ทีวีดิจิทัล

ทีวีดิจิทัล
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ทีวีดิจิทัล

[22-มกราคม-2556] และแล้วคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ก็มีมตินำเงินค่าประมูลตั้งต้นช่องรายการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลมาจัดสรรเป็น คูปองให้คนไทย 22 ล้านครัวเรือน คูปองนี้จะใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องแปลงสัญญาณเพื่อรับทีวีดิจิทัล หรือซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล มติดังกล่าวทำให้กระแสทีวีดิจิทัลบูมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะทำให้ "ทีวีดิจิทัล" มีโอกาสแจ้งเกิด ก่อนหน้านี้คนในแวดวงจะมองว่า "ทีวีดิจิทัล" เกิดยาก เพราะตอนนี้คนไทยใช้จานรับดาวเทียมกว่าครึ่งของประเทศแล้ว ยอดขายจานรับดาวเทียมในเดือนธันวาคม เท่าที่ตรวจสอบน่าจะมากกว่า 400,000 จาน และในปีนี้สงครามราคาของจานรับดาวเทียมจะแรงขึ้น อัตราการเติบโตของจานรับดาวเทียมระดับนี้ ทำให้คนตั้งคำถามว่า "ทีวีดิจิทัล" จะเกิดได้อย่างไร

เพราะไม่มีเหตุผลที่ "ผู้บริโภค" จะยอมควักกระเป๋าซื้อกล่องแปลงสัญญาณ แต่เมื่อ กสท.ประกาศแจกคูปอง ก็มีความเป็นไปได้ที่คนดูจะยอมเปลี่ยน "กล่อง" ระบบทีวีดิจิทัลนั้นไม่ว่าเราจะใช้ เครื่องเก่า และมีกล่องแปลงสัญญาณ หรือจะซื้อทีวีดิจิทัลเครื่องใหม่ก็ตาม เรายังต้องใช้เสาอากาศรับสัญญาณเหมือนเดิม

คำถามก็คือ ถ้าเราเปลี่ยนไปติดจานรับดาวเทียมแล้ว เราจะต้องซื้อเสาอากาศใหม่อีกหรือ อย่าลืมนะครับ คนไทยที่ติดจาน รับดาวเทียมตอนนี้เกินครึ่งประเทศแล้ว

การลงทุนลงแรงซื้อเสาอากาศมา ติดตั้งใหม่ ต้องมีแรงจูงใจเรื่อง "ความแตกต่าง" มากทีเดียว ประเด็นก็คือ เมื่อทีวีดิจิทัลทุกช่องก็ต้องแพร่ภาพผ่านระบบดาวเทียมด้วย คนที่ติดจานรับดาวเทียมก็สามารถ ดูทีวีดิจิทัลได้เหมือนกัน

เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับช่อง 3-5-7-9-11 และไทยพีบีเอสในปัจจุบัน เสาอากาศก็ดูได้ จานรับดาวเทียมก็ดูได้ คูปองที่แจกไปจึงอาจมีคนใช้ไม่มากนัก เมื่อเป็นเช่นนี้ การลงทุนในทีวีดิจิทัลจึงไม่น่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการลงทุนทีวีดาวเทียม เพราะทีวีดาวเทียม เสียแค่ค่าเช่าสัญญาณดาวเทียม ถ้าใช้ทั้ง 2 ระบบ คือ ซีแบนด์ และเคยูแบนด์ ก็ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อเดือน แต่ทีวีดิจิทัล เสียทั้งค่าสัมปทาน และค่าเช่าโครงข่าย

สมมติว่าค่าสัมปทานประมาณ 500 ล้านบาท ก็ตกปีละ 33 ล้านบาท หรือเดือนละ 2.7 ล้านบาท แต่ค่าเช่าโครงข่ายแพร่ภาพ ประมาณเดือนละ 10 ล้านบาท รวม 17.5 ล้านบาทต่อเดือน แพงกว่าทีวีดาวเทียมประมาณ 6 เท่า ทีวีดิจิทัลจึงมีต้นทุนสูงกว่า แต่มีข้อดีที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถ้าคิดตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นแล้วไม่คุ้ม สมมติว่ามีคนดูผ่านจานรับดาวเทียม 70% ของประชากรทั้งหมด

ทีวีดิจิทัลได้เปรียบทีวีดาวเทียมตรง ที่มีคนดูทั้งที่ติดจานรับดาวเทียมและเสาอากาศ คนดูเพิ่มขึ้น 30% แต่ลงทุนมากกว่าทีวีดาวเทียมถึง 600% แม้จะคำนวณแบบบัญญัติไตรยางค์แล้วไม่คุ้ม แต่เชื่อไหมครับว่าคนจะประมูลทีวีดิจิทัลเยอะมาก

เพราะสัญชาตญาณ "เถ้าแก่" บอกว่า "คุ้ม" เหตุผลหนึ่งก็คือ ระหว่างการอธิบายให้เอเยนซี่โฆษณาเชื่อว่าทีวีดาวเทียมของเรามีคนดูรับสัญญาณภาพของเราได้ถึง 70% ของทั้งประเทศ กับการบอกว่าทุกบ้านดูได้หมด แบบหลังขายง่ายกว่าครับ และราคาก็ต่างกัน "ฟ้า" กับ "เหว" เหมือนฟรีทีวีกับทีวีดาวเทียมในวันนี้

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด