Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
นางสาวนภาวรรณ พันธุ์จินดา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะประธานรุ่น กล่าวว่า โครงการในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวภาคใต้ ณ หมู่บ้านไม้เรียง อ.ทานพอ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งในปีนี้มีทั้งนักศึกษาไทยและนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนฯ จากประเทศจีนร่วมโครงการด้วย โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์หลากหลายขึ้น อาทิ การทำความสะอาดโบสถ์และลานวัด บริจาคหนังสือแก่ห้องสมุดหมู่บ้านไม้เรียง สนทนาธรรม และฝึกสมาธิ อีกทั้งเพื่อนนักศึกษายังเป็นคุณครูอาสาสมัครสอนหนังสือ ภาษา และวัฒนธรรม แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดหาดสูงด้วย ซึ่งเด็กที่นี่มีความสนใจที่จะเรียนรู้ภาษาต่างๆ เป็นอย่างมาก
นายสุรสิทธิ์ ชั้นวิเชียร (บอลลี่) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า สิ่งแรกที่ได้จากกิจกรรมคือ คุณธรรมและจริยธรรม พวกเราต้องรู้หน้าที่ของตนเอง ตอนเช้าแต่ละคนจะมีหน้าที่ของตัวเอง เพราะพวกเราได้จัดแบ่งเวรของแต่ละกลุ่มแต่ละคนซึ่งทุกคนจะรู้หน้าที่ของตนและทำอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความซื่อสัตย์ ขยันและรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม สิ่งนี้สามารถสอนตัวเราได้เป็นอย่างดี
เจิงเฉิงเฉิง (ส้ม พัชราภา) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ โครงการแลกเปลี่ยน 2+2 จากประเทศจีน กล่าวว่า การได้มาทำกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ตนได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนคนไทยและเด็กคนไทย ซึ่งตนได้ฝึกพูดภาษาไทยทำให้ภาษาไทยของตนพัฒนามากขึ้น และยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนภาคใต้ด้วย ตนได้มีโอกาสพูดคุยและได้เรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และยังได้สอนภาษาจีนแก่เด็กๆ และยังได้ตั้งชื่อภาษาจีนให้กับเด็กๆ บางคนที่อยากมีชื่อเป็นภาษาจีนด้วย นอกจากนี้ การได้สอนหนังสือแก่เด็กๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ซึ่งเด็กทุกคนขยันเรียนและน่ารักมาก เวลาได้เห็นเด็กๆ สนุกสนานเพลิดเพลินทำให้ตนรู้สึกดีใจและประทับใจมาก เพราะสิ่งที่เราสอนไป เมื่อเขาโตขึ้นก็จะมีโอกาสได้ใช้ต่อไป
นายอาทิตย์ คำสัตย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ กล่าวว่า การมาค่ายเป็นการละลายพฤติกรรมในเรื่องการมีระเบียบวินัย ซึ่งตนรู้สึกประทับใจกับการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงของชาวบ้านทำให้ผมคิดได้ว่า พวกเรามีโอกาสมากกว่าพวกชาวบ้านในเรื่องการกิน การใช้จ่ายแต่กลับไม่รู้จักพอเพียง ชาวบ้านที่นี่ทั้งที่รายรับมีน้อยมากในแต่ละเดือน แต่พวกเขาก็ยังอยู่ได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ตนจะนำข้อคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน
//s.isanook.com/ca/0/ud/182/911581/b_02991_001.jpg

นศ.ม.รังสิต จัดโครงการลงใต้บำเพ็ญประโยชน์
แชร์เรื่องนี้
นางสาวนภาวรรณ พันธุ์จินดา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะประธานรุ่น กล่าวว่า โครงการในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวภาคใต้ ณ หมู่บ้านไม้เรียง อ.ทานพอ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งในปีนี้มีทั้งนักศึกษาไทยและนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนฯ จากประเทศจีนร่วมโครงการด้วย โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์หลากหลายขึ้น อาทิ การทำความสะอาดโบสถ์และลานวัด บริจาคหนังสือแก่ห้องสมุดหมู่บ้านไม้เรียง สนทนาธรรม และฝึกสมาธิ อีกทั้งเพื่อนนักศึกษายังเป็นคุณครูอาสาสมัครสอนหนังสือ ภาษา และวัฒนธรรม แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดหาดสูงด้วย ซึ่งเด็กที่นี่มีความสนใจที่จะเรียนรู้ภาษาต่างๆ เป็นอย่างมาก


นายสุรสิทธิ์ ชั้นวิเชียร (บอลลี่) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า สิ่งแรกที่ได้จากกิจกรรมคือ คุณธรรมและจริยธรรม พวกเราต้องรู้หน้าที่ของตนเอง ตอนเช้าแต่ละคนจะมีหน้าที่ของตัวเอง เพราะพวกเราได้จัดแบ่งเวรของแต่ละกลุ่มแต่ละคนซึ่งทุกคนจะรู้หน้าที่ของตนและทำอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความซื่อสัตย์ ขยันและรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม สิ่งนี้สามารถสอนตัวเราได้เป็นอย่างดี
เจิงเฉิงเฉิง (ส้ม พัชราภา) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ โครงการแลกเปลี่ยน 2+2 จากประเทศจีน กล่าวว่า การได้มาทำกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ตนได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนคนไทยและเด็กคนไทย ซึ่งตนได้ฝึกพูดภาษาไทยทำให้ภาษาไทยของตนพัฒนามากขึ้น และยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนภาคใต้ด้วย ตนได้มีโอกาสพูดคุยและได้เรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และยังได้สอนภาษาจีนแก่เด็กๆ และยังได้ตั้งชื่อภาษาจีนให้กับเด็กๆ บางคนที่อยากมีชื่อเป็นภาษาจีนด้วย นอกจากนี้ การได้สอนหนังสือแก่เด็กๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ซึ่งเด็กทุกคนขยันเรียนและน่ารักมาก เวลาได้เห็นเด็กๆ สนุกสนานเพลิดเพลินทำให้ตนรู้สึกดีใจและประทับใจมาก เพราะสิ่งที่เราสอนไป เมื่อเขาโตขึ้นก็จะมีโอกาสได้ใช้ต่อไป
นายอาทิตย์ คำสัตย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ กล่าวว่า การมาค่ายเป็นการละลายพฤติกรรมในเรื่องการมีระเบียบวินัย ซึ่งตนรู้สึกประทับใจกับการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงของชาวบ้านทำให้ผมคิดได้ว่า พวกเรามีโอกาสมากกว่าพวกชาวบ้านในเรื่องการกิน การใช้จ่ายแต่กลับไม่รู้จักพอเพียง ชาวบ้านที่นี่ทั้งที่รายรับมีน้อยมากในแต่ละเดือน แต่พวกเขาก็ยังอยู่ได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ตนจะนำข้อคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน

แชร์เรื่องนี้



