SHOKZ แบรนด์หูฟังแบบเปิดหู หรือ Open-Ear เดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยจริงจังมากขึ้น ด้วยการเปิดตัว นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ขึ้นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
พร้อมเผยทิศทางชอง SHOKZ ที่ต้องการจับกลุ่มผู้ใช้สายแอคทีฟมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกาย วิ่ง ปั่นจักรยาน เดินทาง หรือใช้หูฟังระหว่างทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องการฟังเสียงไปพร้อมกับรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว
ทำไม Open-Ear ถึงเริ่มน่าสนใจขึ้น?
ต้องยอมรับว่า SHOKZ ,uจุดขายหลักของหูฟัง Open-Ear คือการไม่อุดหูเหมือนหูฟังอินเอียร์ทั่วไป ทำให้ผู้ใช้ยังได้ยินเสียงรอบข้าง เช่น เสียงรถ เสียงคนเรียก หรือเสียงประกาศในสถานที่ต่าง ๆ
แนวคิดนี้ตอบโจทย์คนที่ใช้หูฟังระหว่างออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยเฉพาะนักวิ่งและนักปั่นจักรยาน เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์ที่ต้องรับรู้สิ่งรอบตัว ขณะเดียวกันก็ยังฟังเพลง พอดแคสต์ หรือรับสายได้ตามปกติ
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
นาย-ณภัทร กับภาพลักษณ์สายวิ่ง
การเลือก นาย-ณภัทร มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ SHOKZ ในไทย สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นการเคลื่อนไหวและไลฟ์สไตล์สุขภาพ เพราะเจ้าตัวเป็นหนึ่งในคนบันเทิงที่มีแพชชันด้านการวิ่งอย่างชัดเจน ซึ่ง นาย-ณภัทร ยังพูดถึงการเตรียมตัวสำหรับสนามวิ่งระดับโลกอย่าง Berlin Marathon 2026 และ Chicago Marathon 2026 รวมถึงการใช้หูฟัง SHOKZ ระหว่างการซ้อมและแข่งขัน ซึ่งช่วยให้ฟังเพลงได้โดยยังรับรู้เสียงรอบตัว
ชูหูฟัง 3 รุ่นสำหรับไลฟ์สไตล์ต่างกัน
พร้อมกับการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ SHOKZ ยังนำเสนอหูฟัง Open-Ear 3 รุ่นหลักที่วางตำแหน่งแตกต่างกัน ตั้งแต่สายวิ่งจริงจัง คนเมือง ไปจนถึงผู้ใช้ที่มองหาหูฟังดีไซน์แฟชั่น

OpenRun Pro 2
SHOKZ OpenRun Pro 2 เป็นรุ่นที่เน้นกลุ่มนักวิ่งและคนออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยใช้เทคโนโลยี DualPitch™ ที่ผสานการทำงานระหว่าง Bone Conduction สำหรับเสียงย่านกลางและสูง กับ Air Conduction เพื่อเสริมเสียงเบส
รุ่นนี้ออกแบบด้วยตะขอเกี่ยวหูตามหลักสรีรศาสตร์ โครงสร้างกระชับ และลดแรงบีบลง 16% เพื่อให้ใส่สบายขึ้นระหว่างการเคลื่อนไหว เหมาะกับคนที่ต้องใส่หูฟังต่อเนื่องระหว่างวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือซ้อมกีฬาเป็นเวลานาน

OpenFit Pro
SHOKZ OpenFit Pro ถูกวางให้เป็นรุ่นพรีเมียมสำหรับการใช้งานตลอดวัน มาพร้อมเทคโนโลยี Shokz SuperBoost™ เพื่อเพิ่มพลังเสียง และรองรับ Dolby Atmos สำหรับประสบการณ์เสียงรอบทิศทาง
อีกจุดที่น่าสนใจคือฟังก์ชัน Open-Ear Noise Reduction ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนในบางสถานการณ์ โดยยังคงจุดเด่นของหูฟังแบบเปิดหูที่ไม่ตัดขาดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว เหมาะกับการใช้ในวันทำงาน คาเฟ่ ฟิตเนส หรือระหว่างเดินทาง

OpenDots ONE
รุ่นที่แตกต่างที่สุดในกลุ่มคือ SHOKZ OpenDots ONE หูฟังแบบ Clip-on รุ่นแรกของแบรนด์ ที่ออกแบบให้เป็นทั้งอุปกรณ์ฟังเพลงและแฟชั่นไอเท็ม
รุ่นนี้มีน้ำหนักเพียง 6.5 กรัมต่อข้าง สวมใส่ง่าย และใช้งานร่วมกับแว่นหรือหมวกได้สะดวก แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก แต่ยังใส่เทคโนโลยี Bassphere™ และรองรับ Dolby Audio เพื่อเพิ่มมิติของเสียง
ตลาดหูฟังเริ่มไม่ได้แข่งกันแค่ตัดเสียงรบกวน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดหูฟังไร้สายแข่งขันกันอย่างหนักเรื่องคุณภาพเสียงและระบบตัดเสียงรบกวน แต่การมาของหูฟังแบบ Open-Ear ทำให้ตลาดมีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้ต้องการปิดกั้นเสียงภายนอกตลอดเวลา
จุดแข็งของ SHOKZ คือการจับโจทย์ความปลอดภัยและความสบายในการสวมใส่ โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬาและคนที่ใช้หูฟังนาน ๆ ซึ่งอาจไม่ต้องการความรู้สึกอึดอัดจากหูฟังอินเอียร์

การเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกในไทย และการชูหูฟัง Open-Ear 3 รุ่นหลัก แสดงให้เห็นว่า SHOKZ ต้องการขยายฐานผู้ใช้ในไทยให้กว้างกว่าเดิม จากกลุ่มนักวิ่งและสายออกกำลังกาย ไปสู่ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการหูฟังใส่สบาย ปลอดภัย และเข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหาหูฟังที่ไม่อุดหู ยังได้ยินเสียงรอบตัว และใช้งานได้ทั้งออกกำลังกายกับชีวิตประจำวัน SHOKZ ถือเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มทำตลาดในไทยอย่างจริงจังมากขึ้นในปีนี้




