ดัง-พันกร เปิดบันทึกนักเรียนนอก ตอนเด็กชายไฮโซ ในร.ร.ประจำ

ดัง-พันกร เปิดบันทึกนักเรียนนอก ตอนเด็กชายไฮโซ ในร.ร.ประจำ
www.elearneasy.com

สนับสนุนเนื้อหา

ดัง-พันกร บุณยจินดา หนุ่ม Metrosexual เห็นได้จากลักษณะการแต่งกายของเขานอกจากจะมีความเป็นตัวของตัวเองแล้ว ดังยังเป็นชายหนุ่มที่ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เขาก้าวเข้ามาเป็นนักร้องเมื่อปี 1998 หลายคนบอกว่าเขาใช้เส้นด้วยการเป็นลูกชายของ พล.ต.อ. พจน์ บุณยจินดา (อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) เข้ามาเป็นนักร้องในสังกัดอาร์เอส

ดัง-พันกร บุณยจินดา

แต่ดังพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าทุกอย่างมาจากความชอบและความสามารถของเขาจริง ๆ วันนี้บนเส้นทางการเป็นนักร้องของดังเดินทางมาครบ 10 ปีแล้ว และในปีนี้ดังออกผลงานชิ้นล่าสุดกับอัลบั้ม Time Walker แนวป๊อบร็อก วาไรตี้ ?อัลบั้มนี้ถือเป็นความพิเศษของดังเลยครับ ทำที่เมืองไทยทุกขั้นตอน แต่ว่าเรื่องของการถ่ายภาพเราบินไปเก็บภาพที่อังกฤษ เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์อัลบั้มครบรอบ 10 ปีกับการทำงานเป็นนักร้องของดัง ทีมงานเลยคิดที่จะทำอะไรที่เป็นพิเศษ ๆ ขึ้นมาครับ ดังจึงคิดเป็นเรื่องของเวลาและตกลงกันเป็นที่ประเทศอังกฤษเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเวลา Greenwish Mean Time เวลาเกิดขึ้นที่อังกฤษครับ? ?ด้วยความที่ดังเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษด้วย ผู้กำกับเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษเหมือนกัน เลยรู้สึกว่าไปอังกฤษน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว ความพิเศษของชุดนี้ในส่วนของเพลง แค่วันนั้น เป็นเพลงบวก ดังไม่ค่อยมีโอกาสได้ร้องเพลงแนวบวก ๆ ความพิเศษดนตรีเราใช้ระยะเวลาทำเกือบ 8 เดือน เพราะดังอยากให้คนที่ซื้อไปฟังแล้วชอบทุกเพลงไม่ต้องเลือกฟังเลย ดึงอะไรใหม่ ๆ เข้ามาสอดแทรก แต่ฐานยังคงเป็นป๊อบร็อกอยู่เหมือนเดิม? อย่างที่รู้กันว่าดังเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ และไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ถือว่ายังเป็นเด็กมาก ๆ แล้วเด็กชายพันกรคนนี้ เขาดำเนินชีวิตอย่างไร มาเปิดบันทึก (ไม่) ลับของเขากันเลย ?ดังไปเรียนอังกฤษตั้งแต่ป.5 อายุประมาณ 10 ขวบครับ กับการเลือกไปเรียนต่างประเทศ ยอมรับว่าช่วงนั้นค่อนข้างซนบ้างตามประสาเด็ก (ยิ้ม) ไม่ชอบเรียนเรียกว่าขี้เกียจก็ได้ครับ (หัวเราะ) และหาทางออกให้กับตัวเองด้วยการไม่ไปโรงเรียน ประกอบกับไม่อยากเรียนที่เมืองไทยแล้ว อยากไปเรียนต่างประเทศเผื่อว่าตัวเองจะสนุกขึ้นมาบ้าง ตอนนั้นไปเที่ยวเมืองนอกบ่อยด้วย และครั้งแรกที่ไปเที่ยวยุโรปเห็นพี่ ๆ เพื่อน ๆ เขาเรียนกันมองดูแล้วน่าจะสนุกกว่าเรียนเมืองไทยแน่นอน จึงตัดสินใจขอคุณพ่อคุณแม่ไปเรียนต่อ คุณแม่ตัดสินใจอยู่ 1 ปีกว่าที่จะอนุญาตให้ลูกไปเรียนเมืองนอก? วันแรกของการจากบ้านไปอยู่ประเทศอังกฤษ ทุกอย่างน่าจะเป็นเรื่องดีใจของเด็กที่อยากไปเรียนต่างประเทศ แต่เด็กชายดังกลับร้องไห้อยากกลับบ้างซะงั้น ?ด้วยความที่อยากไปมาก ตอนนั้นยังไม่มีอารมณ์กลัวเข้ามาเลยว่าเราจะไปอยู่อย่างไร พูดภาษาได้ไหม แต่จำได้ว่าไปถึงวันแรกคุณพ่อคุณแม่ไปส่งถึงที่อังกฤษปุ๊บ อยากกลับบ้านทันทีเลย (หัวเราะ) เพราะมันรู้สึกโหวง ๆ บอกไม่ถูก ตอนแรกทางก.พ. ส่งดังมาเรียนภาษาที่เมือง Suffolk นั่งรถไปประมาณ 3 ชั่วโมง และทั้งโรงเรียนมีเด็กนักเรียนไทยอยู่ 2 คนไม่ได้เรียนอยู่ด้วยกันอีกต่างหาก ที่เรียนภาษาเหมือนเป็นบ้านคนเลยครับ เช้าเราไปเรียนเย็นกลับบ้านไปอยู่กับ Family อีกอย่างดังเป็นคนที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนและดังต้องกับ Family ที่เขาเป็น Farmer ที่เลี้ยงม้า เลี้ยงแกะ ในบ้านจะมีแมววิ่งไปวิ่งมาซึ่งดังไม่คุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ ยังไม่ทันได้ปรับตัวเลยอยู่ได้ 2 วัน ขอคุณแม่ย้ายโรงเรียน (หัวเราะ)? ?ทางก.พ. เป็นคนดูแลเรื่องหาที่เรียนให้ เขาจึงเปลี่ยนโรงเรียนให้ไปอยู่ในเมืองขึ้นมานิดหนึ่ง เป็นโรงเรียนใหญ่ มีหอพักด้วย ซึ่งที่นี่ดังรู้สึกโอเคเลยนะ หลังจากนั้นเรียนได้สักระยะและพอได้ภาษาอังกฤษแล้ว จึงย้ายไปเข้าโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนประจำจริง ๆ Scaitcliffe School แม้จะอยู่ได้สักพักแล้วดังบอกว่าอาการ Homesick ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ย่างเข้าวัยรุ่นตอนเรียน High School เจ้าตัวกลับติดใจไม่เรียกร้องอยากกลับบ้านแล้ว ?ต่อจากนั้นมาเรียนที่ Bradfield College อยู่ได้สักระยะปรับตัวทุกอย่างได้แล้ว แต่ยังมีอารมณ์คิดถึงบ้านอยู่ตลอดเวลา แต่พอเริ่มเรียน High School เริ่มรู้สึกสนุกครับ พอนักเรียนเริ่มโตขึ้นโรงเรียนเหมือนจะปล่อยมากขึ้น นักเรียนสามารถไปเที่ยวในลอนดอนได้ เราเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เริ่มมีแก็งค์เป็นของตัวเองเฮฮาไปเที่ยวกันตามภาษาเด็กวัยรุ่น? ?หลังจากจบ High School รู้สึกว่าตัวเองไม่อยากเรียนที่อังกฤษแล้ว อยากไปเข้ามหาวิทยาลัยที่อเมริกา เลยตัดสินใจไปเรียนปริญญาตรีทางด้านโฆษณาที่ Phoenix College, Arizona, USA แต่ไปเรียนได้ 2 ปีรู้สึกว่าไม่ได้อะไรเลย สุดท้ายดังกลับมาเรียนต่อที่อังกฤษเหมือนเดิมเรียนจบที่ American International University, London ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระบบอเมริกัน? ดังบอกถึงสาเหตุที่เรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกาไม่ประสบความสำเร็จ ?ตอนที่ไปเรียนในอเมริกาและไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าเหมือนเรามาจากเด็กที่เรียนโรงเรียนประจำมาแล้วได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง คืออยู่อเมริกาดังอยู่อพาร์ทเม้นท์ ซื้อรถ ซื้อเครื่องแต่งบ้าน ซึ่งคุณแม่ส่งไปเมืองที่โหดมากดังอยู่ในเมือง Columbia, Missouri เป็นต่างจังหวัด มีร้านชอปปิ้งอยู่แค่ 3 ร้านเท่านั้น ด้วยความที่มันไม่มีอะไรเลย ทำให้เราไม่ไปเรียนเช่นกัน (หัวเราะ)? ?เรียน 2 ปีโอนหน่วยกิตได้ประมาณ 2 วิชาเท่านั้น รู้สึกว่าถ้าเราไม่เริ่มฮึดขึ้นมาเรียนนั้นเราไม่จบแน่ ๆ (ยิ้ม) สุดท้ายด้วยความที่เราตั้งใจจริงประกอบกับเรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนแล้วว่าเราต้องเรียนให้จบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ดังเรียนจบประสบความสำเร็จครับ? ?ช่วงชีวิตที่แบบออกนอกลู่ไปบ้างเล็กน้อย ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ช่วยดึง กลับมา (หัวเราะ) ด้วยการยึดเครดิตการ์ด เพราะว่าเราเที่ยวเยอะมาก คุณพ่อให้เป็นเงินสดมาแทนและให้ใช้เท่าที่มี ตอนนั้นดังถึงขั้นต้องขนเสื้อผ้าไปขายมือสอง ทำให้เรารู้รสชาติของชีวิตมากขึ้นว่าตอนที่เราไม่มีเงินนั้นเป็นอย่างไร ทำให้เราเริ่มปรับปรุงตัวด้วยเพราะเราก็ได้บทเรียนมาบ้างครับ? ดังบอกว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษนั้นเป็นความผูกพันมาก ทำให้เกิดเรื่องราวและเหตุการณ์ประทับใจรวมแล้วกว่า 10 ปีที่ดังเรียนและดำเนินชีวิตอยู่ในดินแดนผู้ดี ?ชอบอังกฤษมากกว่าเพราะเราเคยชินกับเมืองลอนดอน อเมริกาเมืองใหญ่มากไปไหนมาไหนต้องขับรถไปไกลมาก แต่อยู่อังกฤษเราเคยชินไปไหนมาไหนนั่งแท็กซี่ได้ครับ ประกอบกับเพื่อน ๆ ที่เรียนสมัย High School เรียนอยู่ที่อังกฤษหมดเลย รู้สึกผูกพันมากกว่า? ?ความประทับใจตอนอยู่ที่อังกฤษเป็นความรู้สึกที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และเป็นสิ่งที่เราลืมไม่ลง จริง ๆ ครับ การอยู่ต่างประเทศเราต้องทำเองทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ของตัวเอง ซักผ้า ทำอาหาร ตอนเด็กต้องทำเองเพราะดังอยู่โรงเรียนประจำ ตื่นนอนต้องเก็บที่นอน แยกผ้าซัก ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่พอเริ่มโตดังมาอยู่อเมริกา อยู่คนเดียวเหมือนกันทุกอย่างต้องทำเองทุกอย่างอีกเช่นกัน ตรงนี้ทำให้เราโตมากขึ้นครับ เพราะอยู่ที่เมืองไทยเราไม่ได้ทำอะไรเลย พอเราอยู่เมืองนอกนั้นช่วยทำให้เรารู้จักพึ่งตัวเองมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้นและกล้าตัดสินใจมากขึ้น? อีกหนึ่งเรื่องยอดฮิตของนักศึกษาไทยในต่างแดนนั่นคือเรื่องของการหารายได้พิเศษระหว่างเรียน ซึ่งดังเองก็มีประสบการณ์การทำงานพิเศษด้วยเหมือนกัน ?เรื่องหารายได้พิเศษผมแอบไปทำมาบ้างเหมือนกันครับ เห็นเพื่อน ๆ คนอื่นทำ เราจึงอยากทำด้วย ดังไปทำงานที่ Food Court เป็นงานอยู่หน้าร้านอาหารใครมาสั่งข้าวเราก็ตักราดให้เขาเท่านั้นเอง สนุกมากวันแรกกลับมาบ้านเหนื่อยมาก ๆ (ยิ้ม) แต่ดีใจเหมือนกันได้เงินกลับมา (หัวเราะ) แต่พอไปวันที่สองเริ่มไม่สนุกแล้ว กลับบ้านเหนื่อยจริง ๆ คุณแม่รู้ว่าดังไปทำงานเลยถามว่าทำเพื่ออะไร ถ้าเหนื่อยมากก็ไม่ต้องทำ คือคุณแม่อยากให้เราตั้งใจเรียนให้จบครับ? ในเรื่องของการฝึกปรือภาษาอังกฤษ ดังบอกว่าต้องกล้าพูด ?เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษ ดังแนะว่าอย่าอยู่กับคนไทยเยอะอยู่กับเพื่อนต่างชาติดีกว่า คนเอเชียนี่แหละครับจะเข้าใจกันมากที่สุดเพราะต่างคนต่างพยายามพูด บางคนจะอายในการออกเสียง ดังว่าต้องกล้าฝึกกล้าพูดแล้วเราจะได้เอง อย่างดังประมาณ 5 ปีถึงจะฟัง พูดและเข้าใจทุกอย่างที่อาจารย์พูดในห้องเรียน ทุกอย่างอยู่ที่เราหมั่นเขียนบ่อย ๆ พูดบ่อย ๆ หรือเปล่า? สุดท้ายในฐานะศิษย์เก่าต่างแดน ดังให้มุมมองว่าการไปเรียนต่อต่างประเทศนอกจากเราจะได้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างแรกแล้ว ส่วนที่ตามมาคือเรามีมุมมองอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น ได้เจอคนใหม่ ๆ ได้เจอวัฒนธรรมอะไรใหม่ ๆ ได้ว่าคนรู้ว่าชาวต่างชาติเขาดำเนินชีวิตอย่างไร ได้ให้อะไรที่แปลกตาจากสิ่งแวดล้อม เดิม ๆ สำคัญก่อนไปต้องเตรียมตัวในเรื่องของใจเป็นหลักก่อน ขอให้ตั้งใจเรียน อย่างดังเนี่ยรู้ตัวเองเลยว่าเราเสียเวลาไปเยอะมาก เสียเงินไปเยอะด้วยครับ คุณพ่อคุณแม่ทำงานเหนื่อย ฉะนั้นเราควรต้องรีบเรียน รีบให้จบ นี่แหละดัง-พันกร บุณยจินดา.... ที่มา " เรียนรอบโลก " ผู้เขียน : oakky วิไลรัตน์ ต่ายประยูร ช่างภาพ : นายหรั่ง ++ สาระ ความรู้ การเรียน การศึกษา แฟชั่นอินเทรนด์ คลิก!!! http://campus.sanook.com/ http://radio.sanook.com/choose_song.php?albumID=61229

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus