สีแห่งธรรมชาติกับการผ่อนคลายและเสริมสร้างอารมณ์สุข

สีแห่งธรรมชาติกับการผ่อนคลายและเสริมสร้างอารมณ์สุข

สีแห่งธรรมชาติกับการผ่อนคลายและเสริมสร้างอารมณ์สุข
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คุณสาว ๆ เคยรู้สึกอยู่ในสภาวะอารมณ์เบื่อหน่ายจากเรื่องราวที่เราต้องเผชิญทุก ๆ วัน ไหมค่ะ และเมื่อนานวันเข้าก็ทำให้เราอยากจะหลบหนีไปทำอะไรที่ช่วยให้สบายใจ (มีความสุข ผ่อนคลาย โล่งใจ ปลอดโปร่ง) รวมไปถึงช่วยให้เรารู้สึกอบอุ่น (อ่อนโยน อุ่นใจ ความรัก ห่วงใย) เพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตบ้าง เช่นนั้นแล้วเรามีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ "การเชื่อมโยงสีกับสภาวะอารมณ์" มาแนะนำ เผื่อว่าจะนำไปใช้ประโยชน์กันได้ค่ะ

ว่ากันว่าสีมีอิทธิพลช่วยให้คนเราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ดังเห็นได้จากการใช้สีสรรต่าง ๆ แทรกอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นส่วนประกอบรอบตัวเรา สีจึงมีผลต่อความรู้สึกนึกคิด ความเพลิดเพลินเจริญใจ และความสุข นักจิตวิทยาก็ได้สนใจศึกษาเรื่องสีที่สัมพันธ์กับอารมณ์ เช่น จิตบำบัดด้วยสี สีกับบุคลิกภาพและการแสดงออก ในแง่จิตวิทยาถือว่าสีเป็นสิ่งเร้าให้เกิดการตอบสนองให้สามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ นิสัยใจคอ ตลอดจนพฤติกรรมแสดงออกของมนุษย์ได้ ซึ่งอารมณ์ (Mood) เป็นสภาวะทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก หรืออีกนัยหนึ่งคือสภาวะทางจิตเมื่อเรารู้สึกดีหรือไม่ดี หรือแม้แต่ความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้น "สีจึงมีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับสภาวะทางอารมณ์" และในปลายศตวรรษที่ 19 นักวิจัยก็ได้เริ่มให้ความสำคัญศึกษาการตอบสนองทางอารมณ์ต่อสีและสุนทรียภาพเกี่ยวกับสี

ในการศึกษาเกี่ยวกับสีที่ช่วยเสริมสร้างอารมณ์สุขและผ่อนคลาย เช่น Graves (1951) กล่าวถึงสีน้ำเงิน (Blue) และสีเขียว (Green) ว่าเป็นสีที่ค่อนข้างเป็นกลาง โดยสีน้ำเงินให้ความรู้สึกสงบ เยือกเย็น ในทางศาสนาสีน้ำเงินยังแสดงถึงความหวังด้วย ส่วนสีเขียวเป็นสีแห่งธรรมชาติ แสดงถึงความสดชื่น ร่มเย็น มีชีวิตชีวา และความศรัทธา นอกจากนี้ยังเป็นสีที่ช่วยให้ประสาทสายตาและกล้ามเนื้อผ่อนคลายจากความตึงเครียด ผลการทดลองของ Wexner (1954) ก็พบว่าสีน้ำเงินเชื่อมโยงกับความรู้สึกปลอดภัย-สบายใจ เช่นเดียวกับ Murray & Deabler (1957) ที่พบว่าสีน้ำเงินและสีเขียวเชื่อมโยงกับสภาวะอารมณ์ปลอดภัย อ่อนโยน สงบเงียบ ส่วน Hemphill (1996) ก็ศึกษาพบว่าสีสว่างแสดงถึงการเชื่อมโยงอารมณ์ทางบวก ส่วนสีมืดแสดงถึงการเชื่อมโยงอารมณ์ทางลบ ในเมืองไทย สุมาลี เจียรสุนันท์ (2544) ได้ทดลองให้เด็กฟังนิทาน 3 เรื่องที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์โกรธ เศร้า และสุข แล้วให้ตอบคำถามช่วงท้าย พบว่าเด็กเชื่อมอารมณ์ทางลบกับกลุ่มสีมืด และเชื่อมอารมณ์ทางบวกกับกลุ่มสีสว่าง ส่วนการศึกษาของ ซูฟียา เจะอารง (2547) ก็พบว่าวัยรุ่นตอนปลายและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เชื่อมโยงสีเขียว สีน้ำเงิน และสีเหลืองกับสภาวอารมณ์สบายใจ อบอุ่นและปลอดภัย เนื่องจากสีเหล่านี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง สงบ มีความสุข สดชื่น แจ่มใส ไม่รู้สึกว่าชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้ รู้สึกอ่อนโยน นุ่มนวลเมื่ออยู่กับบุคคลที่เรารัก ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดต่าง ๆ ขณะที่สีน้ำเงินยังเชื่อมโยงกับความรู้สึกอิ่มเอมใจ สามารถปล่อยวางสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิตได้ รู้สึกว่าตนเองมีเพียงพอ ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคง ไม่หวั่นไหวกับอะไรง่าย ๆ อุ่นใจ ปลอดภัย เหมือนมีคนที่เรารักมาคอยดูแล ปกป้องคุ้มครอง ทะนุถนอม เอาใจใส่ไม่ให้เราเกิดความกังวลใจ

ได้ทราบดังนี้แล้วเราลองเอาเทคนิคนี้มาปรับใช้ดูนะค่ะ เผื่อว่าจะช่วยผ่อนคลายและสร้างอารมณ์สุขให้เราได้บ้าง

- จัดแจกันไม้ประดับในร่มไว้บนโต๊ะทำงาน/มุมใดมุมหนึ่งของห้องทำงาน เช่น พลูด่าง ที่ปลูกง่าย ทนทุกสภาพแวดล้อม และมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ ต้นกวนอิม ที่นอกจากจะเป็นเกลียวสวยงามแล้วยังเป็นไม้มงคลตามชื่อด้วย (Lucky bamboo) หรือการมีภาพวาด/ภาพถ่ายติดไว้ในผนังสำหรับพักสายตาบ้างก็น่าจะดีไม่น้อย ส่วนคนที่ต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็ลองใช้ภาพหน้าจอ (desktop) หรือพักหน้าจอ (Screen saver) เป็นตู้ปลา ท้องฟ้าคราม และสีเขียวของน้ำทะเลลึก ดูนะค่ะ

- วันหยุดสุดสัปดาห์ลองหาเวลาไปสัมผัสสีแห่งธรรมชาติ ไปใช้ชีวิตช่วงสั้น ๆ ที่แวดล้อมด้วยสีเขียว สีน้ำเงิน สีเขียวน้ำเงินแห่งท้องทะเล ป่าเขาลำเนาไพร ซึ่งเมืองไทยเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางเลือกที่ผู้คนเริ่มให้ความนิยมกันมากขึ้น เพราะการได้อยู่อย่างเงียบ ๆ ในสภาพแวดล้อมแห่งสีสรรที่เชื่อมโยงกับสภาวะอารมณ์สบายใจและอุนใจนี้ หรือแม้แต่การสนทนาเรื่องดี ๆ ที่ช่วยให้เกิดอารมณ์สุข เพียงแค่นี้ก็ทำให้เรามีพลังชีวิตที่สว่างไสวได้แล้วค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.lauriermybrand.com

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล