10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี... ที่เราจะทำเฉพาะก่อนไปเที่ยวพักผ่อน

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี... ที่เราจะทำเฉพาะก่อนไปเที่ยวพักผ่อน
T3

สนับสนุนเนื้อหา

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี...ที่เราจะทำเฉพาะก่อนไปเที่ยวพักผ่อน

1. ชาร์จไฟแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ทุกตัวที่เรามี

เราเอากล้อง เครื่องอ่านอีบุ๊ค โน้ตบุ๊ค เครื่องโกนหนวด แปรงสีฟันไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบพกพาและอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบพกพาอีกตัวไปเสียบปลั๊กไฟก่อนเข้านอน แต่พอตื่นมาตอนเช้าถึงจะรู้ว่าเราลืมเปิดสวิตช์ไฟที่เสียบกับอุปกรณ์ สาเหตุน่ะเหรอ เราก็ทำเหมือนกับอีกหลายๆ คนนั่นแหละ

นั่นคือเมื่อคืนนี้เราห้ามใจตัวเองไม่ได้และอยู่บ้านดื่มสุราทุกชนิดที่มีอยู่จนเกลี้ยง รวมถึง ouzo (เครื่องดื่มยอดนิยมของชาวกรีก) และ grappa (บรั่นดีทำจากไวน์องุ่นของอิตาลี) รสมินต์ที่เราเก็บมานานถึง 12 ปี สนามบินมีปลั๊กไฟเยอะแยะให้ใช้ใช่มั้ย

2. แวะอินเทอร์เน็ตคาเฟ่

เราลืมพิมพ์บอร์ดิงพาสตอนอยู่ที่ทำงาน ส่วนพรินเตอร์ที่บ้านก็หมึกดำหมดมาสองสามปีแล้ว และเราก็ไม่ค่อยเชื่อใจแอพพลิเคชั่นบอร์ดิงพาส ก็เพราะแบตเตอรี่ของมือถืออาจไม่พอใช้ขณะนั่ง Heathrow Express ไปสนามบิน มีเพียงอย่างเดียวที่ทำได้คือไปร้านอินเทอร์เน็ตแถวบ้าน ซึ่งมีที่นั่งเพียงตัวเดียวที่ไม่เลอะคราบอะไรบางอย่างดูน่าสงสัยข้างๆ ชายคนหนึ่งกลิ่นตัวเหม็นหึ่ง

และค่อนข้างชัวร์ว่าเขาคงไม่ได้กลับบ้านมานานหลายวัน และน่าจะหลับนอนใต้โต๊ะเลยด้วยซ้ำ เอ่อ แล้ว Windows 95 ที่ลงบนเครื่องนี่ใช้งานอย่างไรหรือครับ

3. ชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

ในช่วงเวลาที่เราต้องรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่าย เราจึงตัดสินใจบินกับสายการบินตั๋วถูกที่สุดของไอร์แลนด์ ดังนั้น ถ้ากระเป๋าของเราหนักกว่าขนมกรุบกรอบ Monster Munch สองห่อละก็ เราจะต้องจ่ายค่าปรับมากพอๆ กับเงินเดือนทั้งเดือน ส่วนเครื่องชั่งน้ำหนักที่เป็นกระจกใสๆ ในห้องน้ำก็ไม่ค่อยอยากจะยอมบอกน้ำหนักกระเป๋าเดินทางเลย

คำเตือนที่แปะไว้บนเครื่องที่ว่า กระจกอาจแตกได้ถ้าเกิดแรงกระแทก ก็ทำให้เราอยากเปิดกระเป๋าแล้วเอาเสื้อยืดคอกลมออกมาอีกสักตัวเพื่อความปลอดภัย

4. พยายามที่จะฉลาดกว่าขโมย…

…ด้วยการตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟตอนกลางคืนในเวลาแตกต่างกัน วิธีนี้หลอกทุกคนได้เสมอ ตราบที่พวกขโมยเชื่อว่าเราเป็นคนประเภทที่ชอบใช้เวลาอยู่ในห้องโถงของบ้านตลอดทั้งคืนและทุกๆ คืน แหม ถ้าเราตั้งใจดูเรื่อง Home Alone ดีๆ เราก็น่าจะเอาเครื่องคอมพ์เก่าๆ ไปวางไว้ที่ประตูหน้าบ้านไปเลยจะดีกว่า

5. ซื้อการ์ด SD ที่สนามบิน

และหลังจากนั้นก็เกือบบาดมือตัวเองจากการพยายามฉีกห่อพลาสติกที่หุ้มตัวการ์ดซึ่งแข็งกว่าเหล็กซะอีก และขอบก็คมกว่ามีด Stanley

6. ลืมลบประวัติการท่องเน็ต

มือหนึ่งถือเข็มขัด อีกมือถือรองเท้าและกางเกงที่สวมใส่อยู่ก็หย่อนไปถึงก้น เราลืมเอาโน้ตบุ๊คออกจากกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง  ซึ่งต่อมาเราก็รู้สึกเสียใจเพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามบินมองเห็นผ่านเครื่องเอ็กซเรย์และเปิดหน้าจอต่อหน้านักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเรา ชนิดว่าเห็นกันเต็มตาว่าเราเปิดดูเว็บไซต์อะไรหลังจากดื่ม ouzo ไปเมื่อคืน...โอย ตายๆ อายจนแทบอยากมุดดินหนี!

7. ถ่ายรูปใน The Red Lion

ชัวร์ มันเป็นผับสำหรับผู้โดยสารขาออกที่ปราศผู้คน และห้องอาหารไหนๆ ก็ตามที่เสิร์ฟอาหารบนโต๊ะก่อนที่เราจะเดินกลับมาจากการสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์ ก็คงจะไม่ปรากฏในร้านอาหารแนะนำของ Michelin Guide อย่างแน่นอน แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะแชะภาพสักหน่อย ก็มันเป็นภาพแรกสำหรับวันหยุดพักผ่อนนี่นา

เรานั่งบนโซฟาสีน้ำตาลผิวลื่นชูนิ้วโป้งสองนิ้ว บนโต๊ะมีชุดอาหารเช้าราคา 16 ปอนด์ (ประมาณ 720 บาท) (อุ่นๆ และเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแห่งความเสียใจและเสียดายเงิน) และ Carling หนึ่งแก้ว ข้างๆ มีลูกค้าประเภทแฟนบอลกลุ่มหนึ่งร้องเพลงด่าว่า Ashley Cole อย่างหยาบคาย

8. ไล่ล่าหา Wi-Fi

จู่ๆ ก่อนขึ้นเครื่องเราก็นึกอยากตรวจสอบผลการแข่งขันฟุตบอลว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว และก็อยากตรวจดูอีเมลของออฟฟิศด้วยเหมือนกัน เอ่อ 3G หยุดทำงานในทันทีที่เราเดินเข้าสู่เขตพื้นที่ความปลอดภัย ดังนั้น เราจะต้องสมัครเป็นสมาชิกนาน 12 เดือนกับผู้ให้บริการที่มีชื่ออะไรบางอย่างคล้าย Hola Télécommé

ในราคาที่คิดคร่าวๆ แล้วประมาณ 50 ปอนด์ (ประมาณ 2,250 บาท) ต่อหนึ่งประตู หรือหนึ่งอีเมลที่ตรวจเช็ค ไม่เอาดีกว่า ไหนๆ เราก็ตั้งใจจะไปเที่ยวแล้วอย่าไปสนเลย…

9. ใช้ travelator ที่สนามบิน

ระยะทางแค่ 20 เมตรเท่านั้นก็ถึงเกตแล้ว แต่เราคงถูกคนอื่นจ้องมองเหมือนตัวประหลาดในสังคม ถ้าหากเราเดินต๊อกแต๊กตามลำพังในเมื่อมีสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะที่ช่วยในการเดิน ซึ่งทางเดินเลื่อนอัตโนมัติที่ว่านี้ได้พาผู้โดยสารหลายล้านคนไปสู่จุดหมายอย่างอืดอาดมานาน 53 ปีแล้ว

วินาทีแห่งความตื่นเต้นหวาดเสียวขณะที่เราปรับการทรงตัวระหว่างการเดินด้วยเท้าปกติ และการเดินบนทางเดินเลื่อนเมื่อก้าวเข้าไปและก้าวออกมาอาจเป็นไฮไลต์เด็ดสำหรับทริปก็ได้ใครจะรู้

10. เปลี่ยนเป็นโหมด Airplane

และเราก็ยังคงคิดว่ามันน่าจะเรียกว่าโหมด ‘Aeroplane’ อยู่ดี และนี่เป็นทริปท่องเที่ยวครั้งที่สิบติดต่อกันแล้วที่เราคิดเช่นนี้ ก็เพราะนี่คืออังกฤษไงละ ให้ตายสิ! แน่นอน ยังคงเป็นมุกฮาเหมือนเดิม เที่ยวอย่างมีความสุข...

ที่มา: ขอขอบคุณ T3 ผู้สนับสนุนเนื้อหา