Genshin Impact กอบกู้หรือทำลาย ? ตระกูล Lawrence แห่งตำนาน ผู้ให้กำเนิด Eula (Part 1)

Genshin Impact กอบกู้หรือทำลาย ? ตระกูล Lawrence แห่งตำนาน ผู้ให้กำเนิด Eula (Part 1)
S! Game

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีเพื่อน ๆ ชาว Genshin Impact ทุกคนก่อนหน้าผมได้เขียนเรื่องราวของ Eula ไปและมีความเกี่ยวข้องกันซึ่งเพื่อนสามารถตามอ่านได้ที่ Link นี้ -->Genshin Impact เปิดประวัติ เจาะลึก Eula อัศวิน Spindrift ผู้งดงามที่มาพร้อมกับความแค้น ซึ่งหากเราได้เห็นจากปฏิกิริยาของชาวเมือง Mondstadt ที่แสดงออกถึงความรังเกียจตระกูล Lawrence และได้ส่งต่อความเกลียดชังไปให้ Eula ตั้งแต่เด็กจนเธอเติบโตขึ้นมา ซึ่งมันได้หล่อหลอมให้เธอ มีอุปนิสัยแบบที่ผมเขียนไปใน Link ด้านบน ทีนี้ผมจะมาเปิดเผยถึงเรื่องราวของตระกูล Lawrence ว่าที่ผ่านมาเขาได้ทำอะไรให้กับ Mondstadt และสมควรหรือไม่ที่ชาว Mondstadt จะหันหลังให้ตระกูลนี้ไปดูกัน

โดยไลน์เนื้อเรื่องในเกมจะมี Side Story มากมายที่เล่าขนานไปกับเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งฝากไว้ผ่านบันทึกต่าง ๆ ในส่วนหนังสือและอุปกรณ์ผมจึงรวบรวมข้อมูลเท่าที่รวบรวมได้มาให้เพื่อน ๆ ครับโดยตระกูล Lawrence ของ Eula นั้นมีความเกี่ยวข้องกับ Mondstadt มาอย่างยาวนานเราจึงต้องมองย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้นกันเลย ทุกคนถึงจะมีความเข้าใจในประวัติความเป็นมาของตระกูล Eula

ยุคที่ 1 เทพวายุจอมเผด็จการ Decarabian ราชาแห่งหอคอย

ในยุคของเทพวายุตนนี้ถือได้ว่าเป็นยุคมืดของบรรพบุรุษ Mondstadt ที่ไม่ได้น่าจดจำนักซึ่งเป็นยุคก่อนที่เทพลม Venti จะเข้ามามีบทบาท โดยมีเมืองหลวงที่มีที่ตั้งในปัจจุบันเป็น Stormterror's Lair (รังเก่ามังกร Dvarin) ปัจจุบันสถานะเป็นเมืองร้าง ซึ่งยุคนี้เป็นยุคที่ยากลำบาก และเป็นยุคก่อกำเนิดวีรบุรุษมากมาย โดยกล่าวถึงยุคต้นที่มีหิมะปกคลุมไปทั่ว กลุ่มชนที่หนีภัยความหนาว ได้พบข้อเสนอจากเทพวายุ Decarabian ที่จะใช้อำนาจสายลมล้อมเมืองเพื่อปกป้องภัยหนาว

และเมื่อประชาชนอพยพเข้ามากลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเมื่อ Decarabian ปกครองประชาชนแบบกดขี่ แถมสายลมที่ล้อมกลับกลายเป็นคุกพายุ ที่ขังประชาชนไว้ (กำแพงสายลมยังเห็นได้จนถึงปัจจุบัน) และปกครองประชาชนผ่านหอคอยสูงเสียดฟ้า แบบไม่แยแสจิตใจผู้คน จนเกิดบุรุษที่กล้าผู้นำตระกูล Gunnhildrs ที่เป็นข้ารับใช้เทพวายุ นำผู้คนของตนฝ่าวงล้อมกระแสลมที่บ้าคลั่ง ออกท้าทายพายุหิมะของโลกภายนอก ที่มีความหนาวระดับมฤตยู

ทุกคนตกอยู่ในความสิ้นหวังและสวดภาวนา แต่แล้วสายลมบริสุทธิ์ก็ตอบรับคำอ้อนวอนของ Gunnhildrs ปรากฏภูติตัวน้อยที่บันดาลสายลมให้ Gunnhildrs พักพิงและฝาก " พลังจิตวิญญานแห่งการปกป้องไว้กับ Gunnhildrs ซึ่งเป็นบรรพบุรุษตระกูลของ Jean และ ฺBarbara ในเวลาต่อมาและตระกูลนี้ เป็นกำลังสำคัญในการสร้างนักบวชและอัศวินแห่ง Mondstadt ในเวลาต่อมา

ยุคที่ 2 บุกเบิก Mondstadt

ท่ามกลางคุกพายุอันโหมกระหน่ำที่ล้อมเมืองมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่มีจิตใจที่โหยหาอิสรภาพและเทพสายลม Barbatos ได้ตอบรับคำขอเด็กหนุ่มนั้น และเด็กหนุ่มคนนั้นได้ก่อให้เกิดสงครามปฏิวัติที่โค่นบัลลังก์ของ Decarabian จากการรบครั้งใหญ่ที่มีประชาชนและทุกคนในเมือง รวมถึงขุนนางซึ่งมีตระกูลขั้นสูงอย่าง Lawrence ที่เข้าร่วมสงครามกอบกู้แห่งอิสรภาพครั้งนี้ด้วย เพราะพวกเขามีบทบาทในยุคต่อมาในการดูแล Mondstadt เป็นตระกูลสูงสุดอย่าง Gunnhildrs, Ragnvindr (ต้นตระกูล Diluc) และ Lawrence

ซึ่งหลังจากชนะสงครามปฏิวัติ Decarabian เทพสายลมองค์ใหม่ Barbatos ได้ใช้อำนาจสายลมพัดน้ำแข็งและความหนาว ออกไปเป็นวงกว้าง และแน่นอนว่าเขาไม่เหยียบซ้ำรอยเดิม Decarabian เขาจึงมอบอิสระให้กับผู้คนอันเป็นสิ่งที่เยียวยาจิตใจและแปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิของชาว Mondstadt ในเวลาต่อมาซึ่ง Barbatos หลังจากใช้พลังมหาศาลจึงได้เข้าสู่การหลับไหล

ยุคมืดแห่ง Lawrence

ผู้คนที่ Mondstadt ได้ดื่มด่ำกับความสุขมาอย่างยาวนาน ตระกูลชั้นสูงที่ทรงอำนาจและร่ำรวยอย่าง Lawrence นั้นกลับเริ่มหลงไหลอำนาจที่มีล้นฟ้า สร้างระบบทาสที่เป็นเหมือนสิ่งที่พรากหัวใจแห่งอิสรภาพของ Mondstadt ไปและนอกจากนั้น Lawrence ยังมีพันธะสัญญากับมังกรร้าย "เออร์ซ่า" ด้วยโดยประเพณีรื่นเริงและงานฉลองใด ๆ ก็ถูกสงวนไว้เฉพาะคนชั้นสูงเท่านั้น และยังกดขี่ประชาชน โดยตระกูล Lawrence เวลานั้นจะเอาผู้หญิงสวย ๆ คัดไปเข้าในการดูแลของตัวเองอีก

ในช่วงเวลานี้ห่างเป็นพัน ๆ ปี Venti (Barbatos) ได้ตื่นมาเจอ "เด ลูวินซาน หรือเขี้ยวสิงห์ " ทาสนักรบ Gladiator ที่แข็งแกร่งและมีผมสีแดงเพลิง ที่จะเป็นตำนานให้กับคนรุ่นหลังอย่างท่านหญิง Vennessa ที่แม้แต่เธอยังเป็นทาสของตระกูล Lawrence ของ Eula อีกด้วยเรื่องกำลังเข้มข้นไปต่อกันได้ด้านล่าง

บทสรุปเนื้อเรื่อง Eula รู้ก่อนเปิด Gacha