ยังจำได้ไหม? อดีตนักร้องวัยพรีทีน

ยังจำได้ไหม? อดีตนักร้องวัยพรีทีน
นิตยสาร Hamburger

สนับสนุนเนื้อหา

ยังจำได้ไหมว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว วงการบันเทิงเต็มไปด้วยนักร้องวัยพรีทีน แต่งตัวสีสันสดใสราวกับลูกกวาด หน้าตาน่ารักด้วยสัญชาติลูกผสม ออกมาด้วยท่าเต้นบังคับด้วยเนื้อเพลงร้องตามง่ายๆ และด้วยอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้พวกเราร้อง เต้น ตามพวกเขาอย่างสนุกสนานแทบไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัว เขาและเธอเหล่านั้นก็หายหน้าหายตาไปเสียเฉยๆ ตอนนี้เรารู้แล้วว่านักร้องสีลูกกวาดเหล่านั้นหายไปไหน กำลังทำอะไร และด้วยความคิดถึงอยากถามพวกเขาว่า สบายดีหรือเปล่า คุ้นหน้าสาวเซ็กซี่คนนี้ และยังจำเพลงจังหวะสนุกๆที่ร้องว่าสตรอเบอรี่ ฉันละอี๋ เธอจริงๆได้ไหม นาตาลี เดวิด สาวน้อยลูกครึ่งที่ออกเทปในชื่ออัลบัมว่า นาตาลี-แจ๊สกี้ เมื่อเกือบสิบปีที่แล้วกับนาตาลีสุดเซ็กซี่ในตอนนี้ คือคนๆเดียวกัน

นาตาลี เดวิส

นาตาลี เดวิส

หนูรู้สึกว่าตัวเองลำบากตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกครึ่งแล้วนาตาลีลำรึกความรู้สึกในวัยเด็ก ตั้งแต่เด็กเล็กๆ แล้วที่คนมาเล่นด้วยจุ๊กจิ๊กๆ เพราะเห็นเราเป็นเด็กฝรั่งน่ารักๆ แต่หนูเป็นคนเฉยๆนิ่งๆ คนเลยชอบหาว่าหยิ่ง หน้าดุ ไม่ค่อยยิ้ม แต่ถึงยังไงความน่ารักก็เข้าตากรรมการ นาตาลีได้ถ่ายแบบนิตสาร รักลูก ตั้งแต่อายุสี่ห้าขวบ และเซ็นสัญญากับอาร์เอสตั้งแต่อายุสิบขวบ ก่อนจะออกอัลบัมคู่กับอีกหนึ่งสาวลูกครึ่งในอีกสอบปีถัดมา ยุคนั้นอาร์เอสออกศิลปินเด็กออกมาสามกลุ่ม คือ นาตาลี-แจ๊สกี้ อนัน อันวา และวงไจแอนท์ เวลาไปทัวร์คอนเสิร์ติต่างจัวหวัดด้วยกันนี่ซนมาก ไม่หลับไม่นอน วิ่งเล่น ซ่อนแอบห้องโน้นห้องนี้ สนุก ไม่ได้คิดอะไร เหมือนไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เพราะพ่อแม่ก็ไปด้วย ส่วนใหญ่เป็นงานร้องเพลงกลางแจ้ง ตามศสลากลางจังหวัด งานประจำปีต่างๆ สมัยนั้นบัตรแค่ 50 บาทตนดูแห่มาดูกันเยอะมากๆ พวกแฟนคลับก็ขี่มอเตอร์ไซต์ตามรถตู้ที่เรานั่ง ซื้อขนมมาให้ เขียนจดหมายมาหาที่บ้าน โทรศัพทมาคุยด้วย เป็นบรรยากาศที่สนุกมาก ผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนอำลาวงการ คือ ละครเรื่อง หน้ากากขนนกตอนนั้นนาตาลีเรียนชั้น ม.6 และกำลังจัดฟัน คาแร็กเตอร์ของเธอจึงเปลี่ยนไป ประกอบกับเอ็นทรานซ์ติดที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ และต้องไปเรียนไกลถึงองค์รักษ์ จังหวัดปทุมธานี แล้วเธอก็กลับมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ กับการถ่ายแบบชุดว่ายน้ำในนิตยสารหัวนอกชื่อดัง เป็นการกลับมาที่เรียกความสนใจได้มากเลยทีเดียว อยากกลับมาทำงานในวงการบันเทิงค่ะ ผูกพันและรักที่จะทำงานตรงนี้ คุณแม่เคยเอาดวงไปดูให้ หมอดูบอกว่าดวงหนูเป็นดวงที่รักในงานด้านศิลปะการแสดง แปลกเหมือนกันนะตอนที่เล่นละครเรื่องแรก วัยร้ายไฮสคูลไม่เคยเรียนการแสดง ไม่เคยเข้าคอร์สเอ็กติ้งมาก่อนแต่พอ ห้า-สี่-สาม-สอง-หนึ่ง เรากลับแสดงได้ทันทีโดยไม่เขิลกล้อง เธอเล่าไปยิ้มไป พอลองทำแล้วก็ทำได้ เราก็รัก และอยากทำต่อไปเรื่อยๆ ส่วนงานในวงการบันเทิงที่นาตาลีอยากทำต่อไปเรื่อยๆ คงมีแน่นอน โปรดติดตามต่อไปในชีวิตของเธอคนนี้ 2 หนุ่มน้อยแห่ง คูณสามซุปเปอร์แก๊งค์

เก๊ต-แก๊งค์ คูณสามซุปเปอร์แก๊งค์

เก๊ต-แก๊งค์ คูณสามซุปเปอร์แก๊งค์

โตขึ้นมากจนพวกเราจำเค้าราง ในสมัยที่เป้น เก๊ต-แก๊งค์ ไม่ได้เลยนะเนี่ย ลองไปคุยกับพวกเขากันว่า ห่างหายไปนาน ไปทำอะไรกันบ้างจ๊ะ พอหมดสัญญากับแกรมมี่ พวกผมเลยมาทำงานเบื้องหลังอย่างเดียว โปรดิวซ์เซอร์งานคนโน้นคนนี้ และเปิดค่ายเพลงเล็กๆเป็นของตัวเองชื่อ งอแงเรคคอร์ด เกตเล่าถึงชีวิตปัจจุบันที่นอกจากกำลังเรียนหนังสือแล้ว ทั้งคู่ไม่เคยทิ้งงานเพลงตั้งแต่เข้าวงการครั้งแรกแล้วเมื่ออายุสิบสามปี พ่อมีอิเล็กโทรเก่าๆอยู่ตัวหนึ่ง หัดเล่นกัน่ค่อยชอบเลยหันมาเล่นกีตาร์แทน ด้วยพื้นฐานการรักดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เมื่อเข้ามาทำอัลบัมแรก คูณสามซูปเปอร์แก๊งค์ ทั้งคู่ก็โชว์ฝีมือแต่งเพลงเพราๆไว้เพลงหนึ่งคือเพลง เก็บไว้ ตลกดี ติงต๊องดี แต่งตัวอะไรก็ไม่รู้ แต่พอมาถึงตอนนี้มันก็สบายใจ ถือว่าอยากทำในสิ่งที่อยากทำ ตอนนี้มาทำเพลงเองก็สบายใจไปอีกแบบ ไม่ต้องมีคนมาคอยสกรีนให้เราเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ ส่วนประสบการณ์เรื่องขึ้นเวที ทัวร์คอนเสิร์ตทำให้เรารู้ว่าอยู่บนเวทีควรทำอะไรบ้าง พอมาเจอคนก็ไม่เกร็ง กล้าเล่นกับคนมากขึ้น เราอยากอยู่เบื้องหลังแล้ว แก๊งค์ตอบคำถามว่าทำไมถึงหายไปจากเบื้อหน้า เรามีอุปกรณ์มีห้องอัดเป็นของตัวเองตั้งเต่แรกแล้ว เลยคิดว่ามาทำเบื้องหลังดีกว่า ตอนเที่เลิกคูณสามฯยังคุยกับโปรดิวเซอร์คนเก่าอยู่ เกตเสริม แต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ เพลงยังอ่อนๆ เรารู้สึกว่าน่าจะโตกว่านี้ น่าจะทำอะไรที่เราต้องการได้แล้ว เลยหายกันไป ไม่ได้เสนอเพลงกับแกรมมี่ต่อ ทุกวันนี้ เกตและแก๊งค์อยู่เบื้อหลังศิลปินหลายๆคน เช่น ก้อย วงช็อคโกแลคคิดส์, ปุ๊กปิ๊ก เฟิร์สเต็จฯ และอัลบั้ม รวมศิลปิน Together Project ส่วนเบื้อหน้าของพวกเขาอาจออกมาในรูปแบบวงดนตรีที่มีนักร้องนำเป็นผ้หญิง แต่ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ทั้งคู่มีความตั้งใจเพียงอย่างเดียวคือ อยากทำเพลงให้เยอะๆเท่านั้นพอ มาถึงสาวน้อยคนสวยอีกคน น้องแพร แห่งวง บับเบิ้ลเกิล์ล

แพร บับเบิ้ลเกิล์ล

แพร บับเบิ้ลเกิล์ล

ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าตัวเองดังขนาดไหน พอมาตอนนี้ถึงรู้ว่าเพลงเรามีคนฟังเยอะเหมือนกัน ยุคนั้นนักร้องเด็กเยอะ มีเจอาร์-วอยซ์ ไจแอนท์ นาตาลี-แจ๊สกี้ ฝั่งแกรมมี่ที่ออกมาไล่เลี่ยกันคงเป็นพี่ๆวง ซ่าซา ส่วนเพลงของวงตัวเองแพรชอบเพลงเหตุผล ที่พี่แซมเป็นคนร้อง ไม่เคยรู้เลยว่าเพลง อยากเป็นคนหนึ่งคนนั้น ที่ตัวเองเป็นคนร้องเป็นเพลงฮิต ฮิตไม่ฮิตไม่รู้ รู้แต่ว่าความไพเราะของเพลงมีเสน่ห์พอที่จะได้รับการเปิดในคลื่นวิทยุอย่าสม่ำเสมอจนถึงปัจจุบัน แพรเริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุเก้าขวบ โดยถ่ายโฆษณากับ เจ-เจตริน วรรณสิน เริ่มเข้ามาเป็นสมาชิกวงบับเบิ้ลเกิร์ลส ตอนอายุสิบสอง ออกอัลบัมมาสองชุด และแสดงละครหนึ่งเรื่อง คือ ครูพันธุ์ใหม่จิตพิสัยเดือด หลังจากนั้นเธอย้ายไปอยู่อังกฤษกับคุณแม่กับพี่สาว ใช้ชีวิตอยู่เมืองผู้ดีนานสี่ปีก่อนจะกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย เจ็ดปีที่เธอหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง ตอนนั้นไม่รู้สึกเสียดาย แพรตอบคำถามระหว่างตักไอศรีมเข้าปาก แต่ตอนนี้เสียดายอยู่เหมือนกันที่อยู่ดีๆ ก็หายไปจากวงการบันเทิงเหมือนเราทิ้งโอกาสอะไรไปรึเปล่า เพราะเราก็เต็มที่กับการร้องเพลงการแสดง ทุกครั้งที่ได้ทำมันมีความสุข ชอบออกไปอยู่บนเวทีแล้วให้คนอื่นคึกคักตามเราไปด้วย แพรคิดถึงวงการบันเทิง เธอบอก แต่พอออกมาแล้วจะกลับเข้าไปอีกทีมันยาก เดี๋ยวนี้คนมีความสามารถและหน้าตาดีๆเยอะ เราจะแข่งขันกับเขาไหวเหรอ ไม่กล้าเสนอตัวเองว่าอยากทำนั่นทำนี่ หนูสูญเสียความมั่นใจไปแล้วค่ะ เธอพูดติดตลกส่งท้ายการสนทนา ......อยากเป็นหนึ่งคนๆนั้นจัง เฝ้ามองมานานเฝ้าฝันมาตลอดเลย หากเป็นหนึ่งคนๆนั้นจริง ถ้าเป็นความจริงฉันคงเป็นสุขหัวใจ- ไม่ว่าแพรจะอยู่ในวงการบันเทิงหรือไม่ก็ตาม เพลงเพราๆที่ร้องโดยเสียงใสๆของเธอจะยังดังก้องอยู่ในใจของคนที่เติบโตมาพร้อมๆกับเธอตลอดไป หนุ่มน้อยตระกูลอันวา ที่ตอนนี้เพลงของเค้ายังเปิดอยู่ทั่วไป ดิ๊ง ด่อง นั่นก็คือ อนัน อันวา

อนันอันวา

อนัน อันวา

ผมชอบแสดงออกมาตั้งแตนห้องเรียนก็ร้องเพลง เต้น แสดงทำทุกอย่าง พอเขาให้ออกเทปตอนอายุสิบสอง ยังไม่เข้าใจอะไรมาก รู้แต่ว่าทำน่าสนุกดี ทำเล่นๆ พ่อกับพี่ชายก็บอกว่าอย่าคิดมาก ถ้าไม่สนุกก็ไม่ต้องทำ โชตดีที่งานนี้ทั้งสนุกและประสบความสำเร็จถล่มถล่าย จึงมีผลงานรวมทั้งหมดห้าอัลบัม และงานแสดงภาพยนต์รวมถึงละครในปริมาณที่พอสมควร ทั้งสนุกทั้งเหนื่อย ได้เห็นอะไรมากว่าเด็กคนอื่นๆ และบางครั้งต้องโดดเรียนเพื่อมาทำงาน ดังนั้น พออายุสิบเจ็ด ผมเลยบอกทางอาร์เอสว่าไม่อยากออกอัลบัมแล้ว อยากเรียนให้จบ อยากไปมหาวิทยาลัย อยากรู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองต้องการอะๆไร นี่คือเหตุผลที่ทำให้หนุ่มน้อย อนัน อันวา หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี จนตอนนี้จากเด็กลูกครึ่งตัวกระเปี๊ยก กลายเป็นหนุ่มสูงใหญ่ หน้าตายังมีความทะเล้นอยู่ ทว่าสุขุมและเทห์ขึ้นเป็นกอง ว่าแต่ห้าปีที่ผ่านมาเขาไปมำอะไรมา ? เรียนต่อทางด้านภาพยนต์ที่ออสเตรเลียครับ ตอนนี้เรียนไปได้สองปีแล้วแต่เหนื่อย ปีนี้เลยขอกลับมาอยู่กับครอบครัวที่เมืองไทย ค่อยกลับไปเรียนต่อปีสามที่โน่น อนันดาตั้งใจไปลองชีวิตคนเดียว อยู่อย่างคนธรรมดา เขาไม่เคยบอกใครว่าเคยเป็นนักร้องเด็กดังสุดๆ เขาสนุกกับการเล่นกีฬา สนุกกับการทำอาหารทานเอง นุกกับการเรียนและลองทำภาพยนต์ เขากำลังหาว่าที่จริงแล้วตัวเองต้องการอะไร หลังเรียนจบอยากกลับมาเมืองไทยครับ แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร ตอนนี้ยังไม่มีคำว่าแน่ๆในชีวิต ลองทำทุกอย่างไปก่อนเพื่อประสบการณ์ ในน้ำเสียงคำว่า ไม่แน่ ของเขา จับใจความคราวๆได้ว่า ไม่แน่ปีนี้เราอาจได้เห็นอนัน อันวา เวอร์ชั่นโตเป็นหนุ่มออกมาร้องเพลงโชว์สเต็ปเต้นอีกครั้งก่อนกลับไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย แต่จะเป็นกับค่ายไหน หรือกับใคร รอให้ถึงวันที่ แน่นอน ก่อนดีกว่า มองย้อนกลับไปดูตัวเองตอนนั้นก็.....ไม่รู้ เขาหัวเราะ พลางคิดนิ่ง ภูมิใจที่เราทำงานตั้งแต่เด็ก และงานออกมาดี ถ้ามีโอกาสกลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้งก้จะกลับมาครับ

อนัน อันวา

วันหนึ่ง พวกเขา และ เธอ คงกลับเข้ามาสู่ถนนบันเทิงเมืองไทย ให้ใครต่อใคร ที่กำลังคิดถึง ได้หายคิดถึงกันบ้างนะคะ...

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus