ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ไทยใช้ซอฟต์แวร์

ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ไทยใช้ซอฟต์แวร์

     รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้ 

     และเพื่อให้การดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรให้กำหนดมาตรการทางภาษีในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการ SMEs มีการนำผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านซอฟต์แวร์จากผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้น

     มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการใช้ซอฟต์แวร์

     สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ผู้ประกอบการ SMEs ซื้อหรือจ้างทำซอฟต์แวร์จากผู้ประกอบการที่ขายหรือรับจ้างทำซอฟต์แวร์ หรือใช้บริการซอฟต์แวร์จากผู้ประกอบการที่ให้บริการซอฟต์แวร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เพื่อนำมาใช้ในการประกอบกิจการในรอบระยะเวลาบัญชีที่กำหนด มีสิทธิ์นำค่าใช้จ่ายมาหักเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวเป็นจำนวน ๑๐๐% ของมูลค่าซื้อหรือจ้างทำ หรือของมูลค่าบริการที่ใช้ แต่ไม่เกินค่าใช้จ่ายสูงสุดที่กระทรวงการคลังร่วมกับซิป้า ในสังกัดของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ การซื้อหรือการจ้างทำหรือการใช้บริการต้องไม่รวมค่าบำรุงรักษารายปี และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ซอฟต์แวร์ โดยสามารถเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้เพียงครั้งเดียวภายใน ๓ รอบระยะเวลาบัญชี นับจากรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

     ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี จะต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน ๕ ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท หรือตามที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้ซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันที่ซื้อ จ้างทำ หรือใช้บริการจะต้องเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจด้านต่าง ๆ เช่น ระบบบัญชี ลูกค้าสัมพันธ์ สต็อก การผลิต เงินเดือน การทำเว็บไซต์ e-Commerce ระบบเครือข่าย เป็นต้น

     ตัวอย่างการใช้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ SMEs กรณีซื้อหรือจ้างทำซอฟต์แวร์ สมมติว่าผู้ประกอบการ SMEs มีการซื้อหรือจ้างทำซอฟต์แวร์มูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ รอบระยะเวลาบัญชีของกิจการคือ ๑ มกราคม ๒๕๕๙-๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ คิดค่าตัดจำหน่าย (ค่าเสื่อมราคา) ๑๐% ต่อปี เท่ากับ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อปี โดยได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

     ที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตราให้กับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์จากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ยุทธศาสตร์ที่สำคัญอันหนึ่งของภาครัฐคือ ทำอย่างไรจึงจะผลักดันให้เกิดการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นใช้ในประเทศได้ ซึ่งซอฟต์แวร์ดังกล่าวควรจะมีมาตรฐานที่เทียบเท่าระดับสากล

     บทบาทดังกล่าวเป็นหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ที่ต้องมีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างจริงจังขึ้นในประเทศ มาตรการลดภาษีเป็นเพียงมาตรการหนึ่งที่เกิดขึ้น จากนี้คงต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่องว่าซิป้าจะผลักดันมาตรการอะไรออกมาอีก




[Advertorial]

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด