วิธีเลือกสาย USB แบบถูกวิธี ที่คุณไม่เคยรู้ และร้านไม่เคยแนะนำมาก่อน

วิธีเลือกสาย USB แบบถูกวิธี ที่คุณไม่เคยรู้ และร้านไม่เคยแนะนำมาก่อน
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

      ทุกวันนี้อุปกรณ์ดีไวซ์ต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย แต่หลายคนก็ประสบปัญหาในเรื่องอุปกรณ์ชาร์จไฟ โดยเฉพาะ สายชาร์จที่อาจจะยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจจะมีทั้งแบบที่ชำรุดง่าย เขี้ยวจม หรือสายขาดด้านใน รวมทั้งสีสันที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน รวมถึงการรองรับกำลังไฟที่ยังไม่ลงตัว

      วันนี้ Sanook! Hitech จึงรวมวิธีการเลือกสายชาร์จแบบ USB ที่ใช่และลงตัวในชีวิตประจำวันมาฝากกัน

เลือกความยาวที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน

      ทุกวันนี้สายชาร์จมักจะมีให้เลือก 2 แบบทั้งแบบยาวประมาณ 1 - 5 เมตร หรือจะเป็นแบบสั้นระดับ 10 เซนติเมตร ซึ่งการเลือกนั้นต้องดูการใช้งานความควรเป็นแบบไหน โดยมากถ้าใช้สายบนโต๊ะทำงาน หรือใช้ทั่วไป เลือกสายยาวไว้กำลังดีเพราะไม่เกะกะเวลาใช้งาน

      แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เที่ยวออกนอกสถานที่บ่อย ๆ แล้วล่ะก็ การซื้อสายที่สั้นว่า 1 เมตรจะเป็นคำตอบที่ดีเพราะรักษาง่าย ไม่ต้องระวังเรื่องสายพันพันจนงอและเสียหายได้

ควรเลือกสายที่ถึกทนทาน

      เหตุที่หลาย ๆ คนเปลี่ยนสายชาร์จบ่อย ๆ และพยายามหาสายที่ได้ทั้งการชาร์จและการโอนข้อมูลที่ลงตัว นั้นอาจจะหากันยากเพราะส่วนใหญ่จะมีจุดบอดที่สายชาร์จส่วนใหญ่จะมีข้อต่ออยู่ที่หัวมักจะเกิดเหตุการณ์ชำรุดได้บ่อยครั้ง

      ในบางกรณีอาจจะเกิดความร้อนที่สะสมทำให้พลาสติกหรือส่วนห่อหุ้มเกิดขาด หรือแตกหักจนไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ การเลือกสายบางครั้งจะต้องดูความเหนียวและมีความดีดตัวได้สูงเพื่อรองรับการใช้งานในแบบต่างสถานการณ์ และวัสดุที่น้ำหนักเบา เช่นอลูมิเนียม อัลลอยเพื่อต่ออายุการใช้งานไปได้อีก

สายชาร์จที่ดี จะต้องไม่มีปัญหาเวลาใช้งาน

      หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าสาย USB Cable ที่เข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ดี แต่อาจจะไม่สามารถส่งข้อมูลได้ หรือค้นหาอุปกรณ์ได้ สาเหตุเกิดจากภายใน Port หัก หรือสายนั้นเสียรูปไป ส่วนหนึ่งเกิดจาก Port USB ที่ไม่ได้มาตรฐาน และยิ่งกว่านั้นวัสดุที่นำมาใช้มีคุณภาพต่ำ อาจจะทำให้การไหลของกระแสไฟไม่ดี และทำให้เครื่องร้อน ส่งผลให้เกิดความเสียหายได้

ต้องมีความปลอดภัย

     แน่นอนว่าความปลอดภัยจะต้องมีคำนึงถึงเป็นประเด็นแรก ๆ แน่นอน ซึ่งสายที่ดีจะต้องมีระบบป้องกันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การปรับกระแสไฟให้สม่ำเสมอก่อนนำกระแสไฟเข้าเครื่อง หรือจะเป็นระบบตัดการทำงานเมื่อเครื่องรับเกิดความไม่ต้องการ รวมถึงการใช้ตัวนำอย่างดีเช่นวัสดุอย่างทองแดง เพื่อให้กระแสไฟเข้าได้ดีไม่ติดขัด

     และนอกจากเหนือจากนี้จะต้องดูเรื่องการรับไฟฟ้าให้เหมาะสมกับเครื่องเช่นสายส่วนมากที่มีราคาดีหน่อยจะรองรับการจ่ายไฟที่ 2.4A ซึ่งถือว่าสูงและเหมาะกับอุปกรณ์บางรุ่นที่รองรับความสามารถในการชาร์จไฟเร็วเป็นต้น

สายจะต้องดูดี และเหมาะสมกับตัวคุณ

     แม้ว่าสายชาร์จอาจจะต้องยึดกฎพื้นฐานว่า Back To Basic แต่เราก็สามารถที่จะหาสายที่มีสีสันที่ลงตัวกับตัวคุณ และลวดลายที่เหมาะสมหรือจะเป็นสายแบบถักที่ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นอีกโจทย์ในการเลือกเพื่อเข้ากับแฟชั่นและรูปแบบการใช้งานของคุณได้มากขึ้น

ดูยี่ห้อของสายที่ได้รับการยอมรับ

     แน่นอนว่าสายชาร์จทุกวันนี้มีหลายกหลายยี่ห้อมีทั้งคุณภาพหลากหลายรวมทั้งราคาก็เช่นเดียวกัน รวมถึงคุณภาพและการออกแบบที่ใช่กับตัวคุณมากที่สุด และราคาที่อยู่ระดับกลางก็เป็นอีกสิ่งที่ยืนยันในเรื่องของคุณภาพ ความปลอดภัย, ไม่เสียบ่อย และคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

     วิธีง่าย ๆ เหล่านี้ก็ทำให้คุณสามารถใช้งานสายชาร์จคู่กับชีวิตประจำวันได้อย่าลงตัวไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันที่ต้องการพักผ่อนได้เช่นเดียวกัน