Facebook Live อีกช่องทางนำเสนอด้านมืด เมื่อคนร้ายถ่ายทอดสดขณะยิงคนตาย

Facebook Live อีกช่องทางนำเสนอด้านมืด เมื่อคนร้ายถ่ายทอดสดขณะยิงคนตาย
Arip

สนับสนุนเนื้อหา

เหตุการณ์น่าสลดในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุสังหารชายวัย 74 ปี ซึ่งในระหว่างลงมือก่อเหตุ คนร้ายมีการ Live หรือถ่ายทอดสดผ่าน Facebook ให้คนในโลกโซเชียลเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยuntitled-1

 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ฆาตกรรมในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อนายสตีฟ สตีเฟ่น ก่อเหตุยิงชายวัย 74 ปี ในขณะกำลังเดินอยู่บริเวณริมถนนจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ได้ถูกเผยแพร่ผ่านการ Live หรือถ่ายทอดสดผ่าน Facebook ซึ่งหลังจากเกิดเหตุนายสตีฟได้อ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดของ Joy Lane อดีตคนรักที่เคยคบหากันก่อนหน้านี้ พร้อมประกาศว่าจะไม่หยุดการกระทำอันรุนแรง จนกว่าจะได้รับการติดต่อจากอดีตคนรัก

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากการตามหาตัวนายสตีฟ สตีเฟ่น ผู้ก่อเหตุแล้ว ยังมีการตั้งคำถามไปยัง Facebook ด้วยเช่นกันถึงความรับผิดชอบต่อการปล่อยเหตุการณ์ดังกล่าวเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของตัวเองเป็นเวลาหลายชั่วโมงและทำให้มีผู้เห็นเหตุการณ์รุนแรงเป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้นทาง Facebook ได้ออกมาแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่าน CNN ระบุว่า คลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นอาชญากรรมที่น่ากลัวและเป็นเนื้อหาที่ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ ซึ่ง Facebook ได้มีการปิดบัญชีของผู้ก่อเหตุภายใน 23 นาที หลังจากได้รับรายงานฉบับแรก และใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมงเพื่อทำการลบวีดีโอที่ถูกกระจายต่อออกไปบน Facebook แต่อย่างไรก็ตาม Facebook ยอมรับว่าการดำเนินการแก้ปัญหาจะต้องทำให้ดีขึ้นมากกว่านี้

ทั้งนี้มีหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงถูกเผยแพร่บน Facebook ยิ่งในปัจจุบัน Facebook Live ได้กลายเป็นช่องทางใหม่ที่ผู้ใช้นิยมนำเสนอเรื่องราวต่างๆ แบบเรียลไทม์ ก่อให้เกิดความยากลำบากของ Facebook ในการกรองวีดีโอถ่ายทอดสดที่อาจเข้าข่ายนำเสนอเนื้อหาที่มีความรุนแรง ซึ่งกว่า Facebook จะดำเนินการลบหรือแบนบัญชีผู้ละเมิดนโยบายวีดีโอดังกล่าวก็ถูกเผยแพร่ไปยังผู้ชมจำนวนมากไปแล้ว

ดังนั้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นโจทย์อันท้าทายอีกครั้งของ Facebook ในการพัฒนาเครื่องมือที่มีความสามารถกรองเนื้อหาที่เข้าข่ายความรุนแรงก่อนที่จะถูกแพร่กระจายออกไปบนแพลตฟอร์มของตัวเองที่มีผู้ใช้มากกว่าพันล้านคน