10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี...ที่เราจัดเตรียมขึ้นเพื่อทดสอบตัวเอง

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี...ที่เราจัดเตรียมขึ้นเพื่อทดสอบตัวเอง
T3

สนับสนุนเนื้อหา

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี...ที่เราจัดเตรียมขึ้นเพื่อทดสอบตัวเอง

1/
การพิมพ์สัมผัสภายใต้ความกดดัน
...โดยไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว เราทำได้อย่างช่ำชองมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กนักเรียนที่ต้องนั่งถ่างตาป้อนข้อมูลมากมาย แต่บางครั้งบางคราวเรายังอยากแกล้งทำเป็นตื่นเต้นชนิดว่าคุมสติแทบไม่อยู่ราวกับว่าเรากำลังพยายามซ่อมแซมรั้วไฟฟ้าแรงสูงเพื่อป้องกันไม่ให้ไดโนเสาร์หนีออกไปได้อย่างงั้นแหละ

2/
บอกชื่อเพลงได้หลังจากที่ได้ยินแค่โน้ตตัวเดียว
เราอดทนทำงานอยู่ที่เดียวมานานหลายปี มีบ้านของตัวเอง มีรถยนต์ มีแม้กระทั่งลูก แต่เราก็ยังคงตะโกนลั่นว่า ‘Black Dog เพลงแรกของอัลบั้ม Led Zeppelin IV, 1971!’ หลังจากที่ได้ยินเสียงกีตาร์ของ Jimmy Page เพียงครึ่งวินาที มือสมัครเล่นอย่างเราน่าจะเปิดแอพพลิเคชั่นระบุชื่อเพลง Shazam มาใช้คงจะเข้าท่ากว่า

3/
เรามีสัญญาณโทรศัพท์ขณะที่คนอื่นไม่มี
แม้เราจะต้องเดินฝ่าดินโคลนจากคฤหาสน์ชนบทตอนรุ่งสางที่เราไปนอนเล่นในช่วงวันหยุดกับเพื่อนๆ เป็นระยะทางยาวไกลกว่าจะถึงบาร์ลึกลับที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างไกลชุมชนที่มีสัญญาณ GPRS ก็เถอะ รางวัลอันศักดิ์สิทธิ์ที่เปรียบเสมือนการทำแต้มในกีฬารักบี้จะอยู่ในกำมือเรา “ว่าแต่...คุณได้สัญญาณยังไงเหรอ” เพื่อนตะโกนถาม “อ๋อ ก็เทพแห่งเทคโนโลยีชอบผมเป็นพิเศษไง” เราตอบอย่างภาคภูมิใจ เชิดหน้านิดๆ พร้อมกับหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมและเดินวางมาดออกไปขณะที่บรรดาผองเพื่อนต่างก็โบกสมาร์ทโฟนไปมากลางอากาศคล้ายไอ้งั่ง

4/
เอาชนะไมโครเวฟ
อีกสี่นาทีกว่าลาซานญาเนื้อม้าจะเสร็จ ในระหว่างที่รอเราสามารถเอาซอสมาวางบนโต๊ะ เตรียมสลัด ไปห้องน้ำ จัดเตียง และลากถังขยะไปหน้าบ้าน เริ่มได้! มืออาชีพตัวจริงยังสามารถท้าทายตัวเองและเสี่ยงอันตรายมากขึ้นด้วยการเอาถ้วยชามสกปรกไปแช่น้ำ (และล้างมือหลังจากออกจากส้วมหรือเอาถังขยะไปทำความสะอาด)

5/
จัดระเบียบเครื่องพีซี
การทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์นิดๆ หน่อยๆ สามารถสร้างสิ่งอัศจรรย์ให้กับผลิตภาพโดยรวม ไม่รู้หรอกเหรอ โอเค การจัดเรียงรายชื่อไฟล์ตามลำดับตัวอักษรนั้นหยุดไว้ก่อนและเราเพิ่งจะใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงในโฟลเดอร์หนึ่งอันเรียกว่า ‘สารพัดสรรพสิ่ง’ แต่ช่างเถอะ อะไรที่เราไม่เห็นเราก็ไม่รู้สึกกังวล...

6/
ชาร์จไฟอุปกรณ์ในความมืด
พยายามไม่กวนเพื่อนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ การกระทำที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนของการเสียบอุปกรณ์ไฮเทคบนโต๊ะข้างเตียงกับปลั๊กไฟกลายเป็นความท้าทายที่ยากลำบากพอๆ กับการเข้าแข่งขันในรายการเกมโชว์ Crystal Maze สิบนาทีผ่านไปสิ่งที่เกิดขึ้นคือรอยขูดขีดบนสมาร์ทโฟน และเราดันเอาปลั๊กไฟนาฬิกาปลุกเสียบเข้ารูจมูกของเจ้าเหมียวเสียนี่

7/
โกนหนวดเคราแบบมัลติทาสก์
เรารู้สึกทึ่งกับความสามารถของเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าของเรามากซะจนเราไม่คิดว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นสมควรได้รับความตั้งอกตั้งใจอะไรมากนัก ว่าแต่แล้วเราสามารถทำอะไรในระหว่างที่ตัดเล็มเส้นขนบนใบหน้าได้บ้าง ลองขอให้แฟนช่วยนับด้วยการเดินแกะรอยตามเส้นทางที่มีเส้นขนเล็กๆ เรี่ยราดบนพื้นสิ...

8/
ดื่มเบียร์หมดหนึ่งเหยือกโดยไม่ดูสมาร์ทโฟน
ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ชอบเพื่อนๆ และไม่ตื่นเต้นยินดีกับการสนทนาแบบผู้หลักผู้ใหญ่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และราคาบ้านในปัจจุบันหรอกนะ แต่ใครบางคน ณ ที่ใดที่หนึ่งโพสต์อะไรบางอย่างที่ตลก ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางหรือน่ารำคาญอย่างสุดโต่งทางออนไลน์ที่ทำให้เราต้องดูกับตาตัวเอง แสดงอาการรังเกียจหรือเข้าไปโต้แย้งกับผู้อื่น อ้อ แล้วไอ้ดอกเบี้ยรายปีที่เราครุ่นคิดมานานนั้นดูเหมือนจะสูงไปนิด เราน่าจะตรวจเช็คข้อมูลกับอากู๋ Google ซะหน่อยแล้ว...

9/
บอกทางลัดที่มีประโยชน์
“ที่ทำการไปรษณีย์งั้นเหรอ เดินไปครึ่งชั่วโมง! อย่าเลยเพื่อน อย่าไปเชื่อเส้นทางบน Google Maps ขับผ่าน Spring Mews และใช้ถนนแคบๆ ที่วิ่งเลียบร้าน Jessops เก่า จากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเห็นต้นไม้รูปทรงประหลาด ถึงตอนนั้นคุณจะเฉือนเวลาออกอย่างน้อยสิบนาที” แน่นอน วันรุ่งขึ้นพอเรากลับไปที่ออฟฟิศก็จะได้ยินข่าวว่าเพื่อนที่ขับรถไปตามเส้นทางที่เราแนะนำนั้นตอนนี้ถูกน้ำทะเลพัดออกนอกชายฝั่งไปแล้ว แต่ก่อนหน้าที่เราจะรู้ข่าวนี้เราก็ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ว่าตัวเองนั้นฉลาดกว่าเครื่องนำทางด้วยดาวเทียมเสียอีก

10/
ดูซิทคอมอเมริกาทุกเรื่องและทุกตอน
เราน่าจะได้รับเหรียญรางวัลอะไรสักอย่างหลังจากดูซิทคอมอเมริกาครบทุก ‘ซีซั่น’ ลองคิดดูสิว่าแค่ Only
Fools & Horses เรื่องเดียวก็มีตั้งกี่ตอนแล้ว รู้สึกเหมือนเป็นล้านๆ ใช่มั้ยละ ไม่ใช่ มี 64 ตอน และมันออกอากาศนานถึง 22 ปี ลองเปรียบเทียบกับ House ที่ออกอากาศเพียงเจ็ดปีแต่มีมากถึง 177 ตอนสิ รวมๆ แล้วเป็นเวลาที่เสียไปเยอะมากที่ต้องมาฟังตัวละครเอกที่เป็นหมอพล่ามเรื่องโรค Lupus

ที่มา: ขอขอบคุณ T3 ผู้สนับสนุนเนื้อหา

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด