ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระมหากษัตริย์และพระศพเจ้านาย ชั้นสูง ที่พระเมรุท้องสนามหลวงตามโบราณราชประเพณีต้อง สร้างพระโกศจันทน์ ประดับพระรองในด้วยไม้จันทน์หอมตั้งบน พระเมรุมาศในวันถวายพระเพลิง
ภาพพระโกศจันทน์ที่นำมาให้ดูนี้ เป็นพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีพระรองในทรงพระบรมศพอยู่ข้างใน ตั้งอยู่บนพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ เมื่อถวายพระเพลิงจริงก็เปลื้องพระโกศจันทน์ออกถวายพระเพลิง พระบรมศพในพระรองจนเสร็จพระราชพิธี
ผู้ที่สงสัยว่ามีพระโกศจริงอยู่แล้วทำไมจึงต้องมีพระโกศจันทน์อีกด้วย จากคำอธิบายทำให้รู้ว่า
พระโกศจันทน์เป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ สวมทับ พระรองในที่ใช้ในการถวายพระเพลิงจริงตามโบราณราชประเพณี
ข้อสงสัยถัดมาก็คือ
ไม้จันทน์ที่ใช้สร้างพระโกศ เป็นไม้จันทน์ที่มีลูกสีเหลืองอ่อน รูปร่างกลมแบนคล้ายตลับเป็นต้นไม้ชนิดเดียวกันหรือเปล่า คำตอบก็คือเป็นไม้คนละ ชนิดกัน
และเพื่อจะให้คำตอบชัดเจน ผมจึงพาทีมไป
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่มีไม้จันทน์หอมขึ้นอยู่มาก และไปที่สามร้อยยอดเพื่อไปดู ต้นจันที่มีลูกสีเหลืองอ่อนมีกลิ่นหอม กินได้เป็นผลไม้อย่างลูกพลับ
ผมได้ยินชื่อกุยบุรี-ปราณบุรี มาตั้งแต่เด็กๆ โดยผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า
เสือกุย จระเข้ปราณ แสดงว่ากุยมีเสือชุม และปราณมีจระเข้ชุม เวลาล่วงมาถึงบัดนี้ ปราณหาจระเข้ไม่ได้แล้ว นอกจากจะโดนล่าจับกินจนหมดแล้ว ยังกลายเป็นเมืองใหญ่คู่กับหัวหิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ส่วน กุยยังมีเสืออยู่ในอุทยานแห่งชาติ กุยบุรี มีทั้ง เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ และเสือลายเมฆ ให้พบเห็นอยู่เสมอ
ผมไม่เคยเข้าป่ากุยบุรีเลยทั้งๆที่ผ่านไป ประจวบไม่รู้ต่อกี่ครั้งกี่หน เพิ่งจะได้เข้าไปสัมผัสในคราวนี้เองด้วยความกรุณาของ ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณประสงค์ พิทูรกิจจา ที่คุ้นเคยกัน ได้ช่วยติดต่อ หาต้นจันธรรมดา และนำทางเข้าป่ากุยบุรีด้วยตัวเอง ซึ่งขอขอบพระคุณอย่างสูง
ท่านผู้ว่าฯหาต้นจันที่มีลูกจันบนต้นได้สำเร็จ ที่บ้านของคุณแม่
คุณสมบัติ เหรียญทอง อดีตนายก อบต.ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด เราเข้าไปที่บ้านสวนที่มีผลไม้ หลายอย่างในสวน อย่าง มะปรางหวาน เป็นต้น
ต้นจันที่เราเห็นเป็นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งก้านคล้าย ต้นก้ามปู มีลูกจันสุกเหลืองอยู่ประปราย บางกิ่งก็มีลูก สีเขียังไม่เหลือง
ผมถามว่าลูกสีเขียวนั้นคือลูกอินใช่หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่
ลูกอินนั้นรูปพรรณสัณฐาน เป็นรูปกรวยเรียวคล้ายมะปรางแต่กลมกว่า มะปราง ต้นเดียวกันออกลูกเป็น ทั้งอินและจัน แต่บางต้นมีลูกอินมากกว่าลูกจัน บางต้นก็มีลูกจันมากกว่า ลูกอินออกลูกอยู่ที่ยอดสูงขึ้นไป เขาเตรียมจะเอาบันไดปีนสอยมาให้ดู ผมจึงบอกว่าไม่ต้องสอยลงมาเพราะผมได้คำตอบแล้วว่า อิน-จัน อยู่ต้นเดียวกัน
จากบ้านสวนเราเดินทางไปกุยบุรีแยกจากถนนเพชรเกษมเข้าไปจนถึงที่ทำการอุทยาน แห่งชาติประมาณ 29 กิโลเมตร
พอไปถึง
คุณชลธร ชำนาญคิด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ก็เชิญให้กินข้าวกลางวันฝีมือแม่ครัวของอุทยาน ซึ่งมีอาหารหลายอย่าง มี น้ำพริกผักต้มราดหัวกะทิกับไข่เจียว ปลานิลทอดกระเทียมพริกไทย ผักกูดผัดน้ำมันหอย ยำผักกูดกับไข่ดาว แกงป่าไก่บ้านกับมะเขือขื่น ไก่ต้มฟักกับเห็ดหอม มีสับปะรดหวานฉ่ำเป็นของหวาน อร่อยจนอยากจะมอบเชลล์ชวนชิมให้เป็นกำลัง

ระหว่างกินข้าว มีซีดีวันทำพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม โดยมี ท่านผู้ว่าฯประสงค์ เป็นผู้ลงขวานตัดต้นไม้ในพิธี หลังจากโค่นล้มทอนไม้ออกเป็นท่อน ท่านผู้ว่าฯยังลงมือเลื่อยเปิดปีกไม้ด้วยเลื่อยอีกอย่างกระฉับ กระเฉง ทำให้รู้ว่าท่านผู้ว่าฯคนนี้รู้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่างน่าสรรเสริญ
คุณชลธรได้บรรยายสรุปธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีว่า
อุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรี เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนกับที่ราบเป็นลูกคลื่นสูง ต่ำ มีระดับความสูงจาก 600 ฟุต จนระดับ สูงสุดประมาณ 3,000 ฟุต เป็นผืนป่ากว้าง ใหญ่เชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สภาพของป่า เป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าผสมผลัดใบ ป่าไผ่และทุ่งหญ้า มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เป็นแหล่งกำเนิด ไม้จันทน์หอมที่ใช้ในการพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพขึ้นอยู่ทั่วไป พร้อมกับไม้มีค่าอย่างอื่น เช่น ไม้ตะเคียนทอง ไม้มะค่าโมง เป็นต้น
เนื่องจากสภาพของป่ามีแหล่งน้ำ แหล่ง อาหาร จึงมีสัตว์หลายชนิดนับตั้งแต่ช้างป่า และสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์ คือ
ช้างป่า เสือโคร่ง สมเสร็จ เก้งหม้อ นอกจากนี้ ยังมี กระทิง วัวแดง หมีควาย ที่พบเห็นกันอยู่เป็นประจำ
โชคดีที่ป่ากุยบุรีเป็นพื้นที่อนุรักษ์ มีการป้องกันการตัดไม้ การล่าสัตว์อย่าง เข้มงวด ป่ากุยบุรีจึงเป็นผืนป่าผืนเดียวที่อุดมสมบูรณ์หลงเหลืออยู่ในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ มีเนื้อที่ป่าครอบคลุม 4 อำเภอของ ประจวบคีรีขันธ์ คือ ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี และอำเภอเมื พื้นที่ 6 แสนไร่เศษใหญ่กว่าป่าซับลังกาถึง 6 เท่า

หลังจากอิ่มท้อง ก็เดินทางไปดูไม้จันทน์ หอมที่อยู่ใกล้ที่ทำการ ซึ่งเรา จะต้องเดินเข้าไปตามเส้นทางเดินเท้าไปทางทิศใต้ เพื่อไปดู ต้นไม้จันทน์หอมและตอไม้ จันทน์หอม 3 ต้น ที่ตัดฟันไปแล้วเมื่อปลายเดือนมกราคม
ไม้จันทน์หอมเป็นไม้ ยืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อไม้แข็งละเอียด กระพี้สีน้ำตาลอ่อน ลำต้นตรง (ภาษาป่าไม้เรียก เปลาตรง) เรือนยอดเป็นรูปกรวย พุ่มต่ำค่อนข้างโปร่ง ต้นขนาดใหญ่สูงถึง 30 เมตร มีดอกและผล ลักษณะผลเป็นฝักแห้งยาวประมาณ 2 นิ้ว มีปีกเดียว เวลาร่วงหล่นลงสู่ พื้นดินคล้ายลูกยาง แต่ละผลมีเมล็ดเล็กๆ เมล็ดเดียว จำนวนเมล็ดเฉลี่ย 1 กิโลกรัมมีเมล็ดมากถึง 3,565 เมล็ด
เราได้ไปดูตอไม้จันทน์หอมที่ตัดฟัน 3 ต้น เป็นไม้ยืนตายตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่ ใกล้ๆกัน โดยต้นที่ 1 มีเส้นรอบวง 170 ซม. สูง 6 เมตร คำนวณอายุได้ 142 ปี เนื้อไม้ หอมปานกลาง ต้นที่ 2 เส้นรอบวง 100 ซม. สูง 5 เมตร มีอายุ 118 ปี เนื้อไม้หอมมาก ต้นที่ 3 เส้นรอบวง 117 ซม. สูง 6 เมตร อายุ 110 ปี เนื้อไม้หอมปานกลาง

ทั้ง 3 ต้นได้ทำพิธีบวงสรวงก่อนตัดฟัน และได้แปรรูปเป็นไม้แผ่นส่ง ให้สำนักงานช่างสิบหมู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากการที่เข้าป่ากุยบุรีในวันนั้นทำให้ อยากเที่ยวป่าขึ้นมาทันที คุณชลธรบอกว่าทาง อุทยานมีโปรแกรมท่องเที่ยวดูช้างป่าและสัตว์ ต่างๆ โดยนั่งห้างบนต้นไม้อยู่แล้ว เป็นโปรแกรมวันเดียวหรือจะพักแรมอยู่ในอุทยานก็ได้ โดยติดต่อกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 08-6628-8872 ในเวลาราชการ เพื่อสำรองการท่องเที่ยว บ้านพัก หรือเต็นท์นอน ล่วงหน้า
เที่ยวป่าแบบนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์ ปลอดภัยและได้ความรู้ ได้สัมผัสธรรมชาติ ซึ่งคนเมืองกรุงไม่เคยสัมผัสจนเกือบจะลืมไปแล้ว.
ม.ร.ว.ถนัดศรี สัวสดิวัตน์