Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/182/911724/b_05136_001.jpg

เตชินท์ ชยุติ เมื่อฝันแล้วต้องไปให้ถึง
แชร์เรื่องนี้
เตชินท์ ชยุติ นักร้องหน้าใหม่สังกัดแกรมมี่ เส้นทางการเป็นนักร้องของเขาต้องบอกว่าเกิดจากความตั้งใจผสมผสานด้วยความเชื่อโรยผงชูรสด้วยกำลังใจ วันนี้เขาสามารถยกเสิร์ฟอัลบั้มแรก เตชินท์ ออกให้หลาย ๆ คนได้ลองลิ้มชิมอรรถรสกันแล้ว ดูเหมือนว่ารสชาติจะถูกใจคอเพลงโดยเฉพาะสาว ๆ เป็นอย่างมากกับเพลง รักได้คนเดียว และ คำตอบของหัวใจ เพราะขนาดไหน ไปซื้อฟังเองน๊า!!
หนุ่มคนนี้แทนตัวเองว่า เต
เตเล่าว่าก่อนที่เขาจะได้เป็นนักร้องนั้น เขาต้องเสียน้ำตาลูกผู้ชายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ!! ด.ช.เตชินท์ ชยุติ เข้าประกวดร้องเพลงครั้งแรกเมื่อตอนป. 4 แต่โชคชะตาไม่เข้าข้าง เด็กชายคนนี้จึงอกหักจากเวทีประกวดไปหลายปีเลยทีเดียว
หลังจากที่เขารักษาแผลใจอยู่ 5 ปี เริ่มขึ้นม.2 เตเดินหน้าลุยประกวดอีกครั้ง คราวนี้เขาได้ลูกฮึดเฮือกใหญ่ เหมือนลูกโป่งที่มีคนหมั่นคอยปั๊มลมให้อยู่เรื่อย ๆ และท้ายที่สุดเตชินท์ ชื่อที่แปลว่า ผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้สร้างฝันให้กับตัวเองด้วยการเข้าประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2007 คว้ารางวัลชนะเลิศสาขาการร้องเพลงมาครองได้สำเร็จ
?การเข้าประกวดดัชชี่จริง ๆ แล้วผมไม่ได้อยากเข้าประกวดเลย แต่คุณลุงผมแนะนำว่าถ้าชอบทางด้านนี้แล้วทำไมไม่ไปลอง หลัง ๆ ได้แรงยุจากคุณพ่อ คุณแม่ และญาติ ๆ ผมเลยเข้าประกวด แล้วปีนั้นทางดัชชี่เขามีการแบ่งแยกสาขาตามความชอบ ผมเข้าประกวดสาขาร้องเพลงครับ และได้ชนะเลิศในสาขาร้องเพลง สำหรับใครที่ชนะเลิศในสาขานี้จะได้เป็นนักร้องในสังกัดแกรมมี่ มันคือที่สุดของฝันผมเลย?
ผงชูรส ยี่ห้อแม่ คนเติมลมลูกโป่งให้พองโต คือพ่อ นี่คือกำลังชั้นเลิศของหนุ่มเตชินท์
?ผมชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ผมจำได้ว่าตอนเรียนอยู่ม.2 ผมเรียนโรงเรียนที่จังหวัดระนองและผมอยากเรียนร้องเพลง คุณแม่ลงทุนขับรถจากระนองขึ้นมากรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 600 กม. เพื่อให้ผมได้เรียนร้องเพลง เป็นแบบนี้ทุกวันเสาร์พอวันอาทิตย์ตอนเช้าขับรถกลับบ้านที่ระนอง ผมเรียนร้องเพลงอยู่ปีกว่าครับ คุณแม่ไม่เคยบ่นเลย มีแต่สนับสนุนให้ผมได้พยายามทำต่อไป?
?ความฝันของผมกับการเป็นนักร้อง ไม่ได้เป็นฝันของผมคนเดียว แต่เป็นความฝันของคุณพ่อคุณแม่ด้วย คือถ้าเราประสบความสำเร็จเขาก็ประสบความสำเร็จในความฝันของเขาด้วยเหมือนกันครับ ผมบอกได้เลยว่า แรงจูงใจและแรงผลักดันในการให้ผมได้เดินหน้าร้องเพลงเป็นนักร้องคือคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อจะถนัดเพลงลูกทุ่ง คือส่วนใหญ่วัยรุ่นสมัยนี้มักร้องเพลงแล้วออกเสียงไม่ค่อยชัด พ่อคอยสอนเรื่องการออกเสียง การเอื้อน แต่คุณแม่จะดูภาพรวมว่าผ่านหรือไม่ผ่าน (หัวเราะ) ไปประกวดหรือไม่ครับ?
?จะบอกว่าบ้านผมเป็นบ้านศิลปินก็ได้นะ เพราะตั้งแต่รุ่นคุณปู่เปิดคณะหนังตะลุง รำโนราห์ มีครูทางด้านนี้หมดเลย ทำให้จึงซึมซับมาตั้งแต่เด็ก มันฝังอยู่ในสายเลือดเลย บางอย่างที่คนว่ายากเช่นรำ แต่ผมสามารถเรียนได้ภายใน 7 วันและรำเป็น ทั้ง ๆ ที่เขารำกันใช้เวลาเรียนถึง 3 เดือน แต่ผมไม่ถนัดรำ ผมเน้นมาทางเส้นดนตรีมากกว่า ชอบเล่นเปียโน กับกีตาร์ตอนนี้กำลังฝึก ๆ อยู่?
ในด้านการศึกษาเรียกว่ารักแล้วรักเลยจริง ๆ เตเลือกเรียนทางด้านเอกดนตรี ตะวันตก สาขาขับร้อง ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
?ตอนแรกผมอยากเรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ เพราะไม่คิดว่าจะเอาดีทางด้านการร้องเพลงแล้ว ตอนนั้นยังไม่ได้เข้าประกวดดัชชี่ แต่คุณพ่อบอกว่าถ้าชอบด้านร้องเพลงแล้วทำไมไม่เรียนทางด้านนี้ ผมค้านเข้าไปอีกว่าเรียนร้องเพลงแบบโอเปร่าดูมันจะยากไปหรือเปล่า คุณพ่อได้ยินแบบนี้เลยส่งผมไปเรียนร้องเพลงกับอ.ดวงใจ อมาตยกุล ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาเกี่ยวกับการร้องเพลงอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นผมไปสอบตรงที่ม.เกษตรฯ ปรากฏว่าสอบติดด้วย ดีใจกันทั้งบ้านเลยครับ?
?ความยากในการเรียนทางด้านการร้องเพลงมีเหมือนกันครับโน้ตดนตรีที่เรียนแบบคลาสสิกจะไม่เหมือนโน้ตดนตรีเพลงป๊อบที่เราฟัง คือเพลงป๊อบเราใช้หูฟังและเอาเนื้อมาร้องตาม แต่เพลงคลาสสิกจะมีโน้ตให้มาหนึ่งหน้าและให้กดเปียโนและร้องเอง หลังจากนั้นวันสอบแล้วเราค่อยเจอกัน (หัวเราะ) ค่อนข้างยากครับ?
นอกจากเป็นนักร้องตัวจริง มีสังกัด มีอัลบั้มแล้ว หนึ่งในกิจกรรมของนักศึกษาคนดัง มีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัยนั่นคือ เป็นนักร้องนำของวงซิมโฟนีออร์เครสตราแห่งรั้วนนทรี
?ผมมีโอกาสได้เข้ามาเป็นนักร้องนำของวงซิมโฟนีออร์เครสตรา เข้ามาได้เพราะว่าผมเรียนเอก Voice ตอนนั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงที่รู้จักกัน ประกอบกับในวงมีนักร้องแค่สองคน แล้วบังเอิญเขาอยากได้นักร้องผู้ชายบ้าง รุ่นพี่เลยชวนผมเข้ามาลองดู และเขาก็โอเคผมเลยได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำหน้าที่เท่าไหร่ครับ (หัวเราะ) เพราะว่ามีงานร้องเพลงเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ คงต้องงดไปก่อน?
?เรื่องแบ่งเวลาเรียนตอนนี้ค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะว่าเราเรียนทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง หรือว่าเที่ยงถึงบ่าย มีเรียนทุกวันครับ แต่ถ้าวันไหนมีงานเข้ามาแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ผมต้องทำเป็นใบลาแล้วขออนุญาตอาจารย์ อาจจะหยุดวันเว้นวันบ้าง ยากในการแบ่งเวลาแต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะทั้งสองด้านเป็นสิ่งที่เรารักทั้งคู่ มีส่งผลกระทบบ้างในบางวิชาที่เข้มงวดจริง ๆ แต่ผมพยายามทำให้ดีที่สุด?
เรื่องราวที่เตชินท์เล่ามาประมวลผลได้ว่า คนเราฝันต้องเดินไปให้ถึง เหมือนวลีทอง ?ไม่ก้าวไม่มีวันเดินหน้า? เตบอกว่าสำหรับใครอยากเป็นนักร้องขอให้มีความตั้งใจกับสิ่งนั้นเยอะ ๆ การที่จะรอให้โอกาสเดินเข้ามาหาคุณนั้นเป็นไปได้ยาก การแข่งขันมีค่อนข้างสูง ขอให้ทุกคนเดินตามความฝันของตัวเอง และ อย่าทิ้งการเรียนเหมือนผมที่ไม่เคยทิ้งการเรียน
ใครมีฝันก็อย่ามัวแต่ละเมอฝันกลางวันอยู่ล่ะ กล้าฝัน ต้องเชื่อว่าตัวเองทำได้ เหมือนผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่อเตชินท์
ที่มา "การศึกษาวันนี้"
ผู้เขียน : วิไลรัตน์ ช่างภาพ : กฤษดา
หนุ่มคนนี้แทนตัวเองว่า เต
เตเล่าว่าก่อนที่เขาจะได้เป็นนักร้องนั้น เขาต้องเสียน้ำตาลูกผู้ชายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ!! ด.ช.เตชินท์ ชยุติ เข้าประกวดร้องเพลงครั้งแรกเมื่อตอนป. 4 แต่โชคชะตาไม่เข้าข้าง เด็กชายคนนี้จึงอกหักจากเวทีประกวดไปหลายปีเลยทีเดียว
หลังจากที่เขารักษาแผลใจอยู่ 5 ปี เริ่มขึ้นม.2 เตเดินหน้าลุยประกวดอีกครั้ง คราวนี้เขาได้ลูกฮึดเฮือกใหญ่ เหมือนลูกโป่งที่มีคนหมั่นคอยปั๊มลมให้อยู่เรื่อย ๆ และท้ายที่สุดเตชินท์ ชื่อที่แปลว่า ผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้สร้างฝันให้กับตัวเองด้วยการเข้าประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2007 คว้ารางวัลชนะเลิศสาขาการร้องเพลงมาครองได้สำเร็จ
?การเข้าประกวดดัชชี่จริง ๆ แล้วผมไม่ได้อยากเข้าประกวดเลย แต่คุณลุงผมแนะนำว่าถ้าชอบทางด้านนี้แล้วทำไมไม่ไปลอง หลัง ๆ ได้แรงยุจากคุณพ่อ คุณแม่ และญาติ ๆ ผมเลยเข้าประกวด แล้วปีนั้นทางดัชชี่เขามีการแบ่งแยกสาขาตามความชอบ ผมเข้าประกวดสาขาร้องเพลงครับ และได้ชนะเลิศในสาขาร้องเพลง สำหรับใครที่ชนะเลิศในสาขานี้จะได้เป็นนักร้องในสังกัดแกรมมี่ มันคือที่สุดของฝันผมเลย?
ผงชูรส ยี่ห้อแม่ คนเติมลมลูกโป่งให้พองโต คือพ่อ นี่คือกำลังชั้นเลิศของหนุ่มเตชินท์
?ผมชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ผมจำได้ว่าตอนเรียนอยู่ม.2 ผมเรียนโรงเรียนที่จังหวัดระนองและผมอยากเรียนร้องเพลง คุณแม่ลงทุนขับรถจากระนองขึ้นมากรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 600 กม. เพื่อให้ผมได้เรียนร้องเพลง เป็นแบบนี้ทุกวันเสาร์พอวันอาทิตย์ตอนเช้าขับรถกลับบ้านที่ระนอง ผมเรียนร้องเพลงอยู่ปีกว่าครับ คุณแม่ไม่เคยบ่นเลย มีแต่สนับสนุนให้ผมได้พยายามทำต่อไป?
?ความฝันของผมกับการเป็นนักร้อง ไม่ได้เป็นฝันของผมคนเดียว แต่เป็นความฝันของคุณพ่อคุณแม่ด้วย คือถ้าเราประสบความสำเร็จเขาก็ประสบความสำเร็จในความฝันของเขาด้วยเหมือนกันครับ ผมบอกได้เลยว่า แรงจูงใจและแรงผลักดันในการให้ผมได้เดินหน้าร้องเพลงเป็นนักร้องคือคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อจะถนัดเพลงลูกทุ่ง คือส่วนใหญ่วัยรุ่นสมัยนี้มักร้องเพลงแล้วออกเสียงไม่ค่อยชัด พ่อคอยสอนเรื่องการออกเสียง การเอื้อน แต่คุณแม่จะดูภาพรวมว่าผ่านหรือไม่ผ่าน (หัวเราะ) ไปประกวดหรือไม่ครับ?
?จะบอกว่าบ้านผมเป็นบ้านศิลปินก็ได้นะ เพราะตั้งแต่รุ่นคุณปู่เปิดคณะหนังตะลุง รำโนราห์ มีครูทางด้านนี้หมดเลย ทำให้จึงซึมซับมาตั้งแต่เด็ก มันฝังอยู่ในสายเลือดเลย บางอย่างที่คนว่ายากเช่นรำ แต่ผมสามารถเรียนได้ภายใน 7 วันและรำเป็น ทั้ง ๆ ที่เขารำกันใช้เวลาเรียนถึง 3 เดือน แต่ผมไม่ถนัดรำ ผมเน้นมาทางเส้นดนตรีมากกว่า ชอบเล่นเปียโน กับกีตาร์ตอนนี้กำลังฝึก ๆ อยู่?
ในด้านการศึกษาเรียกว่ารักแล้วรักเลยจริง ๆ เตเลือกเรียนทางด้านเอกดนตรี ตะวันตก สาขาขับร้อง ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
?ตอนแรกผมอยากเรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ เพราะไม่คิดว่าจะเอาดีทางด้านการร้องเพลงแล้ว ตอนนั้นยังไม่ได้เข้าประกวดดัชชี่ แต่คุณพ่อบอกว่าถ้าชอบด้านร้องเพลงแล้วทำไมไม่เรียนทางด้านนี้ ผมค้านเข้าไปอีกว่าเรียนร้องเพลงแบบโอเปร่าดูมันจะยากไปหรือเปล่า คุณพ่อได้ยินแบบนี้เลยส่งผมไปเรียนร้องเพลงกับอ.ดวงใจ อมาตยกุล ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาเกี่ยวกับการร้องเพลงอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นผมไปสอบตรงที่ม.เกษตรฯ ปรากฏว่าสอบติดด้วย ดีใจกันทั้งบ้านเลยครับ?
?ความยากในการเรียนทางด้านการร้องเพลงมีเหมือนกันครับโน้ตดนตรีที่เรียนแบบคลาสสิกจะไม่เหมือนโน้ตดนตรีเพลงป๊อบที่เราฟัง คือเพลงป๊อบเราใช้หูฟังและเอาเนื้อมาร้องตาม แต่เพลงคลาสสิกจะมีโน้ตให้มาหนึ่งหน้าและให้กดเปียโนและร้องเอง หลังจากนั้นวันสอบแล้วเราค่อยเจอกัน (หัวเราะ) ค่อนข้างยากครับ?
นอกจากเป็นนักร้องตัวจริง มีสังกัด มีอัลบั้มแล้ว หนึ่งในกิจกรรมของนักศึกษาคนดัง มีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัยนั่นคือ เป็นนักร้องนำของวงซิมโฟนีออร์เครสตราแห่งรั้วนนทรี
?ผมมีโอกาสได้เข้ามาเป็นนักร้องนำของวงซิมโฟนีออร์เครสตรา เข้ามาได้เพราะว่าผมเรียนเอก Voice ตอนนั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงที่รู้จักกัน ประกอบกับในวงมีนักร้องแค่สองคน แล้วบังเอิญเขาอยากได้นักร้องผู้ชายบ้าง รุ่นพี่เลยชวนผมเข้ามาลองดู และเขาก็โอเคผมเลยได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำหน้าที่เท่าไหร่ครับ (หัวเราะ) เพราะว่ามีงานร้องเพลงเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ คงต้องงดไปก่อน?
?เรื่องแบ่งเวลาเรียนตอนนี้ค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะว่าเราเรียนทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง หรือว่าเที่ยงถึงบ่าย มีเรียนทุกวันครับ แต่ถ้าวันไหนมีงานเข้ามาแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ผมต้องทำเป็นใบลาแล้วขออนุญาตอาจารย์ อาจจะหยุดวันเว้นวันบ้าง ยากในการแบ่งเวลาแต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะทั้งสองด้านเป็นสิ่งที่เรารักทั้งคู่ มีส่งผลกระทบบ้างในบางวิชาที่เข้มงวดจริง ๆ แต่ผมพยายามทำให้ดีที่สุด?
เรื่องราวที่เตชินท์เล่ามาประมวลผลได้ว่า คนเราฝันต้องเดินไปให้ถึง เหมือนวลีทอง ?ไม่ก้าวไม่มีวันเดินหน้า? เตบอกว่าสำหรับใครอยากเป็นนักร้องขอให้มีความตั้งใจกับสิ่งนั้นเยอะ ๆ การที่จะรอให้โอกาสเดินเข้ามาหาคุณนั้นเป็นไปได้ยาก การแข่งขันมีค่อนข้างสูง ขอให้ทุกคนเดินตามความฝันของตัวเอง และ อย่าทิ้งการเรียนเหมือนผมที่ไม่เคยทิ้งการเรียน
ใครมีฝันก็อย่ามัวแต่ละเมอฝันกลางวันอยู่ล่ะ กล้าฝัน ต้องเชื่อว่าตัวเองทำได้ เหมือนผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่อเตชินท์
ที่มา "การศึกษาวันนี้"
ผู้เขียน : วิไลรัตน์ ช่างภาพ : กฤษดา แชร์เรื่องนี้