เจาะรายละเอียดแพ็กเกจ "dtac Go No Limit" คุ้มหรือไม่ และ เหมาะกับคุณ หรือไม่

เจาะรายละเอียดแพ็กเกจ "dtac Go No Limit" คุ้มหรือไม่ และ เหมาะกับคุณ หรือไม่
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ dtac ได้ออกโปรโมชั่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า dtac go no limit ซึ่งให้เน็ตไม่จำกัดการใช้งานแต่จะมีการควบคุม Speed ถือว่ามีความน่าสนใจ

แต่วันนี้ทีมงาน Sanook! Hitech จะนำโปรฯดังกล่าวมาเจาะลึกว่ามันจะแตกต่างอย่างไร และ ราคาไหนเหมาะกับใคร รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ต้องรู้

รูปแบบของ Package Go No Limit ของดีแทคจากที่เห็นเป็นแบบของ รายเดือน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นท่ 499 บาท แต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจคือ

  • เดือนละ 499 บาท ความเร็ว 1 Mbps, โทรเครือข่าย 100 นาที ไม่ลดความเร็ว, โทรหาดีแทคฟรี
  • เดือนละ 699 บาท ความเร็ว 4 Mbps, โทรเครือข่าย 300 นาที ไม่ลดความเร็ว, โทรหาดีแทคฟรี
  • เดือนละ 1,299 บาท ความเร็ว 10 Mbps, โทรเครือข่าย 500 นาที ไม่ลดความเร็ว, โทรหาดีแทคฟรี
  • เดือนละ 1,499 บาท ความเร็ว 10 Mbps, โทรนอกเครือข่าย 1000 นาที ไม่ลดความเร็ว, โทรหาดีแทคฟรี
  • เดือนละ 1,999 บาท ไม่ล็อคความเร็ว โทรนอกเครือข่ายไม่จำกัด ไม่ลดความเร็ว, โทรหาดีแทคฟรี

แต่รูปแบบของเติมเงินจะเริ่มต้น 15 บาท ความเร็วเริ่มต้น 256 Kbps ไปจนถึง 4 Mbps ตามรูปที่เห็นในแกลอรี่ด้านล่าง

แต่สำหรับซิมการ์ดใหม่อย่าง Go เพลิน ซึ่งให้ความเร็ว 64 Kbps แบบไม่ลดสปีด และสามารถโทรได้ 55 สตางค์ทุกเครือข่าย

จะเห็นได้ว่าทุกแพ๊กเกจใหม่นี้จะสามารถโทรหา เบอร์ที่ใช้ในเครือข่ายดีแทคได้ฟรี และสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องมากลัวว่าอินเทอร์เน็ตจะหมดเมื่อไหร่?

แต่ว่า!!! จะมีหมายเหตุเล็กน้อย เช่น

  • ไม่สามารถใช้งานแบบเชิงพาณิชย์ กล่าวคือการใช้งานจำนวนมากเช่นการใช้งานร้านอินเทอร์เน็ต หรือการโหลดข้อมูลจำนวนมาก 
  • การใช้โหลดฺ Bittorrent เพราะจะมีการดึงข้อมูลจำนวนมาก
  • แม้ว่า ใน Package นี้จะระบุว่า ไม่ให้ปล่อย Hotspot แต่ก็ยังอนุโลม ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ WiFi Hotspot เพราะทางดีแทคมองเห็นว่า กลุ่มคนที่ใช้งานในลักษณะนี้ จะไม่ได้กดใช้งานจำนวนมาก
  • ส่วนการทำ Speed Test อาจจะไม่อยู่ในเงื่อนไขของแพ๊กเกจนี้ เพราะว่า เป็นการโหลดข้อมูลปริมาณมากแค่ชั่วคราวเท่านั้น

และถ้ามองแพ๊กเกจใหม่ของดีแทคนี้ จะเหมาะกับใคร แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มอยู่ได้แก่

  • สำหรับคนที่มองว่าใช้งานแค่ Social Network และมีดูวีดีโอบ้าง จะแนะนำ ราคา 499 - 699 เพราะเป็นความเร็วที่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่ในระดับนั้น
  • สำหรับคนที่ต้องการความเร็วสูงไว้สำหรับใช้งานดูหนังและการส่งอีเมล์ที่ต้องการความรวดเร็ว 1,099 - 1,499 บาท ก็เพียงพอ
  • แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการติดเน็ตบ้าน ใช้มือถือหนักทั้งโทร และเน็ต แนะนำเป็นตัวท็อป 1,999 บาท ท่าจะดีกว่า

อย่างไรก็ตามแพ๊กเกจเก่าที่มีราคาพอ ๆ กัน แต่อาจจะจำกัดเรื่องปริมาณก็ยังตอบโจทย์สำหรับคนที่ใช้งานต่อเดือนไม่มากนัก และยังสามารถทบได้อยู่ เป็นอีกตัวเลือกที่คุณสามารถใช้ได้เช่นกันครับ ยังไงก็ลองคิดพิจารณาแล้วเลือกดูกันให้ดีอีกทีเพื่อความเหมาะสมกับเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนครับ

 

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด