ชุนหวัน 2026: ปีม้าเพลิง กับสารถึงชาวโลกจาก Middle Kingdom

ชุนหวัน 2026: ปีม้าเพลิง กับสารถึงชาวโลกจาก Middle Kingdom

ชุนหวัน 2026: ปีม้าเพลิง กับสารถึงชาวโลกจาก Middle Kingdom
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ใครได้ดูงาน "ชุนหวัน" (Chunwan) หรือ Spring Festival Gala 2026 จบบ้างครับ?

สำหรับคนที่ไม่คุ้น ชุนหวันคือรายการทีวีฉลองตรุษจีนที่มียอดผู้ชมหลักพันล้านคนจนได้รับการบันทึกว่าเป็นรายการที่มีคนดูมากที่สุดในโลก แต่ภาพที่ผมเห็นผ่านหน้าจอปีนี้ มันไม่ใช่แค่ความบันเทิงครับ แต่มันคือการส่งสัญญาณ "ภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี" (Techno-Geopolitics) ที่เมืองจีนจงใจประกาศกับชาวโลก ในวันที่ห่วงโซ่อุปทานกำลังถูกแบ่งขั้ว (Decoupling) พี่จีนไม่ได้แค่มาอวยพร แต่เขามาโชว์ให้เห็นว่า "Middle Kingdom" ยุคใหม่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระเบียบโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่เขากำหนดมาตรฐานเองแบบเบ็ดเสร็จครับ

ยุทธศาสตร์ที่ซ่อนอยู่หลังหน้าจอ 8K ออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ครับ:

​1. "หมัดเมา" ของหุ่นยนต์ และชัยชนะเหนือห่วงโซ่อุปทานโลก

โชว์ "WuBOT" ที่กองทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ออกมาวาดลวดลายกังฟูท่า "หมัดเมา" (Drunken Fist) ร่วมกับเด็กๆ นั้น จริงๆ แล้วหุ่นยนต์รุ่น G1 และ H1 ของ Unitree เคยเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2025 แล้วครับ แต่ตอนนั้นยังเดินแข็งๆ เหมือน "หุ่นเชิด" ที่ต้องมีคนช่วยพยุง ทว่าเพียงปีเดียว พี่จีนโชว์ก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยี "Cluster Control" หรือการควบคุมแบบกลุ่มที่เสถียรที่สุดในโลก สามารถทำท่าพาร์คัวร์กระโดดข้ามโต๊ะและตีลังกาสูงกว่า 3 เมตรได้แบบไม่มีล้ม

​สารที่เมืองจีนส่งออกไปคือเรื่อง "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) เขาต้องการบอกโลกในยุคที่โดนกีดกันเทคโนโลยีว่า "เรามี Supply Chain ที่เข้มแข็งพอจะผลิตหุ่นยนต์ระดับ Mass ได้เองแล้ว" ปัจจุบันเมืองจีนมีบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 150 แห่ง และครองส่วนแบ่งการส่งออกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถึง 90% ของตลาดโลกในปีที่ผ่านมา การที่บริษัทอย่าง Unitree, Galbot, Noetix และ MagicLab ตบเท้าขึ้นเวทีพร้อมกัน คือการประกาศว่าเขาไม่ได้แค่ตามหลังตะวันตก แต่เขากำลัง "Scale Up" อุตสาหกรรมนี้ทิ้งห่างคู่แข่งไปอีกขั้นครับ

cbeddc5117cf4.jpg

​2. พลังของ "AI Cloud" สันหลังดิจิทัลที่ยืนได้ด้วยขาตัวเอง

เบื้องหลังความเนียนของภาพ 8K UHD และเอฟเฟกต์ AIGC ที่เราเห็น คือการเปลี่ยนขั้วอำนาจในอุตสาหกรรมคลาวด์ของเมืองจีนครับ ปีนี้ ByteDance ส่ง Volcano Engine เข้ามาเป็นพันธมิตร AI Cloud เพียงหนึ่งเดียว แทนที่เจ้าตลาดเดิมอย่าง Alibaba โดยใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่าง "Doubao" มาคุมการประมวลผลมหาศาลกว่า 63 ล้านล้านโทเคนต่อวัน เพื่อทำตั้งแต่คำบรรยายสด 85 ภาษา ไปจนถึงการสร้าง "มนุษย์ดิจิทัล" ที่สมจริงสุดๆ อย่างหุ่นยนต์บิโอนิคของคุณ "ไช่หมิง" ที่พัฒนาโดย Songyan Dynamics ภายในเวลาเพียง 30 วัน

​สิ่งที่ต้องมองให้ลึกคือโครงสร้างพื้นฐานครับ พี่จีนโชว์ระบบ Liquid Cooling ของ Range Intelligent Computing ที่ระบายความร้อนให้เซิร์ฟเวอร์ และโมดูลแสงความเร็วสูงระดับ 800G ของ Accelink Technologies ที่พัฒนาขึ้นเอง ทั้งหมดนี้คือการยืนยันว่าเมืองจีนมี Cloud Infrastructure ที่เสถียรระดับ "Five Nines" (99.999%) พร้อมรองรับงานที่ยากที่สุดในโลกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากตะวันตกเพียงอย่างเดียว สารนี้ชัดเจนว่า "อธิปไตยทางเทคโนโลยี" ของเขานั้นกินลึกไปถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เรียบร้อยแล้วครับ

3. "Quantum Mirage" เมื่อนักวิทยาศาสตร์คือ 'ร็อคสตาร์' คนใหม่ของชาติ

สิ่งที่น่าทึ่งมาก คือการที่เขาเอาเรื่องที่ยากที่สุดในโลกอย่างควอนตัมฟิสิกส์ มาย่อยเป็นโชว์มายากล "Quantum Mirage" โดยมี Pan Jianwei (บิดาแห่งควอนตัมจีน) ขึ้นเวทีที่เวทีย่อยเมืองเหอเฝย (Hefei) ท่ามกลางเสียงเชียร์เหมือนไอดอลครับ เขาใช้เทคโนโลยี Naked-eye 3D และโฮโลแกรม จำลองปรากฏการณ์ "ความพัวพันควอนตัม" (Quantum Entanglement) และ "การซ้อนทับของอนุภาค" ให้คนพันล้านคนดู พร้อมโชว์ความสำเร็จของดาวเทียมควอนตัม "มั่วจื่อ" (Micius) และคอมพิวเตอร์ควอนตัม "จิ่วจาง" (Jiuzhang)

​นอกจากควอนตัมแล้ว พี่จีนยังโชว์แสนยานุภาพอีก 2 ด้านในสมรภูมิเหอเฝย คือการสำรวจอวกาศห้วงลึก (Deep Space Exploration) และนิวเคลียร์ฟิวชันหรือ "ดวงอาทิตย์เทียม" ของทีม Academician Wan Yuanxi ในขณะที่โลกตะวันตกมองว่าสิ่งเหล่านี้ยังเป็นเรื่องไกลตัวหรือฟองสบู่ แต่เมืองจีนกลับทำให้มันเป็น "ชะตากรรมของชาติ" (National Destiny) เขาจงใจปั้นนักวิทยาศาสตร์ให้เป็นไอดอลคนใหม่แทนที่ดาราป๊อปสตาร์ เพื่อสื่อสารว่าเมืองจีนกำลังคุมเกมเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่โลกยังหาจุดคุ้มทุนไม่เจอ แต่เขามองเห็นมันเป็น "สมบัติของชาติ" ไปแล้วครับ

252014f1eb989.jpg

4. "Kung Fu Robot Paradox" มิตรภาพบนเวที หรืออาวุธในสนามรบ?

ประเด็นสุดท้าย คือสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า "ความย้อนแย้งของหุ่นยนต์กังฟู" (Kung Fu Robot Paradox) ในโชว์เราเห็นหุ่นยนต์รำหมัดเมาดูน่ารัก เป็นมิตรกับเด็กๆ หรือหุ่นยนต์ "หลานชาย" รุ่น E1 ของ Songyan Dynamics ที่คอยืดได้ 50 ซม. ในละครสั้น แต่ในมุมความมั่นคง หุ่นยนต์รุ่นเดียวกับที่เต้นบนเวทีนี้แหละครับ ที่เคยปรากฏในข่าวการฝึกทหารร่วมกับกัมพูชาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 โดยมีการติดตั้งปืนอัตโนมัติไว้บนหลัง หรือหุ่นยนต์ Walker จาก UBTech ที่เริ่มไปเดินตรวจชายแดนจีน-เวียดนามมาตั้งแต่ต้นปี 2026 นี้เอง

​นี่คือยุทธศาสตร์ "การบูรณาการพลเรือน-ทหาร" (Military-Civil Fusion) ที่เมืองจีนทำได้เนียนที่สุดครับ เส้นแบ่งระหว่าง "สินค้าอุปโภค" กับ "อาวุธ" มันบางลงเรื่อยๆ สารที่พี่จีนส่งออกไปจึงมีสองด้าน: "เราคือเพื่อนที่พร้อมเต้นรำไปกับคุณด้วย Soft Power ที่ล้ำสมัย แต่เราก็มีกองทัพอัลกอริทึมและหุ่นยนต์ที่สามารถนำร่องในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ขับขยานพาหนะ และพร้อมเปลี่ยนโหมดเป็นอาวุธที่แม่นยำที่สุดหากเกิดความขัดแย้ง" นี่คือความจริงที่โลกต้องเตรียมรับมือกับมหาอำนาจที่มีเทคโนโลยีในมือพร้อมใช้งานทุกมิติครับ

การนิยามระเบียบโลกใหม่ผ่านหน้าจอ

​งานราตรีตรุษจีน 2026 คือภาพสะท้อนว่าเมืองจีนไม่ได้หวาดหวั่นต่อการ Decoupling แต่กลับใช้ความกดดันนั้นเป็นแรงผลักดันในการสร้าง "อธิปไตยทางเทคโนโลยี" ที่สมบูรณ์แบบ การนำวิทยาศาสตร์ขั้นสูง (ควอนตัม, ฟิวชัน, AI) มาเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะ คือการประกาศว่ามาตรฐานของโลกในอนาคตจะถูกกำหนดโดยพญามังกรที่ไม่ได้มีเพียงแค่แรงงานมหาศาล แต่มี "สมองกล" ที่สามารถร่ายรำได้อย่างสง่างามและแม่นยำที่สุดในศตวรรษที่ 21


ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ Chairman and Co-Founder: Canvas Ventures International

18 กุมภาพันธ์ 2026


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล