วนที่มืดไปบ้าง แต่วัดค่า White Balance ได้ดีและถ่ายสีท้องฟ้าได้ตรงที่สุด

OnePlus 5T : วัดแสงโดยรวมได้สว่างมากไปนิด ทำให้ภาพขาดมิติ ภาพที่ได้มี Contrast ค่อนข้างจัด และติดโทนสีเหลือง

Google Pixel 2 XL : สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี แต่ White Balance ติดโทนสีเขียวทั้งภาพ


ซีนที่ 4 : เทียบหน้าชัด-หลังเบลอ

5

iPhone X : ภาพจาก iPhone X ถ่ายโดยใช้โหมด Natural Light  แต่ซอฟต์แวร์ประมวลผลแสงพลาดไปมาก ทำให้ใบหน้าตัวแบบออกเหลืองอมส้มอย่างเห็นได้ชัด 

Huawei Mate 10 Pro : Mate 10 Pro ถือว่าวัดแสง, สี และ White Balance ได้ตรงมากที่สุด แต่การตัดขอบนั้นยังมีส่วนที่ประมวลผลพลาดไปบ้าง เช่น เส้นผม เป็นต้น

Samsung Galaxy Note 8 : ภาพจาก Note 8 ออกโทนเหลืองไปนิด รวมถึงมีการเร่งสีให้สดกว่ารุ่นอื่นๆ แต่การตัดขอบขอบตัวแบบถือว่าทำได้ดีมากทีเดียว

OnePlus 5T : OnePlus 5T วัดแสงได้สว่างที่สุด จนทำให้ใบหน้าบางส่วนหลุดไฮไลท์ไป แต่การเบลอฉากหลังถือว่าทำได้ไม่ผิดพลาด แต่จะเบลอได้ไม่มากเท่ากับรุ่นอื่นๆ ก็ตาม

Google Pixel 2 XL : Pixel 2 XL เรียกได้ว่าถ่ายภาพ Portrait ได้ดีมาก ทั้งการวัดแสง และการตัดขอบของตัวแบบ รวมไปถึงการเบลอฉากหลังที่ทำได้เป็นธรรมชาติด้วย อย่างไรก็ดีจะเห้นว่าการตัดขอบอาจกินส่วนประกอบของตัวแบบไปบ้างเล็กน้อย


ซีนที่ 5 : เทียบภาพถ่ายเซลฟี่

6

(สมาร์ทโฟนที่มีโหมด Beauty ถูกปรับค่าไว้ที่ระดับกลางของทุกรุ่น)

iPhone X : เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกล้องหน้า iPhone เกือบทุกรุ่นคือการถ่ายภาพตามสภาพจริงเหมือนที่ตาเห็น ซึ่งกล้อง TrueDepth ของ iPhone X ก็ยังเป็นเช่นเดียวกัน แต่การวัด White Balance ยังไม่ตรงเท่าที่ควร ทำให้หน้าตัวแบบออกส้มเกินกว่าสีผิวจริง แต่การเบลอฉากหลังถือว่าทำได้ดีทีเดียว

Huawei Mate 10 Pro : สำหรับ Mate 10 Pro ที่มีโหมด Beauty ก็มีการปรับค่าผิวเนียนให้มากขึ้น รวมถึงการทำให้สีผิวดูขาวขึ้น และเบลอฉากหลังได้เช่นเดียวกัน แต่ในการใช้งานจริงผู้ใช้ต้องปรับค่าต่างๆ ตามสภาพแวดล้อมด้วย ไม่เช่นนั้นภาพที่ได้อาจไม่เป็นธรรมชาติเท่าใดนัก

Samsung Galaxy Note 8 : กล้องหน้าของ Note 8 มีการเกลี่ยแสงโดยรวมทั้งภาพให้มีความสว่างมากขึ้น ซึ่งมีความสว่างที่สุดจากทุกรุ่น และมีโหมด Beauty ให้ใช้งานเช่นเดียวกัน แต่ไม่สามารถเบลอฉากหลังได้

OnePlus 5T : กล้องหน้าของ OnePlus 5T ถือว่าทำผลงานได้ดีจนเซอร์ไพรส์พอสมควร เพราะตัวกล้องวัดแสง และสีได้ค่อนข้างตรง และตัวแบบดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงโหมด Beauty ที่ปรับค่าผิวเนียนได้เนียนตาเป็นอย่างมาก แต่ไม่สามารถเบลอฉากหลังได้

Google Pixel 2 XL : ภาพถ่ายเซลฟี่ของ Pixel 2 XL ก็เรียกว่าทำได้ดีไม่แพ้กล้องหลัง เพราะสามารถเบลอฉากหลังได้อย่างเนียนตา และโหมด Beauty ที่เกลี่ยผิวได้เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ถือว่าทำได้ดีมากกว่ารุ่นอื่น


ซีนที่ 6 : เทียบภาพถ่ายแบบเปิดแฟลช

7

iPhone X : ไฟแฟลชของ iPhone X ถือว่าค่อนข้างสว่างพอสมควร สามารถถ่ายในที่มืดได้ดี แต่การวัดแสงใบหน้าถือว่าค่อนข้างด้อยกว่ารุ่นอื่น เพราะเน้นการขับมิติของหน้ามากเกินไป จนอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ

Huawei Mate 10 Pro : ไฟแฟลชของ Mate 10 Pro ค่อนข้างสว่าง และมีสีขาวนวลตา ทำให้ขับผิวของตัวแบบได้ค่อนข้างดี แม้ถ่ายในที่มืดก็ตาม

Samsung Galaxy Note 8 : ไฟแฟลชของ Note 8 จะสว่างอยู่ตรงบริเวณจุดศูนย์กลางเป็นหลัก ซึ่งสังเกตได้จากขอบมืดด้านข้างทั้งสี่ด้าน แต่การแบบเปิดไฟแฟลชของ Note 8 ทำให้ตัวกล้องวัด White Balance ผิดพลาดค่อนข้างเยอะ และทำให้ภาพที่ได้แตกต่างจากรุ่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด

OnePlus 5T : ไฟแฟลชของ OnePlus 5T ถือว่าทำได้ดี แม้จะสว่างที่บริเวณศูนย์กลางเป็นหลัก แต่การประมวลผลของซอฟต์แวร์ บวกกับไฟแฟลชที่แสงค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ก็ทำให้การถ่ายภาพบุคคลในที่มืดออกมาได้ดีทีเดียว

Google Pixel 2 XL : การถ่ายภาพเปิดแฟลชของ Pixel 2 XL ถือว่าดีที่สุดจากทุกรุ่น เพราะตัวกล้องมีการหน่วงชัตเตอร์ให้ช้าลงโดยอัตโนมัติ เปิดม่านชัตเตอร์ให้นานขึ้นเพื่อทำให้ภาพสว่าง ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพของ Pixel 2 XL สว่างที่สุด เหมือนกับถ่ายกลางแหล่งกำเนิดแสง และในส่วนของใบหน้ามีความขาวสว่าง แต่ไม่เสียรายละเอียดด้วย 

ซีนที่ 7 : เทียบการเบลอฉากหลังกับวัตถุ

8

9

iPhone X : iPhone X มีการเบลอส่วนของโหลแก้วไปค่อนข้างเยอะ เพราะคิดว่าเป็นฉากหลัง แต่ตัวหนังสือที่เป็นฉากหลังจริงๆ กลับคมชัด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าซอฟต์แวร์ยังคงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมอีก

Huawei Mate 10 Pro : AI ของ Mate 10 Pro ถือว่าประมวลผลการแยกฉากหลังได้ดีมาก เพราะหนังสือด้านหลังถูกเบลอหมด แต่โหลแก้ว และลูกหินด้านในยังคงคมชัด ซึ่งเป็นไปตามระยะโฟกัสของการถ่ายภาพด้วยกล้องทั่วไป

