iPad เข้าแทนที่สมุดจดในโรงเรียนแถบเอเชีย


iPad จาก Apple และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์อื่นๆ กำลังเข้าแทนที่สมุดจดแบบดั้งเดิมในโรงเรียนของทวีปเอเชียหลายๆ แห่ง และนั่นก็ทำให้ชีวิตของนักเรียนหลายพันคนง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
ในไม่ช้าบรรดาเด็กนักเรียนก็จะต้องอ่านหนังสือบนแท็บเล็ตของตัวเอง เกี่ยวกับอุปกรณ์การสื่อสารแบบโบราณ ซึ่งเรียกว่า "กระดาษ" โดยเฉพาะในประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าในทวีปเอเชีย ที่ซึ่งโรงเรียนทั้งหลายต่างแข่งขันกันมุ่งไปสู่ความเป็นชั้นเรียนไร้กระดาษ
แท็บเล็ตนั้นสามารถใส่กระเป๋าได้อย่างง่ายดายและสามารถจุตำราเรียนได้เป็นพันๆ เล่ม ทำให้กระเป๋านักเรียนที่แทบปริเพราะต้องใส่หนังสือหนักๆ ปากกาและสมุดจดทั้งหลายกลายเป็นอดีต
นิโคล ออง เด็กหญิงวัย 13 ปี บอกว่า เธอชอบ iPad เพราะมันพกไปไหนมาไหนได้ และเธอก็ไม่ต้องแบกกระเป๋าหลายใบหรือแฟ้มจำนวนมากไปตามที่ต่างๆ ในขณะที่ถูกสัมภาษณ์ เธอก็กำลังจดบันทึกลงใน iPad ขณะที่เรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนมัธยมหญิงนันยาง (Nanyang) ในสิงคโปร์
กลุ่มตัวอย่างที่มีนักเรียนมากกว่า 120 คนและครูอีก 16 คนที่โรงเรียนแห่งนี้ ได้รับ iPad กันไปคนละเครื่อง ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่าหนึ่งแสนดอลลาร์ (3,000,000 บาท) และภายในปี 2556 ทุกคนในโรงเรียนก็จะได้รับกันคนละหนึ่งเครื่อง
จำนวนแอพพลิเคชั่นที่ใช้เพื่อการศึกษาในแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นธุรกิจใหม่ล่าสุดที่แม้แต่เจ้าพ่อสื่ออย่างรูเพิร์ต เมอด็อค ก็ยังระบุว่านี่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพว่าจะเติบโตขึ้นอย่างมาก
เขาได้อธิบายการศึกษาเอาไว้ว่าเป็น "ผู้ที่เข้าร่วมรายสุดท้ายในการปฏิวัติดิจิตอล" และได้สรุปส่วนสำคัญของการเรียนรู้ส่วนบุคคลว่า บทเรียนต่างๆ นั้นส่งจากคณาจารย์ชั้นนำทั่วโลกไปยังนักเรียนหลายพันคนผ่านทางอินเตอร์เน็ท
เรเน เยียว หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนมัธยม Tampines ซึ่งอยู่ในสิงคโปร์เช่นกัน ก็สอนวิทยาศาสตร์ด้วย iPad นักเรียนของเขาเรียนรู้การแยกตัวประกอบ เพียงแค่ย้ายตัวเลขในหน้าจอเท่านั้น
เด็กๆ ยังได้อ่านเกี่ยวกับเซลส์สัตว์และโครงสร้างสมองมนุษย์จากการคลิกส่วนต่างๆ บนหน้าจอ และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ก็ยังสามารถทำให้โครงสร้างเกลียวคู่ของ DNA มนุษย์ดูมีชีวิตขึ้นมาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา
นอกจากนี้ ยังมีแอพที่ใช้ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ นักเรียนสามารถเรียนรู้การวิเคราะห์แบบเหตุและผลผ่านทาง iBrainstorm เตรียมสอบปากเปล่าและเตรียมการการพูดด้วยแอพ AudioNote หรือแม้แต่เรียนดีดกีตาร์จากบทเรียนดนตรีด้วยแอพ GarageBand
แซม ฮาน ผู้เชี่ยวชาญด้านบทบาทของเทคโนโลยีในการศึกษาที่ประจำอยู่ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีในชั้นเรียนนั้นจะเพิ่มขึ้นไปทั่วทั้งสังคม และเขายังคาดการณ์ว่าประเทศแถบเอเชียบางประเทศจะก้าวข้ามประเทศตะวันตกไปได้ในเรื่องนี้
"ขณะที่อินเตอร์เน็ทถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่สิงคโปร์และเกาหลีใต้กลับไปได้ไกลกว่าสหรัฐฯ ในการแผ่ขยายอินเตอร์เน็ทความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐาน" ฮานกล่าว
ในประเทศญี่ปุ่น กระทรวงการสื่อสารของประเทศได้ให้แท็บเล็ตกับนักเรียนอายุน้อยกว่า 12 ปี ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนในโรงเรียนประถม 10 แห่ง และในห้องเรียนยังติดตั้งกระดานดำอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถโต้ตอบได้ ภายใต้โครงการนำร่องชื่อ "โรงเรียนแห่งอนาคต"
ในเกาหลีใต้ที่โรงเรียนมีพื้นที่ให้บริการอินเตอร์เน็ทไร้สายนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ทดลองใช้หนังสือเรียนดิจิตอลในโรงเรียนบางแห่งตั้งแต่ปี 2550 และในปีหน้า กระทรวงจะตัดสินใจว่าควรจะจัดหาแท็บเล็ตให้กับโรงเรียนทั่วประเทศหรือไม่
ส่วนในสิงคโปร์เองนั้น การศึกษามีศักยภาพในการแข่งขันสูงมาก และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องมาตรฐานการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่สูง กระทรวงศึกษาธิการที่นี่ก็ได้จัดหาอินเตอร์เน็ทไร้สายให้กับโรงเรียนจำนวนมากแล้ว ทำให้นักเรียนสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทได้อย่างง่ายดาย แต่ครูบางคนก็รู้ว่ายังมีนักเรียนที่ชอบเล่นเกมส์บนเฟซบุ๊คหรือเครือข่ายสังคมอื่นๆ อย่างทวิตเตอร์
นักจิตวิทยาการศึกษา ผศ. ชิว หลิน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง เตือนโรงเรียนทั้งหลายว่ากำลังหลงเทคโนโลยีนี้อย่างหัวปักหัวปำและกำลังใช้อุปกรณ์นี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา รวมทั้งละเลยจุดหมายที่แท้ของการศึกษา
"แนวโน้มของการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการศึกษานั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่การบ้าเห่อ iPad ลดลง ครูบาอาจารย์ควรนำหลักสูตรและสื่อการสอนดีๆ ที่จะสามารถช่วยเสริมสร้างระบบการคิดอย่างลึกซึ้งและการแก้ปัญหาในหมู่นักเรียนมาใช้ด้วย"
ข้อมูล: AFP
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




