เจาะลึก "เหอเฟย" จากเมืองนาสู่มหาอำนาจ เทคโนโลยีควอนตัม ด้วยกลไก State-VC
จากท้องนาสู่ระดับซับอะตอม: "เหอเฟย" เมืองเกษตรกรรมที่ผันตัวเป็นมหาอำนาจควอนตัมด้วยกลไก State-VC
เมื่อเราพูดถึงความล้ำสมัยของเทคโนโลยีจีน ภาพจำของคนส่วนใหญ่จะพุ่งไปที่ เซิ่นเจิ้น (Shenzhen) ในฐานะโรงงานไฮเทคของโลก, หางโจว (Hangzhou) ศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซและ FinTech, ปักกิ่ง (Beijing) ที่โดดเด่นด้านซอฟต์แวร์และนวัตกรรมระดับนโยบาย หรือแม้แต่ หวู่ฮั่น (Wuhan) ที่หลายคนเพิ่งมารู้จักในช่วงวิกฤตโควิด-19 ว่าแท้จริงแล้วคือศูนย์กลางสถาบันวิจัยที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน
แต่ในโลกของ "เทคโนโลยีควอนตัม" (Quantum Technology) ซึ่งเปรียบเสมือนสมรภูมิอนาคตของมหาอำนาจ ยักษ์ใหญ่ที่กำลังนำหน้าอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เมืองที่กล่าวมาข้างต้น แต่คือ "เหอเฟย" (Hefei) เมืองในมณฑลอันฮุยที่ในอดีตเคยถูกปรามาสว่าเป็นเพียงเมืองเกษตรกรรมเล็กๆ ที่แทบไม่มีตัวตนบนแผนที่เศรษฐกิจ
วันนี้เหอเฟยกลายเป็นเจ้าของสถิติเมืองที่มีความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมควอนตัมเป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นที่ตั้งของ "ถนนควอนตัม" ที่มีความหนาแน่นของบริษัทเทคโนโลยีเชิงลึกสูงที่สุดในเอเชีย
เมื่อวานผมเอ่ยถึงเมืองนี้ไปหน่อย ในบทความ "ชุนหวัน" งานโชว์ความสามารถทางเทคโนโลยีของจีน ผ่านเทศกาลตรุษจีน เรามาดูกันครับว่าพันาการเมืองสายเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech City) ของจีนมันต่างจาก เมืองดิจิทัล และเมืองศูนย์กลางการผลิตสินค้า อย่างไร
1. รากฐานทางปัญญา: เมื่อมหาวิทยาลัยย้ายเมือง ประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยน
จุดเริ่มต้นของเหอเฟยไม่ได้มาจากการวางแผนสร้างนิคมอุตสาหกรรม แต่เกิดจากเหตุการณ์ในปี 1970 เมื่อ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (USTC) ตัดสินใจย้ายฐานที่ตั้งจากปักกิ่งมายังเหอเฟยในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม การย้ายครั้งนั้นนำพาเหล่านักฟิสิกส์และนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิมายังพื้นที่ที่ยังไม่มีความพร้อมด้านอุตสาหกรรม จนในเวลาต่อมา USTC ได้รับฉายาว่าเป็น "สแตนฟอร์ดแห่งตะวันออก" และเป็น "Whampoa Military Academy" ที่ผลิตผู้ก่อตั้งบริษัท เทคโนโลยีควอนตัม ชั้นนำอย่าง QuantumCTek และ Origin Quantum
2. "เหอเฟยโมเดล": เมื่อรัฐบาลผันตัวเป็น Venture Capitalist
สิ่งที่ทำให้เหอเฟยก้าวกระโดดจากเมืองเกษตรกรรมที่มี GDP เติบโตขึ้นกว่า 2,600% ภายใน 20 ปี และมีประชากรเพิ่มขึ้นจาก 4.5 ล้านคนเป็น 10 ล้านคนในปี 2025 คือนวัตกรรมเชิงนโยบายที่เรียกว่า "เหอเฟยโมเดล" (Hefei Model) แทนที่รัฐบาลท้องถิ่นจะทำหน้าที่เพียงแค่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือสร้างถนน เหอเฟยเลือกสวมหมวกเป็น "นักลงทุนร่วม" (State-led Venture Capital) โดยบริหารจัดการกองทุนที่สูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง
หัวใจของโมเดล State-VC นี้คือ 3 กลยุทธ์หลัก:
- การลงทุนเชิงโครงสร้าง (Construction Investment): เช่น การปั้นบริษัท BOE จนเป็นผู้นำด้านจอภาพโลก
- การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรม (Industry Investment): ตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดคือการอัดฉีดเงิน 7 พันล้านหยวนกอบกู้บริษัท NIO (รถยนต์ไฟฟ้า) ในปี 2020 ขณะที่บริษัทเกือบล้มละลาย เพื่อแลกกับการย้ายสำนักงานใหญ่มาที่เหอเฟย ซึ่งสร้างผลตอบแทนให้รัฐบาลสูงถึง 5.5 เท่าในเวลาต่อมา
- การบ่มเพาะเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep-Tech Promotion): เน้นการลงทุนในระดับ Seed Stage สำหรับบริษัทควอนตัม โดยรัฐบาลมี "ระบบภูมิคุ้มกันความล้มเหลว" (Failure Immunity) ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจลงทุนในเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูงได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบทางวินัยหากการลงทุนนั้นโปร่งใสแต่ไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของตลาด
3. "ถนนควอนตัม" (Quantum Avenue): 3.5 กิโลเมตรที่เปลี่ยนโลก
หากใครไปที่ถนนอวิ๋นเฟย (Yunfei Road) ในเหอเฟย จะพบกับความหนาแน่นของบริษัทควอนตัมกว่า 70 แห่งในระยะทางเพียง 3.5 กิโลเมตร พื้นที่นี้คือที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานควอนตัมที่ครบวงจรที่สุด ตั้งแต่การผลิตชิป ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึงซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน
ความสำเร็จด้านฮาร์ดแวร์ล่าสุด (ต้นปี 2026):
- Tianyan-287: คอมพิวเตอร์ควอนตัมตัวนำยิ่งยวดขนาด 105 คิวบิต เปิดตัวในเดือนมกราคม 2026 ระบบนี้สามารถแก้ปัญหาเฉพาะทางได้เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกถึง 450 ล้านเท่า
- Origin Wukong: คอมพิวเตอร์ควอนตัมรุ่นที่ 3 ขนาด 72 คิวบิตที่ผลิตในจีนเองทั้งหมด 100% ตั้งแต่ชิปไปจนถึงระบบควบคุมอัตโนมัติ
4. การบรรจบกันของยักษ์ใหญ่: ควอนตัม พลังงานฟิวชัน และ AI
เหอเฟย ไม่ได้มองควอนตัมเป็นอุตสาหกรรมเดี่ยว แต่พยายามเชื่อมโยงกับ "Deep Tech" อื่นๆ บนเกาะวิทยาศาสตร์ (Science Island) ของเมือง ได้แก่ พลังงานฟิวชัน (Fusion Energy) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์" (EAST และ BEST) ที่มีเป้าหมายจะเริ่มผลิตไฟฟ้าจากฟิวชันจริงในปี 2030 และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเขต China Speech Valley ที่มีการใช้ AI และหุ่นยนต์นักวิทยาศาสตร์วิจัยสารเคมีได้เร็วกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า
5. พลวัตของผู้เล่นหลัก: สตาร์ทอัพยูนิคอร์นและยักษ์ใหญ่แห่งการลงทุน
ความสำเร็จของเหอเฟยขับเคลื่อนผ่าน "จตุรเทพ" ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงลึกและกลุ่มทุนของรัฐที่ทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลัง:
กลุ่มบริษัทนวัตกรรมเชิงลึก (Key Startups & Spinoffs):
- Origin Quantum (本源量子): ผู้นำด้านฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ควอนตัมตัวนำยิ่งยวด (Superconducting) ผู้พัฒนา "Origin Wukong" และแพลตฟอร์มคลาวด์ Tianyan
- QuantumCTek (国盾量子): สตาร์ทอัพควอนตัมรายแรกที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น A-share มุ่งเน้นการสื่อสารควอนตัม (QKD) ปัจจุบันควบรวมกับ China Telecom Quantum Group เพื่อสร้างเครือข่ายความมั่นคงข้อมูลระดับประเทศ
- CIQTEK (国仪量子): "Unicorn" ด้านการตรวจวัดความแม่นยำสูง (Quantum Sensing) และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ผู้ส่งออกเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ (EPR) ไปยังมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก รวมถึง Oxford และ Queen Mary
- Fusion Energy (Anhui) Co., Ltd.: สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นรายแรกในด้านพลังงานฟิวชันของจีน ได้รับการสนับสนุนจาก NIO และรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากเกาะวิทยาศาสตร์สู่เชิงพาณิชย์
- ChangXin Memory Technologies (CXMT): ยักษ์ใหญ่ด้านหน่วยความจำ DRAM ซึ่งได้รับเงินลงทุนมหาศาลจากรัฐบาลเหอเฟย และกำลังจะก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียน (IPO) ในปี 2026
กลไกทุนของรัฐ (Key Investment Entities):
- Hefei Industry Investment Group (合肥产投): ทำหน้าที่เป็น "Scouter" และ "Lead Investor" หลัก มุ่งเน้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการบริหารจัดการกองทุน Guidance Funds ที่มีมูลค่ารวมกว่า $30 Billion
- Grand Union of Innovation (GUI): แพลตฟอร์มที่รวบรวมบริษัทนวัตกรรมกว่า 2,500 แห่ง และมีศูนย์นวัตกรรมในต่างประเทศถึง 6 แห่ง เพื่อดึงดูด Talent และเทคโนโลยีจากทั่วโลกกลับสู่เหอเฟย
6. อนาคตสู่ปี 2030 และบทสรุปแห่ง นครหลวงเทคโนโลยี
ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน เหอเฟยถูกวางเป้าหมายให้เป็นผู้นำในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีมูลค่ารวมแตะ 1 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2030 รัฐบาลยังคงยึดหลักการลงทุนแบบ "ลงทุนเร็ว ลงทุนน้อยในระยะเริ่ม และลงทุนยาว" โดยเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศ เทคโนโลยีควอนตัม ที่พึ่งพาตนเองได้ เพื่อรับมือกับการควบคุมเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
เหอเฟย พิสูจน์ให้เห็นว่า "นครหลวงเทคโนโลยี" ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือโชคช่วย แต่เกิดจากการจัดการนวัตกรรมเชิงพื้นที่และเชิงระบบที่กล้าหาญ การบูรณาการระหว่างปัญญาจากมหาวิทยาลัย ทุนที่อดทนจากรัฐ และการออกแบบเมืองที่สอดรับกับฟิสิกส์ ทำให้เหอเฟยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามในอุตสาหกรรมซับอะตอม แต่กำลังเป็นผู้กำหนดระเบียบใหม่ของเศรษฐกิจฐานวิทยาศาสตร์ที่โลกต้องเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ Chairman and Co-Founder: Canvas Ventures International
19 กุมภาพันธ์ 2026
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