Samsung Galaxy Note 8 : การเบลอขอบวัตถุโปร่งแสงของ note 8 ยังมีความผิดพลาดใกล้เคียง iPhone X สังเกตจากการเบลอของขอบสองข้างของโหลแก้ว อย่างไรก็ดีจะเห็นว่าโดยรวม iPhone X และ Note 8 จะสามารถละลายฉากหลังได้มากกว่ารุ่นอื่นซึ่งอาจจะทำให้เกิดการประมวลผลของซอฟแวร์ผิดพลาดได้ง่ายกว่า

OnePlus 5T : การเบลอฉากหลังของ OnePlus 5T ถือว่าทำได้ดี เพราะตัวหนังสือถูกเบลอเกือบหมด แต่ซอฟต์แวร์ยังประมวลผลให้เบลอส่วนของโหลแก้วไปเล็กน้อย และเบลอเงาสะท้อนด้านหน้าด้วย แต่ก็ยังติดอยู่ที่ปัญหาเดิมคือไม่สามารถละลายฉากหลังได้มากเท่ารุ่นอื่นๆ 

Google Pixel 2 XL : Pixel 2 XL ก็เบลอฉากหลังได้ดีเช่นเดียวกัน โดยโหลแก้วมีความคมชัดเกือบทั้งหมด และตัวหนังสือด้านหลังถูกเบลอไปด้วย แต่ซอฟต์แวร์มองว่าเงาสะท้อนด้านหน้าถือเป็นฉากหน้า ทำให้ตัวหนังสือด้านหลังอาจมีความคมชัดกว่าบริเวณรอบข้าง แต่ส่วนอื่นๆ ถือว่าทำได้ดีทั้งหมด แต่ฉากหลังก็จะไม่สามารถละลายได้มากเท่า iPhone X และ note8 

 ซีนที่ 8 : เทียบภาพถ่ายกลางคืน

iPhone X : ภาพถ่ายกลางคืนที่มีแหล่งกำเนิดแสงมาก iPhone X จะทำให้แสงสว่างมากขึ้น ซึ่งทำให้ภาพโดยรวมดูสว่าง แต่รายละเอียดบางส่วนจะหลุดไฮไลท์ไป (ในภาพหัวลำโพง) ขณะที่การถ่ายในที่ที่มีแหล่งกำเนิดแสงบางจุด iPhone X จะดึงรายละเอียดในที่มืดออกมาได้ค่อนข้างดี (รถสีดำในตรอกในภาพที่สาม)

Huawei Mate 10 Pro : ภาพถ่ายจาก Mate 10 Pro วัดแสงได้มืดไปนิดหน่อยทำให้รายละเอียดในภาพหายไปบางส่วน และเมื่อซูมดูที่เสาอากาศด้านบนจะเห็นว่ารายละเอียดของเสาอากาศถูกกลืนหายไปกับสีดำข้างหลังด้วย และมีจุดรบกวนปรากฏขึ้นค่อนข้างเยอะ แต่จุดเด่นคือสีสันที่เป็นเอกลักษณ์และดูสดใส

Samsung Galaxy Note 8 : ถือว่าถ่ายภาพกลางคืนได้ดี ซอฟต์แวร์มีการเกลี่ยแสงโดยรวมให้เห็นทั้งในส่วนที่สว่างโดยไม่หลุดไฮไลท์ และดึงรายละเอียดในส่วนที่มืดออกมาให้เห็นได้แบบพอเหมาะ ไม่สว่างจนเกินไป ในรูปแรก (ในภาพหัวลำโพง) สังเกตที่ขาป้ายจะเห็นว่าสามารถเก็บรายละเอียดขาเสา รั้วได้ครบแม้ในส่วนที่มืดที่สุดของภาพ และการเร่ง Contrast ก็ไม่มากเกินไปทำให้ภาพถ่ายกลางคืนมีสีสันสดใสกำลังดี 

OnePlus 5T : การถ่ายภาพที่มืดด้วย OnePlus 5T จะมี Contrast ค่อนข้างชัดเจนระหว่างส่วนมืด กับส่วนสว่าง และถ้าหากถ่ายในที่แสงน้อยมากๆ ซอฟต์แวร์จะทำการลด Noise โดยอัตโนมัติ แต่ก็จะทำให้ภาพมีลักษณะสีติดกันเป็นปื้นๆ สูญเสียรายละเอียดบางส่วนไปด้วยเช่นกัน ทำให้ดูด้อยกว่าเรือธงรุ่นอื่น 

