เกมส์ HY Online วิเคราะห์สาย พรต

เกมส์ HY Online วิเคราะห์สาย พรต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
วิเคราะห์สายการเล่นในสไตล์ต่างๆของเกมส์หวงอี้ออนไลน์ สำนักพรต ในสายสำนักพรตนั้น ผู้เล่นจะมีแนวทางไปในสายเพิ่มพลัง หรือฮีล เพื่อเพิ่มพลังให้กับตนเอง และเพื่อนๆ สมาชิกในปาร์ตี้ นับว่าเป็นหลวงจีนมากเมตตาแห่งเกมหวงอี้ ออนไลน์ที่เหล่ามิตรสหายรักใคร่มากที่สุด สำหรับแนวทางในการเล่นสายพรตนั้น มีสายที่นิยมเล่นอยู่เพียงสายเดียว แต่เทคนิคต่างๆ ในการพลิกแพลงเอาไปใช้ประโยชน์ได้นั้น จะอยู่ที่ศาสตราวุธที่ได้เลือกตามสถานการณ์ ซึ่งสายสำนักพรตอาจจะมีอาวุธมากกว่า 1 ชนิดขึ้นไปก็ได้ - สายแนวหน้านักสนับสนุน สายสำนักพรตนั้น มักจะทำหน้าที่เป็นตัวรุกที่เข้าบุกโจมตีไปพร้อมกับกองหน้าอย่างพุทธด้วย แม้ว่าตนเองจะเปราะบางกว่าสายพุทธที่มีเคล็ดวิชาเพิ่มพลังให้กับตนเองอย่างมากมาย แต่เพราะสายพรตนั้นมีท่าเพิ่มเลือด หรือฮีล ซึ่งอานุภาพแสดงผลเป็นวงกว้าง รวมถึงให้กับตนเองด้วย จึงทำให้สายนี้เปรียบเสมือนเป็นทั้งนักชน และสนับสนุนไปพร้อมๆ กัน เคล็ดวิชาที่สำคัญของสำนักพรตที่สายแนวหน้านักสนับสนุนควรจะต้องมี เหล่าเคล็ดวิชาของสายแนวหน้านักสนับสนุนนั้น ผู้เล่นจะต้องให้ความสำคัญกับค่าคะแนนยุทธ์ที่ใช้เพิ่มระดับเลเวลของเคล็ดวิชา โดยเน้นที่เคล็ดวิชาจำพวกเพิ่มพลังให้มีระดับเลเวลที่สูงเอาไว้ เพื่อให้จำนวนเลือดที่เพิ่มขึ้นมาในการฮีลแต่ละครั้งนั้นอยู่ในระดับสูงสุด ซึ่งจะคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ส่วนท่าบัฟต่างๆ นั้น ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 2 และควรใช้เมื่อเลเวลของท่าอยู่ในระดับสูง เพราะท่าบัฟของสำนักพรตส่วนใหญ่จะมีเวลาแสดงผลค่อนข้างสั้น ทำให้ไม่ต่อเนื่อง และสุดท้ายคือท่าชุบชีวิตอย่าง วิชาพลังลักฟ้า ที่น่าใช้กว่าท่าพลังเปลี่ยนตะวัน เพราะการชุบชีวิตด้วยท่าพลังลักฟ้า นอกจากจะฟื้นค่าประสบการณ์ที่เสียไปให้ 5% แล้ว ยังได้เลือดจากการชุบชีวิตด้วย หากผู้ถูกชุบชีวิตอยู่ในกลุ่มกองมอนสเตอร์แล้ว จะได้มีเลือดสำรองไว้ใช้เวลาหลบหนีออกจากกลุ่มกองมอนสเตอร์นั้น ค่าเฉลี่ยที่แนะนำในการตัดสินใจเพิ่มค่า Status ที่สำคัญของสายแนวหน้านักสนับสนุน ปราณ : ท่าเคล็ดวิชาเพิ่มพลังเป็นจุดเด่นของสายนี้ แต่เพราะท่านี้ใช้ค่าพลังยุทธ์เปลืองมากๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับค่า Status ปราณ เพื่อให้การฟื้นฟูพลังยุทธ์อยู่ในเกณฑ์ดี ลดการใช้ยาฟื้นฟูพลังยุทธ์ลง ทำให้ประหยัดเงินตำลึง และมีพลังยุทธ์สูงสุดอยู่ในระดับสูง สามารถใช้เคล็ดวิชาเพิ่มพลังได้อย่างต่อเนื่อง กาย : ค่า Status ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะสายพรตนั้น ในบางคราวอาจรับเลือกให้เป็นผู้เริ่มโจมตีบอส เพราะเหตุที่ตนเองฮีลได้นี่เอง ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อยๆ ในการลงภารกิจย้อนเวลาที่ไม่มีผู้เล่นที่มีค่าป้องกันมากพอ ดังนั้นการอัพกายไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการเพิ่มพลังเลือดสูงสุดให้กับตนเอง และผลประโยชน์พลอยได้ก็สืบเนื่องมาถึงการออกเก็บเลเวลด้วยตัวคนเดียวด้วย เพราะจะทำให้เรามิต้องใช้ท่าฮีลบ่อยครั้งนัก ตบะ : การใช้ท่าเคล็ดวิชาเพิ่มพลังนั้น มีการใช้ค่าพลังภายในด้วย ดังนั้นค่า Status ตบะจึงมีความสำคัญเช่นกัน การเลือกเพิ่มค่าตบะนั้น ผู้เล่นอาจเลือกเพิ่มสลับกับค่าปราณ เพื่อให้พลังภายในสูงสุดเพิ่มขึ้นสอดคล้องไปกับพลังยุทธ์สูงสุด เพื่อใช้ท่าเคล็ดวิชาเพิ่มพลังได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง กำลัง : ผู้เล่นอาจเน้นการเพิ่มค่า Status ชนิดนี้ในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้สามารถพิชิตมอนสเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะในช่วงแรกนั้น สายพรตจะยังไม่มีท่าเพิ่มพลังแบบหมู่ การช่วยปาร์ตี้ให้กำจัดมอนสเตอร์ในภารกิจย้อนเวลาให้ได้อย่างรวดเร็วจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ในช่วงกลางค่า Status นี้เพียงอัพไว้ในระดับปานกลางเท่านั้น ว่องไว : ค่า Status นี้ผู้เล่นอาจเลือกเพิ่มไว้เพียงสักเล็กน้อย ให้เกิดความสะดวกสบายในเวลาออกเก็บเลเวลคนเดียว หรือใช้เป็นทางผ่านในการเลือกอัพค่าเพลงยุทธ์สายกระบี่ ส่วนสำหรับประโยชน์ในการใช้ระหว่างปาร์ตี้นั้นมีน้อย แนะแนวทางการเลือกศาสตราวุธของสากสนับสนุน ดาบ : ตัวเลือกศาสตราวุธทำลายล้างข้อแรกนั้น ความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งไม่มีอะไรโดดเด่นนัก เว้นแต่การใช้ท่าพลังสิบส่วนเร่งสภาวะโอกาสติดการโจมตีกระหน่ำออกมาได้บ่อยครั้งกว่า เพราะมีท่า ใช้ศึกเลี้ยงศึก ที่ช่วยลดการใช้พลังภายในลงไป 10% แต่โดยปรกติแล้วสายพรตจะเก็บพลังภายในเอาไว้ใช้เคล็ดวิชาเพิ่มพลังมากกว่า กระบี่ : ตัวเลือกนี้อาจจะเป็นศาสตราวุธสำรอง เพราะพรตนั้นไม่มีเคล็ดวิชาที่ใช้โจมตีระยะไกลเลย ถ้าหากไม่เน้นไปที่วรยุทธ์ร่วม การมีกระบี่ติดมือไว้ใช้ท่าพลังสิบส่วนแล้วโจมตีสนับสนุนจากระยะไกลก็เป็นความคิดที่ดี แต่ถ้าจะเล่นแนวนี้จริงๆ จะต้องมีการเพิ่มพลังตีบวกอยู่ในระดับสูงสักหน่อย เพื่อให้ค่าทำร้ายเพิ่มขึ้น ชดเชยกับการที่เราโจมตีได้ช้านั่นเอง กรงเล็บ : ศาสตราวุธที่แนะนำเป็นหลักของสายสำนักพรต เพราะท่าพลังสิบส่วนสัมพันธ์กับการที่สายพรตนั้นจะต้องเป็นแนวหน้าบ้างในบางครั้ง และค่า Status พื้นฐานที่สายกรงเล็บขอนั้นก็อยู่ที่กายด้วย จึงกล่าวได้ว่าเป็นอาวุธหลักของสายพรตเลยทีเดียว ทวน : แม้สายสำนักพรตเน้นค่าปราณ ซึ่งจะตรงกับสายทวนที่นอค่า Status ปราณเป็นพื้นฐานในการเพิ่มระดับเลเวลเพลงยุทธ์ แต่ทวนนั้นการที่จะโจมตีหมู่ได้จะต้องกดใช้ท่าพลังสิบส่วน ซึ่งทำให้เสียค่าพลังภายในไป ดังนั้นตัวเลือกศาสตราวุธประเภททวนนี้ กลับให้ความเหมาะสมเทียบเท่ากับดาบหรือกระบี่เท่านั้น กระบอง : กระบองกลับเป็นศาสตราวุธที่น่าเล่นที่สุด สำหรับสายสำนักพรต เพราะการอัพค่าตบะอยู่ในระดับสูง นอกจากจะได้ค่าพลังภายในแล้ว ก็ยังได้ความแม่นยำและโอกาสในการโจมตีด้วยท่าไม้ตายอยู่ในระดับสูง เหมาะสำหรับการเก็บเลเวลคนเดียว และหากอยู่ในกลุ่มปาร์ตี้ การเข้าต่อสู้กับมอนสเตอร์ประเภทบอส อาจใช้ท่าพลังสิบส่วนแล้วยืนชนกับบอสเลย เพราะยิ่งโดนศัตรูทำร้ายแรงแค่ไหน ก็จะสะท้อนความรุนแรงนั้นย้อนกลับไปหาศัตรูด้วยความแรงเพิ่มขึ้นถึง 400% !! วรยุทธ์ร่วมที่สำคัญสำหรับสายแนวหน้านักสนับสนุน สำหรับวรยุทธ์ที่สำคัญสำหรับสายนี้ จะคล้ายๆ กับสายเพลงยุทธ์ของสำนักพุทธ ซึ่งสายแนวหน้านักสนับสนุนนั้นจะต้องเน้นที่ค่าการป้องกันเป็นหลัก เน้นชนมอนสเตอร์ได้ จะได้ไม่ลำบากมากนักในเวลาที่ต้องออกไปเก็บเลเวลหรือภารกิจคนเดียว ส่วนวรยุทธ์เสริมที่แนะนำคือ และ เพราะว่าสายสำนักพรตไม่มีเคล็ดวิชาโมตี ซึ่งอาจจะใช้ท่าดังกล่าวชดเชย ซึ่งหากจะใช้เป็นท่าหลักเลยก็ย่อมทำได้ เพราะสายสำนักพรตทุกคนเน้นค่า Status ไปทางปราณอยู่แล้ว บทบาทของสายแนวหน้านักสนับสนุน : ยอดปราชญ์นักอุปถัมภ์ สายพรตนั้นจุดเด่นอยู่ที่เคล็ดวิชาเพิ่มพลังเลือดให้กับสมาชิกในปาร์ตี้ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในแต่ละปาร์ตี้ เพราะถ้าเลือดหมดนั้นหมายถึงตาย ดังนั้นการที่จะกดยาฟื้นฟูเลือดด้วยตัวเองก็สิ้นเปลืองเกินไป สายสำนักพรตจึงมีสมาชิกมากมายรักใคร่ ถึงขนาดจองตัวไปลงภารกิจย้อนเวลากันทุกวัน แต่สำหรับผู้เล่นสายสำนักพรตเองกลับประสบปัญหาในเรื่องของเงินตำลึง เพราะตนเองมีสิทธิ์ที่จะได้ไอเทมน้อยกว่าสายสำนักอื่นๆ ที่มีพลังโจมตีมากกว่า ดังนั้นในการเล่น อาจจะต้องหากิลด์ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สักหน่อย เพื่อที่เราจะได้มีปาร์ตี้ประจำ และไม่ค่อยขัดสนเงินทองนัก โดยสรุปแล้ว การเล่นสำนักพรตนั้น ผู้เล่นอาจจะต้องเจอกับภาวะเงินตำลึงที่ได้มาไม่คุ้มกับที่ลงแรงไป จึงขอแนะนำว่า หากว่างเว้นจากการลงภารกิจย้อนเวลา ก็อาจจะออกไปเก็บเลเวลกับภารกิจพิเศษที่สามารถรับได้ตามเงื่อนไขครบเวลาต่างๆ เพราะจะทำให้ได้เลเวลอย่างรวดเร็ว และเมื่อเลเวลสูงได้ระดับหนึ่งแล้ว การได้ไอเทมมาขายก็จะสัมพันธ์กับที่ลงทุนไป แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่สายนี้รับรองว่าจะไม่ขาดสหายอย่างแน่นอน - สายพิเศษ : สายสะท้อน การเล่นสายพิเศษนี้ ผู้เล่นจะต้องใช้ความสามารถอย่างมากในการประมาณเลือดตนเอง และเลือดของมอนสเตอร์ เพราะสายนี้จะลากกลุ่มมอนสเตอร์เป็นจำนวนมากเข้ามาตนเอง หรือปะทะชนกับเหอสซึ่งๆ หน้าด้วยตนเอง และให้ค่าทำร้ายของมอนสเตอร์เหล่านั้นสะท้อนกลับไป ที่กล่าวมานั้นคือการเล่นสายสำนักพรตคู่กับการใช้พลังสิบส่วนของศาสตราวุธสายกระบองนั่นเอง เคล็ดวิชาที่สำคัญของสำนักพรตที่สายสะท้อนควรจะต้องมี ในสายนี้เน้นค่าคะแนนยุทธ์ลงไปกับเคล็ดวิชาเพิ่มเลือดอย่างเดียว ให้สามารถเพิ่มเลือดได้คราวละมากๆ เพราะต้องชนกับฝูงมอนสเตอร์ที่เราลากมาหรือบอสที่เราปะทะด้วยนั่นเอง และหากจวนตัวจริงๆ ก็สามารถใช้ วิชาปราณเต่า ในการหลบหนีได้ ค่าเฉลี่ยที่แนะนำในการตัดสินใจเพิ่มค่า Status ที่สำคัญของสายแนวหน้านักสนับสนุน ในสายนี้จะเน้นกายให้มากขึ้นกว่าสายแนวหน้านักสนับสนุน เพื่อให้มีค่าเลือดสูงสุดเพียงพอต่อจำนวนเลือดที่ลดลงในปริมาณมหาศาลในระหว่างต่อสู้นั่นเอง แนะแนวทางการเลือกศาสตราวุธของสายแนวหน้านักสนับสนุน กระบอง : เพราะสายนี้เน้นการสะท้อนค่าทำร้ายของศัตรูที่โจมตีเรา กลับไปยังมอนสเตอร์ที่เข้าทำร้ายเรา ดังนั้นศาสตราวุธเพียงหนึ่งเดียวที่เหมาะสมสำหรับสายนี้คือ กระบองนั่นเอง วรยุทธ์ร่วมที่สำคัญสำหรับสายสะท้อน พระเอกหลักของวรยุทธ์ร่วมนั้นคือท่า พลังแท้โคจร เพราะการใช้ท่าพลังสิบส่วนนั้นจะขึ้นอยู่กับพลังภายใน การใช้ท่านี้จะช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังภายในให้เร็วขึ้นอย่างมาก และเป็นที่สังเกตว่า วรยุทธ์สายนี้จะไม่เน้นท่าที่ใช้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองเลย เหตุเพราะการสะท้อนค่าทำร้ายนั้น จะแรงเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับค่าทำร้ายที่เราได้รับ ยิ่งหากเรามีค่าป้องกันเยอะขึ้น มอนสเตอร์ก็จะทำร้ายเราได้น้อยลง แสะสืบต่อไปยังค่าการสะท้อนก็จะเบาลงด้วย แต่ใช่ว่าสายนี้จะไม่ต้องการค่าการป้องกันเลย ในหลังๆ ก็จำเป็นที่จะต้องหาเครื่องป้องกันดีๆ ไว้ใส่ และควรเลือกชุดที่เพิ่มเลือดสูงสุดอย่างเช่น ชุดเซ็ตที่ได้จากภารกิจย้อนเวลา ซึ่งหากใส่จนครบเซ็ตแล้วล่ะก็จะได้โบนัสพิเศษในการเพิ่มเลือดสูงสุดด้วย บทบาทของสายสะท้อน : Boss Killer! วิธีการเก็บเลเวลสายนี้ ใช้วิธีการไล่ตีตัวละที ให้มอนสเตอร์เหล่านั้นติตามมาสักกลุ่มกองหนึ่ง แล้วใช้พลังสิบส่วน พร้อมกับฟื้นฟูเลือดตนเองไปเรื่อยๆ รอจนมอนสเตอร์เหล่านั้นโดนสะท้อนจนตายไป สายนี้เก็บเลเวลยากกว่าสายอื่นมากๆ แต่ก็สามารถเอาพิชิตบอสกลุ่มได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใครมากนัก เพราะบอสกลุ่มจะโจมตีเราหนักกว่ามอนสเตอร์ประเภทเดียวกัน ทำให้ค่าสะท้อนกลับไปใส่บอสกลุ่มนั้นก็มีเยอะ ทำให้เอาพิชิตได้อย่างง่ายดายโดยที่เราอาจจะไม่ต้องมีวรยุทธ์โจมตีหรือศาสตราวุธที่แรงๆ เลย และค่าคะแนนยุทธ์ที่ได้ก็เน้นไปที่เคล็ดวิชาเพิ่มพลังทั้งหมด ทำให้ไม่ค่อยกลุ้มเรื่องค่าคะแนนยุทธ์ไม่เพียงพอ สามารถเลือกอัพระดับเลเวลวรยุทธ์สายอื่นเป็นเพียงทางผ่านได้ แต่ข้อเสียก็คือความยากในการเก็บเลเวล จะต้องใช้การคาดคะเนที่แม่นยำ และการประเมินตนเองว่าอยู่ในสภาวะเหมาะสมเพียงพอที่จะสะท้อนจนมอนสเตอร์เหล่านั้นตายได้พอดีก่อนที่ท่าพลังสิบส่วนจะหมดไป "ทีมงานเกมส์หวงอี้ออนไลน์"

อัลบั้มภาพ 13 ภาพ

อัลบั้มภาพ 13 ภาพ ของ เกมส์ HY Online วิเคราะห์สาย พรต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook