คงได้พบกันอีก โปรเจกต์ Mass Effect ภาคต่อถูกพับเข้ากรุไร้กำหนดการนำกลับมาพัฒนา

คงได้พบกันอีก โปรเจกต์ Mass Effect ภาคต่อถูกพับเข้ากรุไร้กำหนดการนำกลับมาพัฒนา
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

Mass EffectMass Effect

“ทำดี 3 ครั้ง (ภาค) ไม่มีใครจำ, ทำผิด 1 ครั้ง (ภาค) ไม่มีใครลืม” คือนิยามอันแสนเจ็บปวดที่ Mass Effect ซีรีส์เกมแอกชั่นอาร์พีจีสเกลจักรวาลจำต้องทนทุกข์อยู่กับความจริงที่เกิดขึ้น เพราะถึงแม้ไตรภาคแรกจะยอดเยี่ยมน่าจดจำเพียงใด แต่ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับปฐมบทใหม่อย่าง Mass Effect Andromeda (อันมีต้นเหตุจากดราม่าภายในของผู้พัฒนา) กลับส่งผลให้ซีรีส์ดังกล่าวนี้ไร้ที่ยืนในวงการ และซ้ำร้ายกว่านั้น “ซีรีส์นี้อาจจะไม่มีสิทธิ์ได้กลับมาแก้ตัวหรือกู้หน้าตัวเองอีกเลยก็เป็นได้”

Bioware (ค่ายพัฒนาเกมซีรีส์ดังกล่าวอันหนึ่งในค่ายลูกผลิตผลงนของทาง EA) สาขา Montreal สตูดิโอที่รับหน้าที่ดูแล Mass Effect Andromeda นี้ ได้ถูกตัดทอนพนักงานลงพร้อมทั้งยังถูกสั่งให้หยุดโปรเจกต์ที่จะพัฒนา Mass Effect ภาคต่อไปอีกด้วย โดยพนักงานจำนวนหนึ่งจากสาขา Montreal จะถูกโยกตัวไปยัง EA Motive ทีมที่รับหน้าที่ดูแล Star Wars Battlefront II แทน และบรรดาพนักงานจากสาขาดังกล่าวที่เหลือจะทำหน้าที่ดูแลผลงานเกมต่างๆ ของ Bioware 

และนี่คือแถลงการณ์การของการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายทีมงานของทาง EA ครับ

ทีมพัฒนาของเราที่ Bioware ไปจนถึงที่หลักอย่าง EA นั้น มีความพยายามเป็นอย่างมากครับ ที่จะให้แฟนๆ ทั่วโลกได้สัมผัสกับ Mass Effect Andromeda และแม้เรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว แต่ทางเราก็ยังมุ่งเน้นให้ความร่วมมือและช่วยเหลือผู้เล่นในภาคดังกล่าวจากช่องทางคอมมิวนิตี้ต่างๆ และบริการไลฟ์เซอร์วิสทั้งหลาย (DLC, อัพเดต, เติมเงิน)

และทีมพัฒนาของ EA ทั่วสารทิศจากสตูดิโอทั่วโลกของพวกเรานั้น ต่างก็เต็มไปด้วยความสามารถที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวัน เพื่อที่พวกเราจะได้ขับเคลื่อนความร่วมมือร่วมใจของทุกสตูดิโอในการช่วยกันพัฒนาโปรเจกต์เกมสำคัญๆ

ซึ่งตอนนี้ ทีม Bioware และ Motive นั้นก็ได้แบ่งปันพื้นที่ร่วมกันที่ Bioware สาขา Montreal และตอนนี้ทีมงานฝั่งของ Bioware ก็ได้เน้นหนักการทำงานไปยังการช่วยเหลือโปรเจกต์ที่ทีม Motive กำลังดูแลอยู่ และเรายังได้เพิ่มทีมงานให้กับ Bioware สาขาอื่นๆ เพื่อช่วยกันดูแลโปรเจกต์เกมที่ยังอยู่ภายใต้การพัฒนาอยู่ที่กำลังจะออกมาจากทาง Bioware ในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

Credit: Kotaku