Google Pixel 2 XL : Pixel 2 XL เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีไม่แพ้รุ่นอื่น โดยการถ่ายในที่ที่มีแหล่งกำเนิดหลายจุด ตัวซอฟต์แวร์ของ Pixel 2 XL จะเกลี่ยแสงให้เห็นรายละเอียดทั้งภาพ ทั้วในส่วนที่มืด และสว่าง พร้อมทั้งมีการเร่งสีขึ้นมากอีกเล็กน้อยเพื่อให้ภาพดูสวยงามมากขึ้นด้วย

 ซีนที่ 9 : เทียบอัตราการเกิด Noise

13

*หมายเหตุ - Huawei Mate 10 Pro และ Oneplus 5T ตั้งค่า ISO สูงสุดที่ ISO 3200, Samsung Galaxy Note 8 ตั้งค่า ISO สูงสุดที่ ISO 800 ส่วน iPhone X และ Google Pixel 2 XL ไม่มีโหมดโปร จึงเป็นการถ่ายแบบ Auto เท่านั้น


iPhone X : การลด Noise บน iPhone X ถือว่าทำได้ดีมาก เพราะจากภาพรวม รายละเอียดต่างๆ ภายในภาพยังอยู่ครบถ้วน และเมื่อซูมภาพเข้าไปก็มี Noise เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่เสาอากาศด้านบนยังมีรายละเอียดคมชัด มองเห็นได้ถนัด ถือว่าซอฟต์แวร์ลด Noise ได้ดีมากเลยทีเดียว

Huawei Mate 10 Pro : ภาพถ่ายจาก Mate 10 Pro วัดแสงได้ค่อนข้างมืดอีกครั้ง ทำให้รายละเอียดในภาพหายไปบางส่วน และเมื่อซูมดูที่เสาอากาศด้านบนจะเห็นว่ารายละเอียดของเสาอากาศถูกกลืนหายไปกับสีดำข้างหลังด้วย และมีจุดรบกวนปรากฏขึ้นค่อนข้างเยอะ 

Samsung Galaxy Note 8 :  White Balance ของภาพติดโทนสีเขียว-เหลือง ส่วน Noise ในภาพถือว่ายังมีให้เห็นอยู่ ส่วนการเก็บรายละเอียดที่เคยทำได้ดีในภาพอื่นกลับไม่เห็นในภาพนี้สังเกตได้จากรายละเอียดของเสาอากาศที่หายไปบางส่วนด้วยเช่นกัน

OnePlus 5T : สำหรับ OnePlus 5T ดูเหมือนจะไม่มีซอฟแวร์ที่ช่วยในการลด Noise ทำให้ภาพของ Oneplus มี Noise เยอะที่สุด 

Google Pixel 2 XL : สำหรับ Pixel 2 XL นั้นถือว่าลด Noise ได้ในระดับหนึ่ง โดยตรงตัวตึกเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน แต่บริเวณขอบภาพ และท้องฟ้าปรากฏ Noise ขึ้นมาบางส่วน และซอฟต์แวร์มีการลด Noise ลงไปบ้าง ซึ่งก็สามารถทำได้ดี ไม่ทำให้สูญเสียรายละเอียดของภาพมากเกินไป

 ซีนที่ 10 : เทียบภาพถ่ายเซลฟี่ตอนกลางคืน

14

iPhone X : iPhone X กับกล้องหน้าในตอนกลางคืนถือว่ามีผลงานไม่ค่อยประทับใจนัก เพราะความคมชัด และรายละเอียดของภาพหายไปบางส่วน รวมถึงการวัดแสงที่มืดกว่าภาพอื่น แต่ก็ดูจะเป็นมือถือที่คงคาแรคเตอร์ภาพถ่ายดูสมจริงมากที่สุด 

Huawei Mate 10 Pro : Mate 10 Pro มีการเร่งแสงของภาพให้สว่างขึ้นเล็กน้อย มีการปรับให้ดูหน้าเนียนขึ้น การเบลอฉากหลังได้เนียนตาไม่ต่างกับการถ่ายตอนกลางวัน

Samsung Galaxy Note 8 : สำหรับ Note 8 มีการเร่งแสงสว่างของภาพเพิ่มขึ้นแบบทั้งภาพ ตัวกล้องไม่ค่อยมีการเบลอฉากหลัง  กล้องหน้ามีการปรับผิวหน้าให้เนียนเล็กน้อยไม่มากจนเกินไปและมีแสงส้มอมชมพูเหมาะสำหรับคนที่ชอบเซลฟีแบบปรับแต่งนิดๆ แต่ด้วยความที่ภาพสว่างกว่ารุ่นอื่นทำให้สูญเสียรายละเอียดบางส่วนไปเช่นกัน 

OnePlus 5T : OnePlus 5T ถือว่าทำผลงานได้ดีปานกลาง แม้ไฟด้านหลังจะสว่างเกินไป แต่ซอฟแวร์ก็มีการปรับความสว่างบนใบหน้าโดยเกลี่ยแสงให้อยู่ในระดับเท่าๆกัน (แต่ก็จะดูเหมือนทาแป้งนิดหน่อย) การเก็บรายละเอียดของภาพทำได้ดี 

Google Pixel 2 XL : การเซลฟี่กลางคืนด้วยกล้องหน้าของ Pixel 2 XL ถือว่าทำได้ดีกว่ารุ่นอื่น ซอฟต์แวร์มีการเร่งแสงให้กับใบหน้า แต่ไม่เร่งแสงไฟด้านหลังขึ้นมาจนหลุดไฮไลท์ ทำให้ภาพรวมมีการเกลี่ยแสงที่ดี และยังเก็บรายละเอียดได้คมชัด รวมถึงการเบลอฉากหลังที่ทำได้ดีเป็นธรรมชาติ

 สรุป

15


เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับการทดสอบถ่ายภาพจากเรือธงทั้ง 6 รุ่น จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นก็จะมีคาแรคเตอร์ของภาพที่ต่างกันออกไป iPhone X ค่อนข้างเด่นในเรื่องของการให้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติและเก็บรายละเอียดได้ดี ในขณะที่ Samsung Glaxy Note 8 จะเด่นเรื่องการปรับแสงและเก็บรายละเอียดส่วนมืดสุดและสว่างสุดของภาพได้ดีกว่ารุ่นอื่น  Hauwei Mate 10 Pro เด่นเรื่องซอฟแวร์ประมวลผลที่คำนวณหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมาก ในขณะที่ Oneplus 5T ถึงแม้จะดูด้อยกว่ารุ่นพี่แต่ถ้าเทียบราคากันก็ถือว่าทำได้ดีไม่ธรรมดา ส่วน Pixel 2 XL ถือว่าสมศักดิ์ศรีกล้องมือถือที่ได้คะแนน DxOMark สูงที่สุดในโลกแต่พอเราทดสอบกันจริงๆ ก็จะเห็นว่าเรื่องของการเก็บรายละเอียดนั้นอาจจะยังดูด้อยกว่า iPhone X และ Note 8 เช่นกัน     

หวังว่าการทดสอบนี้จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้ชมทุกท่านอย่างไรก็ตาม ความสวยของภาพถ่ายอาจจะไม่สามารถตัดสินได้ด้วยข้อมูลหรือการทดสอบใดๆ เพราะขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละท่านด้วยเช่นเดียวกัน จุดประสงค์ในการเทียบภาพถ่ายให้ชมกันในครั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบ และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันว่า สมาร์ทโฟนเรือธงแต่ละรุ่นในขณะนี้มีกล้องถ่ายภาพที่ถ่ายออกมาในเบื้องต้นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ภาพจากรุ่นใดสวยงามถูกใจผู้ใช้มากที่สุดทุกท่านคงต้องตัดสินกันด้วยตัวเอง ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยของทุกท่านกันได้นะครับ สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด