5 อันดับสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ พร้อมขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 625

5 อันดับสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ พร้อมขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 625
thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

เผย 5 อันดับสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ พร้อมขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 625 และมีแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องเกิน 10 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ครบครัน แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น เราสรุปมาให้ท่านแล้ว!

เรียกได้ว่าในทุกวันนี้สมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นอุปกรณ์สำคัญในการใช้ชีวิตของใครหลายคนเลยทีเดียว ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีแอปพลิเคชันให้เลือกใช้งานครบครันทุกด้าน และหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ได้แก่ ระยะเวลาในการใช้งาน เนื่องจากในบางครั้งเราอาจต้องการใช้งานสมาร์ทโฟนยาวนานต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน 

ทางเว็บไซต์ PhoneArena ได้เผย 5 อันดับสมาร์ทโฟนชิปเซ็ตระดับกลางรุ่นใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 625 ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องเกิน 10 ชั่วโมง มาให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจ ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้น เชิญติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ  

อันดับที่ 5 : Moto G5 Plus (10 ชั่วโมง 26 นาที)

1

Moto G5 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปใหม่ล่าสุดจากตระกูล G Series ที่เปิดตัวไายในงาน MWC 2017 เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเปิดราคาวางจำหน่ายที่ 229 ยูโร (ประมาณ 8,400 บาท) ซึ่งคาดว่าอาจมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ โดยมาพร้อมกับการพลิกโฉมดีไซน์แบบใหม่ บนตัวเครื่องโลหะอะลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลวเข้าภายในตัวเครื่อง และป้องกันน้ำกระเซ็นด้วยเทคโนโลยี (Nano-Coating) รวมถึงมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ได้รับการอัปเกรดขึ้นจากเดิมในหลายด้าน ดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 150.2x74x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 155 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล : 424 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ที่มีความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB และ 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB และ 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Dual-Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่, พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.7, รองรับการซูมภาพแบบดิจิทัล 8 เท่า (8X Digital Zoom) และรองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมพิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว TurboPower
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ Moto G5 Plus

อันดับที่ 4 : ZTE Blade V8 Pro (11 ชั่วโมง 31 นาที)

2

ZTE Blade V8 Pro สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมความโดดเด่นในด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องคู่ (Dual-Camera) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED) บนการดีไซน์สุดพรีเมียมด้วยกรอบด้านข้างตัวเครื่องแบบโลหะ พร้อมเปิดราคาที่ 229.98 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,300 บาท) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 155.9x76.9x9.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 180 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล) 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับการ์ดความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED) และรองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 
- แบตเตอรี่ความจุ 3140 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยี Quick Charge 2.0
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2 และ NFC
- รองรับระบบเสียง Dolby Atmos 

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ ZTE Blade V8 Pro

 อันดับที่ 3 : Lenovo P2 (11 ชั่วโมง 44 นาที)

3

Lenovo P2 สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปใหม่ล่าสุด ที่มีจุดเด่นเป็นแบตเตอรี่ไซส์ยักษ์ 5100 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 3.0 บนตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่แข็งแรงทนทาน และเปิดราคาอย่างเป็นทางการในไทยที่ 11,990 บาท โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องครบครันทุกองค์ประกอบ ดังนี้

- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD 1080p ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดที่ 2.0GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล 
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi มาตรฐาน, Bluetooth 4.1, USB 2.0 และ NFC
- แบตเตอรี่ความจุ 5100 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 3.0 
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marhsmallow 

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ Lenovo P2

อันดับที่ 2 : Huawei Nova Plus (12 ชั่วโมง 12 นาที)

4

Huawei Nova Plus สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่จาก Huawei ที่เผยโฉมครั้งแรกในงาน MWC 2017 โดยวางจำหน่ายในไทยที่ราคา 12,900 บาท และมาพร้อมกับความโดดเด่นทั้งในด้านการดีไซน์ และฟีเจอร์เด่นที่ครบครันในทุกการใช้งาน ดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 151.8x75.7x7.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 160 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล : 401 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวล 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS ซึ่งรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD (2160x3840 พิกเซล)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 3340 mAh 
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ซึ่งถูกครอบทับด้วย Emotion UI 4.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.1

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ Huawei Nova Plus

 อันดับที่ 1 : Moto Z Play (13 ชั่วโมง 43 นาที)

5

Moto Z Play สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากตระกูล Z Series ที่เปิดราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเราที่ 15,990 บาท โดยมาพร้อมกับความโดดเด่นในด้านการดีไซน์ตัวเครื่องด้วยกรอบด้านข้างตัวเครื่องแบบโลหะ และรองรับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.4x76.4x6.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล : 403 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED), มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) และระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา, ไฟแฟลช LED และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 3510 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow 
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายใต้ปุ่มโฮม
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0 และ NFC

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ Moto Z Play

ทางเว็บไซต์ PhoneArena ได้ระบุถึงวิธีการทดสอบสมาร์ทโฟนในรุ่นต่างๆ ด้านระยะเวลาในการใช้งาน ด้วยการเรียกใช้ Web-Script แบบพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เปิดใช้งานแบบซ้ำไปซ้ำมา และตั้งค่าความสว่างของหน้าจอที่ 200 nit ซึ่งนอกจากสมาร์ทโฟนทั้ง 5 รุ่นในข้างต้นนี้ ยังมีสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่ได้รับการทดสอบนี้อีกมากมาย 

ในบ้านเราเองก็มีการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนจากแบบทดสอบนี้ด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ Huawei Nova Plus, Moto Z Play และ Lenovo P2 สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถเลือกซื้อได้ที่ศูนย์บริการของแต่ละแบรนด์ได้แล้ววันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ชิปเซ็ต และระยะเวลาในการใช้งาน เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่อง ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ซึ่งหากได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้นแล้วเกิดความชื่นชอบ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด