ในเมืองไทยมีทุนอะไรบ้าง ?

ในเมืองไทยมีทุนอะไรบ้าง ?
ทุนภายในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายแหล่งทุนทั้งทุนการศึกษาที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการแจกทุนและของภาคเอกชนที่มีอยู่จำนวนไม่น้อยในบ้านเราโดยการให้ทุนการศึกษาจากแต่ละแหล่งนั้น จะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ขอทุนไว้อย่างชัดเจนรวมถึงข้อผูกพันหรือข้อสัญญาของทุนต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย ในกรณีที่ไม่ใช่ทุนให้เปล่า ดังนั้นก่อนการคิดสมัครขอทุนต่าง ๆ ควรพิจารณาในข้อกำหนดตรงนี้ให้ดี เพราะหลังจากได้รับทุนแล้ว เราเองต้องเป็นผู้ปฏิบัติตามข้อกำหนดนั้น ๆ อย่างเคร่งครัดด้วย

การศึกษา

ทุนในเมืองไทยที่มีอยู่นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แหล่งทุนด้วยกันคือ ทุนรัฐบาล และทุนเอกชน ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่หลากหลายทุนด้วยกัน ซึ่งในแต่ละปีจะมีทุนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่มอบทุนต่าง ๆ ดังนั้นควรตรวจสอบไปยังเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง จะได้รับข้อมูลที่ทันสมัยและถูกต้องที่สุด ทุนรัฐบาลเป็นทุนการศึกษาที่ได้จัดสรรงบประมาณจากรัฐมาส่วนหนึ่ง เพื่อนำมาให้เยาวชนคนไทยได้มีโอกาสศึกษาต่อในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการในเมืองไทย โดยในปัจจุบันหน่วยงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. เป็นหน่วยงานสำคัญในการรับผิดชอบในการจัดการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลฝ่ายพลเรือนที่ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ดังนั้น ก.พ. จึงมีหน้าที่หลักใน2 ส่วนคือ เป็นหน่วยงานที่เป็นตัวแทนคัดเลือกนักเรียนทุนรัฐบาล (บางหน่วยงาน) และเป็นผู้ดูแลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศทั้งหมด ในปัจจุบันทาง ก.พ. ได้มีการจัดสรรทุนรัฐบาลให้แก่ชาวไทยดังนี้ -- ทุนเล่าเรียนหลวง เป็นทุนที่ให้สำหรับผู้ที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50 ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ โดยมีข้อกำหนดผู้ที่ได้รับทุนต้องกลับมาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนเท่ากับเวลาที่ขอทุน แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำงานในองค์กรรัฐบาลเท่านั้น ผู้ที่ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงนี้แล้ว สามารถขอทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท-เอกได้ ทั้งนี้ข้อผูกพันต่าง ๆ จะเป็นไปตามที่ทุนรัฐบาลได้กำหนดไว้ ซึ่งทุนเล่าเรียนหลวงนี้มีการให้ทุนในแต่ละปีจำนวน 9 ทุน -- ทุนไทยพัฒน์ เป็นทุนการศึกษาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชพระราชทานชื่อทุน ไทยพัฒน์ สำหรับทุนรัฐบาลที่จัดสรรให้นักเรียนทั่วทุกภาคของประเทศได้มีโอกาสรับทุนไปศึกษาต่อในกลุ่มสาขาวิชาที่ต่างประเทศ โดยนักเรียนที่ได้รับทุนเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งสิ้น 25 ทุน ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มสาขาวิชา กลุ่มสาขาวิชากลุ่มที่ 1 กำหนดให้นักเรียนทุนไปศึกษาต่อในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (lCT), เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology), นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) รวมทั้งสิ้น 13 ทุน กลุ่มสาขาวิชากลุ่มที่ 2 กำหนดให้นักเรียนทุนไปศึกษาต่อในสาขาวิชากฎหมาย, พาณิชยศาสตร์, บัญชี, บริหารธุรกิจ, เศรษฐศาสตร์, มนุษยศาสตร์, ศิลปะ, การออกแบบ หรือสังคมศาสตร์ หรือพฤติกรรมศาสตร์ (ยกเว้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) จำนวน 12 ทุนในประเทศที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งมีการจัดสรรแบ่งโควตาตามภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยนักเรียนต้องเข้าเรียนในหลักสูตรปรกติของสถาบันนั้น ๆ ไม่ใช่หลักสูตรนานาชาติ -- ทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (One District One Scholarship : ODOS) ชื่อใหม่คือ ทุนเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เป็นทุนการศึกษาที่เปิดโอกาสให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอที่มีฐานะทางครอบครัวไม่ดี แต่การเรียนและความประพฤติดี เพื่อให้นักเรียนเหล่านี้สามารถไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยประเทศที่นักเรียนเลือกไปศึกษานั้น ต้องไม่เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่มีความโดดเด่นเฉพาะด้านทางวิชาการ โดยมีหลากหลายประเทศให้นักเรียนทุนเลือกไปศึกษาต่อ สำหรับนักเรียนทุนที่ได้รับคัดเลือก จะได้รับการอบรมภาษาและวัฒนธรรมของประเทศนั้นก่อนเป็นเวลา 3 เดือนโดยสำนักงาน ก.พ. เพื่อเตรียมตัวในการไปศึกษาต่อและใช้ชีวิตในสังคมนั้น ๆ ได้ ทุนรัฐบาลที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เป็นทุนที่มีการให้ทุนเป็นประจำทุกปี ซึ่งนอกจากทุนรัฐบาลที่ให้ประจำทุกปีแล้ว ยังมีทุนอื่น ๆ อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐและความต้องการของประเทศที่ต้องการให้ทุนในส่วนใด มากหรือน้อยเพียงใด บางปีบางทุนอาจมีจำนวนน้อยหรือมากแตกต่างกันไปในแต่ละปีงบประมาณต่าง ๆ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลข่าวสารทุนในแต่ละปีจาก ก.พ. ได้ที่ www.ocsc.go.th ส่วนทุนรัฐบาลที่นอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้วมีดังนี้ -- ทุนกลางระดับมัธยมศึกษาตอนต้น -- ทุนกลางระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย -- ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี -- ทุนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทุน สกอ.) -- ทุนมหาวิทยาลัยราชภัฏ -- ทุนโครงการพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) -- ทุนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ -- ทุนกระทรวงสาธารณสุข -- ทุนกรมสรรพากร -- ทุนสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย และพลังงานแห่งชาติ -- ทุนกระทรวงต่างประเทศ -- ทุนองค์การสหสากลวิทยาลัย (United World Colleges : UWC) นอกจากนี้ทางรัฐบาลยังมีการจัดสรรทุนสนับสนุนการศึกษาของคนพิการ เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เท่าเทียมกันของคนในสังคมอีกด้วย อาทิ ทุนผู้พิการทางการเห็น ให้ศึกษาระดับปริญญาโท ทางด้านสาขาภาษาศาสตร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 ทุน, ทุนสำหรับผู้พิการทางการได้ยินระดับปริญญาโท ในสาขา lCT in Education ที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ จำนวน 2 ทุนอีกด้วย สำหรับทุนรัฐบาลที่ทาง ก.พ. ไม่ได้มีหน้าที่คัดเลือกผู้เข้ารับทุนโดยตรง แต่ดำเนินการคัดเลือกบุคคลจากแต่ละองค์กรด้วยตนเองมีดังนี้ -- ทุนสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ และพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) -- ทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) -- ทุนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล -- ทุนวิจัยส่วนงานกลางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งขาติ (สวทช.) -- ทุนวิจัยแห่งชาติ -- ทุนสำนักงานพลังงานแห่งชาติ -- ทุนรัฐบาลให้เรียนวิทย์ฟรี -- ทุนส่งเสริมการผลิตครูของ สสวท. -- ทุนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan lnternational Cooperation Agency-JICA) หรือไจก้า ทุนกองทัพ นอกเหนือจากทุนทางด้านพลเรือนแล้ว พบว่ายังมีทุนการศึกษาที่สนับสนุนโดยกองทัพต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนมีโอกาสศึกษาในสถาบันการศึกษาในสังกัดกองทัพ โดยผู้ที่ได้รับทุนเหล่านี้ เมื่อจบการศึกษาจะได้รับโอกาสเข้ารับราชการทหารในกองทัพในสังกัดที่ได้รับทุน อาทิ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงได้ที่หน่วยงานที่ได้กล่าวมาแล้วโดยตรง เนื่องจากในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนที่เปิดรับสมัครนักเรียนทุนและกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครไว้อย่างขัดเจน ทุนเอกชน สำหรับทุนการศึกษาจากภาคเอกชนในบ้านเราก็มีให้แก่ผู้รับทุนจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี มีทั้งทุนประเภททุนเต็มจำนวน ทุนสนับสนุนบางส่วน และทุนเอกชน โดยส่วนใหญ่นั้นเป็นทุนให้เปล่า หมายถึง เป็นทุนที่ต้องกลับมาทำงานใช้ทุนตามข้อผูกพันเหมือนกับทุนของรัฐบาล ซึ่งแต่ละทุนนั้นมีวัตถุประสงค์ของการให้ทุนที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ผู้ที่ต้องการรับคุณควรเลือกรับทุนให้ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด ทุนของหน่วยงานเอกชนนี้มาจากหลากหลายองค์กรด้วยกัน เช่น ธนาคารต่าง ๆ บริษัทในประเทศไทย กองทุนจากองค์กรการกุศล มูลนิธิหรือทุนส่วนบุคคล ซึ่งล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ศึกษาต่อในสาขาวิชาที่ทางกองทุนได้กำหนดขึ้น ทุนเอกชนที่เปิดให้รับทุนในปัจจุบันมี ดังนี้ -- ทุนธนาคารออมสิน -- ทุนธนาคารอาคารสงเคราะห์ -- ทุนธนาคารกรุงไทย -- ทุนธนาคารนครหลวงไทย -- ทุนธนาคารกสิกรไทย -- ทุนซิตี้แบงก์ -- ทุนบริษัทพานาโซนิค -- ทุนเชลล์ -- ทุนเอสโซ่ -- ทุนมูลนิธิจีอี -- ทุนบุญรอดพัฒนานิสิตนักศึกษา -- ทุนอีซูซุ -- ทุน GSK พยาบาสชุมชน -- ทุน Amway -- ทุนวิจัยอุษาคเนย์ -- ทุนมูลนิธิการศึกษาเอเชีย -- ทุนมูลนิธิสิกขาเอเชีย -- ทุนโครงการมิตรภาพเยาวชนอาเซียน-ญี่ปุ่น -- ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนฯ เอวายซี -- ทุนโครงการ YES (Young Exchange Service) -- ทุน AFS มูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ ไทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย) -- ทุน IAESTE -- ทุนเดวิด เกียง -- ทุนมูลนิธิดำรงชัยธรรม ทุนสถาบันการศึกษา ทุนจากสถาบันการศึกษาก็เป็นอีกแหล่งทุนสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และสูงกว่า ทุนสถาบันการศึกษาในประเทศไทยเกือบทุกแห่ง ทั้งในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนพบว่า มีการมอบทุนสำหรับนิสิตนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามที่ทุนนั้น ๆ ได้กำหนด เช่น ทุนสำหรับผู้ที่เรียนดี, ทุนสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางด้านกีฬา ดนตรี หรืออื่น ๆ หรือทุนสนับสนุนทางการศึกษาต่อต่างประเทศสำหรับพัฒนานักศึกษาเพื่อกลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นต้น จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้เราได้พบว่า อันที่จริงแล้วในเมืองไทยมีทุนมากมายที่รอให้เราเข้าไปพิชิต เข้าไปทดสอบความสามารถของตนเองและต่อยอดความรู้ของเราให้มีมากยิ่งขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้กับตนเองเพื่อไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศแล้ว และยังมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยพัฒนาประเทศในสาขาวิชาที่เราได้ร่ำเรียนมาและถ่ายทอดกับกับคนในประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นการได้ทุนการศึกษาจึงไม่ใช่เพียงการศึกษาต่อที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรในกระเป๋าของเราแต่เพียงอย่างเดียว แต่เราควรนำความรู้ที่ได้รับนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยแทนคนอีกหลายล้านคนที่ไม่มีโอกาสดี ๆ เช่นเรา