งานเลี้ยงฉลองของว่าที่ "คนไม่โสด"
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/188/944750/4478.jpgงานเลี้ยงฉลองของว่าที่ "คนไม่โสด"

งานเลี้ยงฉลองของว่าที่ "คนไม่โสด"

แชร์เรื่องนี้

 

ฉบับนี้เรามาปิดท้ายเรื่องการแต่งงานในวัฒนธรรมฝรั่งด้วยกิจกรรมสุดโปรดและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นั่นคืองานเลี้ยงฉลองสละโสดเป็นงานเลี้ยงในกลุ่มเพื่อนฝูงสำหรับผู้ที่กำลังจะบอกลาชีวิตหนุ่มโสดสาวโสดก่อนเริ่มต้นชีวิตู่อย่างเต็มตัว

งานเลี้ยงฉลองสละโสดเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นสำหรับทั้งว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวค่ะ แต่โดยทั่วไปจะไม่จัดรวมกันนะคะ เพราะงานเลี้ยงประเภทนี้ต้องการความสนิทสนมในหมู่เพื่อนชายล้วนหรือสาวล้วนเท่านั้น แนวคิดนี้น่าจะสืบเนื่องมาจากธรรมชาติของมนุษย์ที่เชื่อว่าเราจะเป็นตัวของตัวเองที่สุด เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาที่สุด เมื่ออยู่กับเพื่อนเพศเดียวกัน จะรวมแก๊งออกไปทำตลกโปกฮา หรือจะกรี๊ดวี้ดบึ้มที่ไหน ก็ไมต้องแคร์สายตาเขียวป้ดัของเพื่อนเพศตรงข้าม อีกสาเหตุน่าจะสืบเนื่องมาจากการแบ่งแยกสถานะและบทบาททางเพศอย่างชัดเจนมาแต่อดีต การสมาคมกับเพศเดียวกันย่อมสื่อสารกันได้ดีกว่า จึงกลายเป็นบรรทัดฐานที่เราซึมซับและใช้แบ่งแยกพลพรรคกันไปแบบไม่รู้ตัว

งานเลี้ยงฉลองสละโสดสำหรับว่าที่เจ้าบ่าวในวัฒนธรรมอเมริกาและแคนาดาเรียกกันว่า "bachelorparty" คำว่า "bachelor" เดิมหมายถึง อัศวิน หรือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ต่อมาช่วงศตวรรษที่14 คำนี้ถูกหมายรวมถึงชายโสดด้วย โดยมีปรากฏใช้ครั้งแรกในวรรณกรรมเรื่อง Canterbury Talesของจอฟฟรี ชอเซอร์ (Geoffrey Chaucer) แต่กว่าคำว่า "bachelorparty" จะถูกนำมาใช้อย่างเช่นปัจจุบันก็ล่วงเข้าปีค.ศ. 1922 ในวัฒนธรรมอังกฤษ ไอร์แลนด์ และแคนาดาบางพื้นที่ เรียกงานเลี้ยงนี้ว่า "stag party" คำว่า "stag"ถูกนำมาใช้เปรียบเปรยชายหนุ่มเพราะเมื่อเป็นคำนามหมายถึงกวางตัวผู้ และยังรวมถึงสัตว์ตัวผู้ บางชนิด เช่น หมูป่า วัวกระทิงที่โตเต็มที่และอยู่ในวัยคึกคะนองนอกจากนี้ ยังหมายถึงชายหนุ่มที่ไม่มีคู่ควงไปร่วมงาน ส่วนในวัฒนธรรมออสเตรเลียเรียกว่า"buck's party" และในวัฒนธรรมฝรั่งเศสก็คือ "enterrement de vie de garçon"

งานเลี้ยงฉลองสละโสดสำหรับว่าที่เจ้าบ่าวเริ่มต้นขึ้นจากรูปแบบที่เรียบง่ายตั้งแต่ประมาณ500 ปีก่อนคริสตกาล เชื่อกันว่าเริ่มจากทหารชาวสปาตันกลุ่มหนึ่งที่จัดรับประทานอาหารค่ำแบบกันเองขึ้นในคืนก่อนวันแต่งงานของเพื่อนทหารคนหนึ่ง จบด้วยการยกแก้วดื่มอวยพรให้กับว่าที่เจ้าบ่าว ตั้งแต่นั้นมาการแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสพิเศษนี้ก็ถูกสืบทอดมาถึงกลุ่มชายล้วนรุ่นหลังๆ และได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานความคิดสร้างสรรค์ก็แตกยอดออกหน่อตามมา มีการเปลี่ยนจากอาหารค่ำที่เรียบง่ายเป็นงานเลี้ยงฉลองที่เอิกเกริกขึ้นแล้วเพิ่มกิจกรรมช่วงกลางวันด้วยเช่น การรวมก๊วนเล่นสกี ตีกอล์ฟเตะบอล ตกปลา หรือซื้อตั๋วดูกีฬาต่อสู้ชนิดที่หนุ่มๆ ชอบใจแต่สาวๆ ไม่ปลื้ม อย่างชกมวยหรือมวยปล้ำ หรือแม้กระทั่งจัดค่ำคืนออกตะลุยไนต์คลับหรือกาสิโนชนิดไม่หมดตัวไม่เลิก โดยปกติโปรแกรมกิจกรรมหรรษา (และต้องเซอร์ไพรส์ด้วยเป็นส่วนใหญ่)เหล่านี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของว่าที่เพื่อนเจ้าบ่าว (best man) ค่ะ บางครั้งอาจเป็นพี่น้องหรือญาติของว่าที่เจ้าบ่าวก็ได้ตามความเหมาะสมมาดูการเลี้ยงฉลองสละโสดของว่าที่เจ้าสาวกันบ้าง วัฒนธรรมอเมริกาและแคนาดาเรียกกิจกรรมนี้ว่า "bachelorette party" แต่บางพื้นที่ของแคนาดาก็เรียกว่า"stagette party" ซึ่งคงเดากันได้ไม่ยากว่า "bachelorette" นี้หมายถึงสาวโสด และมีรากศัพท์มาจาก "bachelor" เหมือนกับที่ "stagette" ก็มาจากคำว่า "stag" ด้วย ส่วนในวัฒนธรรมอังกฤษและไอร์แลนด์ กิจกรรมนี้ถูกเรียกว่า "hen party/hen night"คำว่า "hen" หมายถึง แม่ไก่ เข้าใจว่าการใช้แม่ไก่มาเปรียบเปรยแทนหญิงสาวบ้าง เพราะสมัยก่อนการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ที่เน้นเพาะพันธุ์ลูกไก่หรือขายไข่ จะเลี้ยงแม่ไก่ฝูงใหญ่ และมีพ่อไก่เพียง 1-2 ตัเท่านั้น การนำคำว่าแม่ไก่มาเปรียบเปรยจึงช่วยให้เราเห็นภาพสัตว์ตัวเมียที่อยู่รวมกันได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ "hen" ยังเป็นคำแสลงในประเทศสกอตแลนด์หมายถึงหญิงสาวด้วย ในวัฒนธรรมออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เรียกว่า"hens party/hens night" และในวัฒนธรรมฝรั่งเศสเรียกว่า "enterrement de vie de jeune fille"

งานเลี้ยงฉลองสละโสดให้กับว่าที่เจ้าสาวนั้นได้รับอิทธิพลจากฝั่งว่าที่เจ้าบ่าวแบบเต็มๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อหรือรูปแบบการจัดกิจกรรม แม้จริงๆ แล้วฝั่งว่าทีเจ้าสาวเขาก็มีการแสดงความยินดีกันในหมู่เพื่อนฝูงและเครือญาติมานานหลายศตวรรษแล้วเช่นกัน แต่ก็ทำกันแบบเงียบๆ เรียบง่าย พอหอมปากหอมคอเท่านั้น เพิ่งจะเริ่มจัดเลี้ยงกันอย่างจริงจังและเปิดเผยเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเป็นผลพวงจากยุคปฏิวัติความเท่าเทียมทางเพศในช่วงทศวรรษที่ 1960 ในระยะแรกสาวๆ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่กล้าใช้สิทธิ์ที่ได้ เลยให้เกียรติวีรสตรีแถวหน้าเบิกทางกันไปก่อน ผลที่ออกมาเลยยังไม่เป็นเป็นที่ยอมรับนัก กว่าจะแพร่หลายในกลุ่มสาวๆ รุ่นหลังก็ล่วงเข้ากลางทศวรรษที่ 1980 และในที่สุดคู่มือสำหรับการวางแผนจัดงานเลี้ยงฉลองสละโสดสำหรับว่าที่เจ้าสาวฉบับปฐมฤกษ์ก็ถูกตีพิมพ์ขึ้นในปีค.ศ. 1998 หนุ่มๆ ฟังไว้ด่วนเลยนะคะว่าสาวๆ เดี๋ยวนี้เขาไม่ยอมให้หนุ่มๆ สนุกกันอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว กิจกรรมกิ๊บเก๋ที่พวกเธอลุกขึ้นมาจัดกันก็เช่น แลกเปลี่ยนความลับแบบสยิวกิ้วในหมู่เพื่อนสาว จนถึงออกไปลันล้าตามสถานบันเทิงยามค่ำคืน เพื่อดื่มและแดนซ์กระจาย

สำหรับเพื่อนว่าที่คู่บ่าวสาวที่ไม่ใช่เพศเดียวกัน หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่เข้าพวก ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ ยังมีงานเลี้ยงฉลองสละโสดอีกประเภทที่เปิดกว้างสำหรับเพศตรงข้ามด้วย แม้จะไม่เป็นที่นิยมนัก งานนี้เรียกว่า "stag and doe party" ในวัฒนธรรมอเมริกา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "hag party (มาจาก hen + stag) ในวัฒนธรรมอังกฤษ คือการเลี้ยงฉลองเพื่อแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวในคราวเดียวกันเลยแน่นอนว่าบรรยากาศของงานมักเป็นไปอย่างอบอุ่น ชื่นมื่น และไม่หวือหวา เพราะแต่ละกิจกรรมที่จะใส่เข้ามามักเป็นธีมที่สนุกได้ทั้งชายและหญิง งานนี้จะไม่มีความลับให้หมางใจกันภายหลังทั้งสองฝ่ายค่ะ


เนื่องจากการจัดเลี้ยงฉลองสละโสดไม่มีกฎตายตัว จากจุดประสงค์เดิมคือเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่คู่บ่าวสาวและกระชับสัมพันธภาพในกลุ่มเพื่อนของตน ก็เลยเถิดไปเป็นการจัดกิจกรรมอะไรก็ได้ตามแต่ (ผองเพื่อน) ว่าที่คู่บ่าวสาวจะชอบ เพื่อประสบการณ์สุดระทึกแบบไม่มีเซ็นเซอร์ ปัจจุบันกิจกรรมสำหรับงานเลี้ยงฉลองสละโสดจึงเริ่มพิสดาร สิ้นเปลือง และมุ่งเน้นไปทางเสื่อมศีลธรรมลงเรื่อยๆ ทั้งฝ่ายชายและหญิง เช่น การชวนกันเข้าสถานเริงรมย์ หรือชมการแสดงโชว์โป๊เปลือย และสถานที่ยอดนิยมสำหรับการประกอบกิจกรรมเสื่อมศีลธรรมเหล่านี้คือลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือแหล่งประเวณีชื่อดังต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะเอเชีย (แบบในภาพยนตร์เรื่อง The Hangover ทั้งสองภาค) พวกเขายอมควักกระเป๋าเหมาเครื่องบิน(ราคาประหยัด) กันมาทั้งแก๊ง เพื่อจะได้ทำ ตัวเละเทะไกลหูไกลตาว่าที่คู่สมรสหน่อย รวมทั้งค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าทางตะวันตกหลายเท่าตัว การจัดกิจกรรมสุดขั้วแบบนี้กลายเป็นที่รังเกียจของสังคมอย่างรวดเร็ว เพราะทำให้คู่รักที่กำลังจะเป็นคู่สมรสต้องทะเลาะกันถึงขั้นแตกหัก เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับดาราสาวเจสสิกา ซิมป์สัน (Jessica Simpson) และปารีส ฮิลตัน (Paris Hilton) เมื่อพบว่าที่เจ้าบ่าวของพวกเธอเล่นสนุกเกินขอบเขตจนเข้าข่ายนอกใจ ความดีที่เคยเห็นว่าสะสมมากลับสลายลงตรงหน้า พวกเธอยอมประกาศตัวเป็นหม้ายขันหมากดีกว่า ถ้าต้องใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายแบบนี้ปัจจุบันหลายโรงแรมทั่วโลกมีกฏไม่รับจองห้องพักจากชายหรือหญิงล้วนที่มากันเป็นหมู่คณะแล้วนะคะ เพราะสันนิษฐานว่าจะเป็นการมาเลี้ยงฉลองสละโสดที่ไม่พ้นการเมาเละเทะแล้วสร้างความเดือดร้อนให้แขกอื่นๆ หรือมาสร้างความเสื่อมศีลธรรมให้กับประเทศของตน น่าเสียดายที่ธีมปัจจุบันของงานเข้าทำนอง "แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง" ไปซะแล้ว ความจริงการเลี้ยงฉลองสละโสดเป็นเรื่องดีๆ ที่เริ่มมาจากความตั้งใจดีๆ เราน่าจะส่งมอบประสบการณ์และความรู้สึกดีๆ ให้ว่าที่คู่บ่าวสาว ก็เขาเป็นเพื่อนสุดเลิฟของเราไม่ใช่หรือคะ ถ้าไทยเราจะลุกขึ้นมาบุกเบิกจัดอาสาทำดีเพื่อเพื่อน (ที่กำลังจะไม่โสด) บ้างคงดีไม่น้อยใครสนใจบ้างคะ? ขอเสียงหน่อย จะขอร่วมแก๊งด้วยคน!

คอลัมน์ ถอดรหัสวัฒนธรรมฝรั่ง
ผู้เขียน อารดา กันทะหงษ์ (I Get English Magazine)