ส่อง 83 มือถือแท็บเล็ตสุดร้อนแรง Thai-land Mobile Expo 2015 ส่งท้ายปี!

ส่อง 83 มือถือแท็บเล็ตสุดร้อนแรง Thai-land Mobile Expo 2015 ส่งท้ายปี!
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

     ถึงตลาดสินค้าไอทีช่วงนี้จะเงียบเหงาตามสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ไม่มีอะไรหยุดยั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากแบรนด์ชั้นนำ การแข่งขันยังคงร้อนแรงเช่นเคย โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนระดับกลาง - บน งัดทุกอย่างออกมาสู้กันทั้งคุณสมบัติสเปค ออฟชั่นเสริมต่างๆ อย่างกล้องหน้า Selfie สุดคมชัด หรือจะเป็นหน้าจอ (เกือบ)ไร้ขอบ ฯลฯ สามารถหาซื้อมาเป็นเจ้าของด้วยราคาสบายกระเป๋ากว่าเดิม พร้อมโปรโมชั่นต่างๆ อย่างเช่น ผ่อน 0%, ลดค่าเครื่องเมื่อสมัครแพคเกจ, ส่วนลดจากการสั่งซื้อออนไลน์ ฯลฯ ทำให้การตัดสินใจซื้อทำได้ง่ายขึ้นมากทีเดียว

    สำหรับช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ กลับมาพบกันอีกรอบกับมหกรรม Thailand Mobile Expo 2015 รอบส่งท้ายปี ตั้งแต่วันที่ 1-4 ตุลาคม 2558 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งวดนี้มือถือรุ่นใหม่ อุปกรณ์เสริมไฮเทค จัดเต็มเหมือนเดิม เช่นเดียวกับอุปกรณ์ Wearable เอาใจคนรักสุขภาพ รอบนี้น่าจะมาครบเครื่องสุดๆ จากกระแสการปั่นจักรยาน - วิ่งที่มาแรงมากช่วงนี้ นอกจากนี้ยังมีโซน Mobile Game สำหรับคนเล่นเกมออนไลน์บนสมาร์ทโฟน ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลยกับสมาร์ทโฟน - แท็บเล็ต 83 รุ่นที่น่าสนใจประจำงานนี้มีอะไรบ้าง ? ลองทำการบ้านก่อนตัดสินใจได้ครับ

Samsung

Galaxy J1

     น้องเล็กสุดของกลุ่ม Samsung Galaxy ราคาประหยัด 'Galaxy J1' งบน้อยเพียง 3,xxx บาท ก็เป็นเจ้าของได้ สเปคหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ชิพประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Play Store ใช้งานฟังก์ชั่นพื้นฐานต่างๆ ได้ครบเครื่อง ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล แถมรองรับ 2 ซิมการ์ด / 3G ทุกเครือข่าย คุ้มค่าในระดับนึงทีเดียว

Galaxy J5

     ตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่มีซีรี่ส์ E แล้ว เนื่องจากนำซีรี่ส์ J มาทดแทน เลยมีรุ่นที่น่าสนใจในราคาระดับ 7 พันบาท นั่นก็คือ 'Galaxy J5' รูปทรงเรียบๆ มาพร้อมกับหน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัดกำลังดี ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 1.5 GB เร็วแรงตามมาตรฐาน รันบน Android 5.1.1 เวอร์ชั่นใหม่ ทำงานลื่นไหลครับ ถ่ายภาพผ่านกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล พร้อมกล้องหน้า Selfie ความละเอียด 5 เมกะพิกเซล เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบมือถือเครื่องเล็ก จอสวย พกพาสะดวก ราคาเพียง 7,xxx บาทครับ

Galaxy J7

     ตระกูลเดียวกับ Galaxy J5 แต่มอบสเปคที่สูงขึ้นกว่าเดิม เพียงเพิ่มเงินอีก 1,000 บาทเท่านั้นกับ 'Galaxy J7' หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว แสดงผลสะใจยิ่งขึ้น เหมาะกับใช้งานด้านมัลติมีเดีย รองรับ 4G LTE + ใช้งาน 2 ซิมการ์ดในตัว ชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 7580) แรงกว่า Galaxy J5 พอตัวเลย รันบน Android 5.1.1 ติดกล้องละเอียด 13 เมกะพิกเซล + กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล เท่ากัน ส่วนแบตเพิ่มขึ้นเป็น 2950 mAh จ่ายเพิ่มอีกนิดได้คุ้มกว่าจริงๆ :D

Galaxy A7

     เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปี แต่สเปคอะไรยังคงดีงามถึงตอนนี้กับ Samsung Galaxy A7 เด่นตรงตัวเครื่องบางเฉียบ วัสดุโลหะอลูมิเนียม บางเบาแต่ทนทาน หน้าจอคมชัด Super-AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว (1920 x 1080 พิกเซล) ตอบโจทย์การใช้งานทุก Task ด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 615, RAM 2GB รันบน Android 5.0.2 ด้านกล้องมีมาให้ 13 เมกะพิกเซล + กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล และแบตเตอรี่ 2,600 mAh รองรับ 4G LTE ด้วย พบกับราคาโดนในได้ภายในงานครับ

Galaxy A8

     เป็นภาคต่อของ Galaxy A7 เน้นความบางเฉียบยิ่งกว่าเดิม 'Galaxy A8' มาพร้อมกับบอดี้โลหะบางเพียง 5.9 มิลลิเมตร ! บางที่สุดเท่าที่ Samsung เคยทำมา หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.7 นิ้วแบบ Edge-to-Edge แสดงผลเต็มตา และทำให้จขนาดบอดี้ไม่ใหญ่จนเกินไปอีกด้วย ขณะที่สเปคภายในจัดว่าโอเคทีเดียว ชิพประมวลผล Exynos 5430 (Octa-core) + RAM 2 GB รันบน Android 5.1.1 ทำงานรวดเร็วกำลังดีครับ กล้องอัพเกรดเป็น 16 เมกะพิกเซล ถ่ายภาพดีกว่า Galaxy A7 เล็กน้อย แบตเตอรี่ 3,000 mAh ยอมรับเลยว่าอึดขึ้น สนนค่าตัวเพียง 15,xxx บาท

Galaxy S6 | S6 Edge

     พลาดไม่ได้จริงๆ กับเรือธงประจำต้นปี 2015 กับ 'Galaxy S6' ดีไซน์สวยหรู คุณสมบัติสเปคแรงเร็วสะใจ ชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 3 GB ใช้งานทุก Task ไม่มีสะดุด รองรับคอนเทนท์ระดับ 4K เต็มรูปแบบ หน้าจอ Super-AMOLED 5.2 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลดีที่สุด ทั้งสีสัน ความคมชัด ความสว่าง, เมโมรี่ภายใน 32-64 GB บนเทคโนโลยีใหม่ (UFS 2.0) เร็วเทียบชั้น SSD บนคอมพิวเตอร์ กล้องความละเอียด 16 เมกะพิกเซล มีระบบ OIS ป้องกันสั่นไหว และรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging)

     นอกจากนี้ Galaxy S6 ยังมีรุ่นหน้าจอโค้งด้วยกับ Galaxy S6 Edge เทคโนโลยีหน้าจอโค้งสุดล้ำ แสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ แถมรูปลักษณ์ยังสวยงาม หรูหรา โดยเฉพาะสีทอง (Gold Platinum) แบบว่าเหมือนมือถือราคาแพงเลยล่ะ สำหรับ 2 โมเดลนี้มีโปรโมชั่นแรงๆ ในงานแน่นอน ติดตามกันได้

Samsung Galaxy S6 edge+

     เปิดตัวพร้อมกับ Samsung Galaxy Note 5 แต่เรื่องการวางจำหน่ายในบ้านเรายังไร้วี่แวว คาดว่าในงานน่าจะมีให้ลองสัมผัสเครื่องจริงก็เป็นได้ จุดเด่นอยู่ที่หน้าจอขนาดใหญ่ 5.7 นิ้ว สเป็คภายในก็คล้ายกับ S6 edge แต่มี RAM เพิ่มมาให้เป็น 4 GB และอาจจะมาทันวางจำหน่ายในงาน Thailand Mobile Expo 2015 ยังไงรอติดตามรออัพเดตโปรโมชั่นได้เร็วๆ นี้

Galaxy Note 5

     เรือธงโมเดลล่าสุดเพิ่งเปิดตัวเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Galaxy Note 5 มอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบเครื่อง ลงตัวด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 5.7 นิ้วแบบ Edge-to-Edge ขนาดบอดี้เล็ก-บางกว่า Galaxy Note 4 อย่างเห็นได้ชัด พร้อมปากกา S Pen รูปแบบใหม่ จับถนัดมือแถมมีสปริงกดไม่ให้หลุดจากเครื่องง่าย ใช้งานผ่าน S Note หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่รองรับ ด้านสเปคภายในคล้าย Galaxy S6 ครับ ชิพประมวลผล Exynos 7420 เหมือนกัน แต่ RAM เพิ่มเป็น 4 GB ทำงานลื่นไหลสุดๆ ขณะที่แบตเตอรี่ 3,000 mAh แม้จะดูว่าน้อยแต่อึดกว่า Galaxy Note 4 อยู่เหมือนกัน ด้านกล้องจัดมาให้ 16 เมกะพิกเซลเท่า Galaxy S6 แต่ปรับโหมดอะไรได้มากกว่า รุ่นนี้มีให้เลือก 2 ความจุคือ 32/64 GB สนนราคา 25,900-29,900 บาทครับ

Galaxy Tab A 8.0 & 9.7

     มาชมฝั่งแท็บเล็ตกันบ้าง ตอนนี้ Samsung มีซีรี่ส์ Galaxy Tab A ในระดับกลางซึ่งมาพร้อมกับหน้าจอแบบ 4:3 กว้างเป็นพิเศษ เหมาะกับใช้อ่านไฟล์เอกสาร อ่านหน้าเว็บไซต์ ใช้งานแอพพลิคชั่นต่างๆ มี 2 ไซส์หน้าจอให้เลือกคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว (ความละเอียด 1024 x 768 เท่ากัน) รองรับการ Input ด้วยปากกา S Pen เช่นเดียวกับกลุ่ม Galaxy Note ทำให้สามารถจดบันทึกได้เหมือนกับพกพาสมุดติดตัวไปด้วย รันบน Android 5.1.1 ทำงานรวดเร็วดี ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB ถ่ายภาพผ่านกล้อง 5 เมกะพิกเซล แบตเตอรี่ 4,200 mAh และรองรับ 4G LTE ใส่ซิมการ์ด - โทรออกได้ตามสไตล์ Galaxy Tab

Galaxy Tab S2 8.0 & 9.7

     ไม่นานมานี้ Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Tab S2 เป็นรุ่นเรือธงของ Tablet ตระกูล Galaxy Tab ล่าสุด มีให้เลือก 2 ไซส์หน้าจอเหมือน Tab A (8.0, 9.7 นิ้ว ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล) จะเลือกตัวไหนขึ้นอยู่กับการใช้งานครับ ด้านสเปคเหมือนกันทั้ง 2 รุ่นคือ ชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 3 GB เทียบเท่า Galaxy S6 พร้อมเมโมรี่ภายใน 32 GB แถมเพิ่ม microSD ภายนอกได้อีก รันบน Android 5.1.1 ใช้งานคล้ายกับ Galaxy Tab S 8.4 รุ่นเดิม ด้านกล้องใส่มาให้ที่ 8 เมกะพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD ได้ สำหรับราคาทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถเป็นเจ้าของที่ 15,xxx บาท และ 18,xxx บาทตามลำดับ มาลองลุ้นกันว่าจะมีแถมเคส Book Cover ของแท้ให้ภายในงานหรือไม่ ?

Gear S2

     เชื่อเถอะว่าหลายคนต้องรอสิ่งนี้แน่นอน 'Gear S2' พลิกโฉมวงการด้วยนาฬิกา Smartwatch ทรงกลมดีไซน์หรู บอดี้โลหะบางเบาไม่หนาเทอะทะ หน้าจอ AMOLED แสดงผลคมชัด ใช้ระบบปฏิบัติการ Tizen OS บน Circular UX ทำงานรวดเร็ว ใช้งานง่าย ทันสมัย รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟน Android ทุกแบรนด์ (Android 4.4 + RAM อย่างน้อย 1.5 GB) มีเซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจ / วัดการวิ่ง - เดิน - ปั่น ครบวงจร พร้อมใช้งานร่วมกับ S Health หรือ Samsung Pay หากใช้ร่วมกับ Samsung ที่รองรับ และสุดท้าย .. สามารถเปลี่ยนสาย (Strap) ได้หลากหลายลวดลาย ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ระดับโลกก็มี อูยยย อยากลองแล้วใช่มั้ย เรียกได้ว่างานนี้จะได้สัมผัสตัวจริงในไทยที่ Thailand Mobile Expo 2015 เป็นที่แรก

Microsoft

Lumia 435

     สัมผัสวินโดว์โฟนราคาประหยัดกับ Microsoft Lumia 435 ราคาเบาๆ เพียง 2 พันกว่าบาท แต่ครบเครื่องทุกฟีเจอร์พื้นฐานของ Windows Phone 8.1 ทั้งบริการเสริมจาก Microsoft การรองรับ 3G ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลายผ่าน Store ประสิทธิภาพสมราคา ชิพประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz ติดกล้องความละเอียด 2 เมกะพิกเซล หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ขนาดตัวเครื่องเล็กพกพาง่าย พร้อมสีสันบอดี้เจ็บๆ ลองหาซื้อมาใช้งานได้ครับ Lumia_532_group3

Lumia 532

      รุ่นนี้คล้ายคลึงกับ Lumia 435 ครับเพราะหน้าจอเท่ากันคือ 4.0 นิ้ว แต่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่าด้วยชิพประมวลผล Quad-Core 1.2GHz เล่นเกม ใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ติดกล้องความละเอียดสูงขึ้น 5 เมกะพิกเซล พร้อมกล้องหน้า VGA สีสันตัวเครื่องมีให้เลือกเยอะพอตัว ที่สำคัญคือรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด + 3G ทุกเครือข่าย กับราคาค่าตัวเพียง 3,xxx บาท เป็นอีกหนึ่งวินโดว์โฟนที่น่าสนใจ

Lumia 640 LTE

       รุ่นใหม่ขึ้นมาอีกนิด อัพราคาขึ้นมาอีกหน่อย จะพบกับ Lumia 640 LTE วินโดว์โฟนความสามารถระดับกลาง มาพร้อมกับหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว ใช้งานสะดวกพอดีมือ ดูหนังเล่นเกมได้เต็มที่ เร็วแรงด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 400 (Quad-core) รองรับการใช้งาน 4G LTE เล่นเน็ต แชทโซเชี่ยลไม่สะดุด ถ่ายภาพผ่านก้อลความละเอียด 8 เมกะพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอ Full HD แบตเตอรี่ 2,500 mAh น่าจะพอสำหรับการใช้งานทั้งวัน ราคาสบายกระเป๋าเพียง 5,xxx บาทเท่านั้นเอง

Lumia 640 XL

       ถ้าคิดว่าหน้าจอขนาด 5.0 นิ้วเล็กไป ? Microsoft จัดของใหญ่ให้กับ Lumia 640 XL โดดเด่นด้วยหน้าจอ HD ขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้ว แสดงผลคมชัดเต็มตาสุดๆ เล่นเกมสนุก ดูหนัง ชมคลิป เข้าเว็บ ให้ประสบการณ์ดีที่สุด ชิพประมวลผล Snapdragon 400, RAM 1 GB เพียงพอกับการใช้งานบนระบบ WIndows Phone 8.1 เนื่องจากกินทรัพยากรไม่มากนัก ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD แถมแบตเตอรี่ยังอึดพอตัวอีกต่างหาก

Surface 3

        แท็บเล็ตวินโดว์ 10 โมเดลล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวกลางปีที่ผ่านมา สำหรับ Surface 3 มีน้ำหนักเบาหวิวเพียง 6 ขีดกว่าๆ บางเบาพกพาใส่กระเป๋าง่ายดาย หน้าจอขนาดใหญ่ 10.1 นิ้วความละเอียด Full HD แสดงผลคมชัด บอดี้มีขาตั้งด้านหลัง แม้จะปรับระดับได้ไม่มากนัก แต่ยังคงสะดวกกับการใช้งานนอกสถานที่ เพียงเชื่อมต่อคีย์บอร์ด (หรือ TypeCover) ก็ทำงานได้แล้ว เร็วแรง ประหยัดแบตด้วยชิพประมวลผล Intel Atom X7 มีให้เลือกทั้ง RAM 2 GB / 4 GB และความจุ 64 GB / 128 GB ตรงนี้ต้องลองติดตามโปรโมชั่นในงานว่าจะมีแถมคีย์บอร์ดให้มั้ย ถ้าแถมนี่คุ้มมากๆ ครับ

Surface Pro 3

       รุ่นใหญ่สุดของ Surface แท็บเล็ตวินโดว์ 10 ตัวเต็มปัจจุบัน ถึงจะเปิดตัวมาหลายเดือน แต่สำหรับผู้ใช้ที่ซื้อมาทำงานจริงๆ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสอย Surface Pro 3 จากอภิมหาโปรโมชั่นซึ่ง Microsoft จัดหนักแน่นอนในงาน Thailand Mobile Expo 2015 ด้านสเปคมีให้เลือกตั้งแต่ Core i3-i5-i7, RAM 4 GB/8 GB, เมโมรี่ภายใน 64 GB/128 GB เลือกได้ตามงบประมาณ หน้าจอขนาด 12 นิ้ว ความละเอียดเทียบเท่า 2K แสดงผลคมชัดสุดๆ พร้อมขาตั้งปรับระดับได้หลายมุม ภายในเซ็ทจะมีทั้งปากกา Stylus สำหรับวาด-เขียนบนหน้าจอ (คล้าย Galaxy Note) และคีย์บอร์ด TypeCover หวังว่าจะมีแถมมาให้ฟรีๆ สำหรับผู้ซื้อ Surface Pro 3 ภายในงาน

OPPO

Joy 3

      รุ่นเล็กสุดของสมาร์ทโฟน OPPO เครื่องเล็กกะทัดรัด หน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว พอใช้งานทั่วไปได้ดี แชทโซเชียล ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Play Store ด้านสเปคแรงสมค่าตัวไม่น้อย รองรับ 2 ซิมการ์ด / 3G HSPA+ ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz  รันบน Android 4.4.4 ครอบด้วย Color OS 2.0 ลูกเล่นเยอะใช้ได้ ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล ตัวเครื่องบาง 8.95 มิลลิเมตร พกพาไม่ยากครับ

Mirror 5

     มาพร้อมกับสโลแกน 'มุมมองใหม่ ตัวตนใหม่' กับรุ่นระดับกลางหน้าตาดี OPPO Mirror 5 หน้าจอขนาดพอดีๆ 5.0 นิ้ว ความละเอียดอาจจะน้อยสักหน่อย แต่ภาพรวมยังดูดี ดีไซน์ทรงเหลี่ยม ฝาหลังออกแบบลวดลายคล้ายคริสตัล สวยงามระยิบระยิบทีเดียว โดยเฉพาะบอดี้สีน้ำเงิน ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 1 GB รองรับ 4G LTE + 2 ซิมการ์ด รันบน Android 5.1.1 บอกเลยว่าลื่นมาก ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล ถ่ายเร็ว ลูกเล่นเยอะ ราคาเพียง 7,xxx บาทเท่านั้นเอง

R5

     หลังปรับราคาลงมาถึง 5,000 บาท ทำให้ OPPO R5 กลายเป็นดาวเด่นมหาลัยเลย ด้วยดีไซน์บางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตร ทำให้เป็นมือถือรุ่นนึงที่บางที่สุดในโลก หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว (FHD) การแสดงผลคมชัด สีสันสดใส, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB เพียงพอกับการใช้งานแอพพลิเคชั่น เกม มีเดียระดับ FHD สบายๆ ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล ลูกเล่นค่อนข้างเยอะครับ ทั้งนี้ OPPO R5 ไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ ตรงนี้ผมก็เสียดายเหมือนกันนะ แต่ราคาที่ 8,490 บาท เชื่อว่าคงปฏิเสธได้ยากอยู่

Find 7

     สำหรับ OPPO Find 7 ปรับราคาลงมาหลายครั้ง จนล่าสุดลงมาอยู่ที่ 12,900 บาทเท่านั้น แน่นอนว่าสเปครุ่นนี้โดดเด่น ทั้งเรื่องหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (QHD) ระบบปฏิบัติการ Android Lollipop และอาจจะมีอัพเดทตามมาเรื่อยๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 801 + RAM 3 GB, เพิ่ม microSD ได้ รองรับ 4G LTE และกล้อง 13 เมกะพิกเซล มีระบบชาร์จเเบตเตอรี่ VOOC แป๊บเดียวเต็ม งานนี้ต้องลอง เพราะราคาลงมาเยอะมาก!

R7

     จะบอกว่าเป็นรุ่นภาคต่อของ R5 ก็คงใช้ครับ แต่รอบนี้ OPPO ส่งตระกูล R7 Series มาถึง 3 รุ่นดัวยกันคือ R7, R7s และ R7 Plus โดยรุ่น R7 (หรือ R7 Lite) เป็นโมเดลเล็กสุด แต่สเปคไม่ธรรมดา หน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ดีไซน์บอดี้บางเฉียบ น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ แถมใช้วัสดุบอดี้โลหะ, รองรับ 4G LTE + 2 ซิมการ์ด ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB แรงเร็วกำลังดีครับ กล้อง 13 เมกะพิกเซล พร้อมระบบ Phase Detection โฟกัสได้แม่นยำยิ่งขึ้น รันบน Android 5.1.1 สามารถเป็นเจ้าของได้ที่ราคา 10,990 บาท

R7 Plus

      ปล่อยออกมาพร้อมกันกับ OPPO R7 Plus ดีไซน์โฉมใหม่ แตกต่างจากทุกรุ่นที่ผ่านมา รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.0 นิ้ว (FHD) กับดีไซน์จอเกือบไร้ขอบ ดูสวยงามดีครับ ใหญ่เต็มตาเหมาะกับเล่นเกม ถ่ายภาพ ดูหนัง เล่นเว็บไซต์ต่างๆ รองรับคอนเทนท์ FHD เต็มรูปแบบ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ทำงานลื่นทันใจบน Android 5.1.1 คอรบด้วย Color OS 2.1 มีลูกเล่นเยอะทั้ง Gesture / Camera ฯลฯ แถมมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านล่างอีกด้วย ติดกล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล โฟกัสไว ถ่ายภาพคมชัด และ แบตเตอรี่ 4,100 mAh ความจุสูงมากๆ พร้อมระบบชาร์จไว VOOC อะไรจะลงตัวได้ขนาดนี้ !