ขนมจีน ชอบภาษาญี่ปุ่น สานฝันเป็นนิสิตจุฬาฯ

ขนมจีน ชอบภาษาญี่ปุ่น สานฝันเป็นนิสิตจุฬาฯ
www.elearneasy.com

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนหน้านั้นเราได้เห็นเด็กน้อยคนนี้ในมาดของนักร้องพังค์รุ่นจิ๋ว วันนี้เราได้เห็นสาวน้อยคนนี้อีกครั้งในมาดของนักร้องป๊อปร็อก กับอัลบั้มล่าสุดของเธอ Spirit มาทำความรู้จักกับ?ขนมจีน-กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์?

ขนมจีน-กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์

ผลงานลำดับที่ 2 ขนมจีนบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ในเรื่องของเนื้อเพลง ทำนอง ที่สำคัญในเรื่องของสไตล์การร้องที่เธอคนนี้ใฝ่ฝันมานานอยากจะเป็นร็อกเกอร์ ?หนึ่งปีของขนมจีนมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นค่ะ อัลบั้มนี้ขนมจีนได้คุยกับพี่ ๆ ทีมงานโปรดิวเซอร์มากขึ้นด้วย ซึ่งพวกพี่ ๆ เขาสังเกตว่าขนมจีนดูโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สังเกตได้จากการพูดจา อัลบั้มที่แล้วจะดูดื้อ ๆ นิดหนึ่ง มีความรั้น ๆ อยู่บ้าง ผ่านไปหนึ่งปีเรามีพัฒนาการทางด้านความคิดค่ะ แนวเพลงจะโตตามวัยด้วย สไตล์เพลงเป็นป๊อปร็อก แนวเพลงนี้เป็นแนวที่ขนมจีนชอบตั้งแต่เด็ก ๆ วันนี้เราได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเราทำได้ค่ะ? นอกจากจะมีพัฒนาการทางด้านความคิดแล้ว การได้มีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้ ทางด้านเนื้อเพลงส่วนหนึ่งมาจากไดอารี่เล่มน้อยของเธอ ?เนื้อเพลงในอัลบั้มส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องราวที่อยู่ในไดอารี่ของขนมจีนค่ะ โดยปรกติขนมจีนจะเป็นศิราณี เป็นที่ปรึกษาด้านความรักให้กับเพื่อน ๆ บ่อยมาก ตัวขนมจีนเองยังไม่เคยมีแฟน (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เรื่องราวจะมาจากการอ่านหนังสือค่ะ ตอนนี้ไดอารี่มีประมาณ 2-3 เล่ม เลยเอาไปให้พี่ ๆ เขาแต่งเพลงดู ปรากฏว่าออกมาเป็นเพลงระหว่างเพื่อนกับแฟน ลองฟังกันดูนะคะ? ได้รู้จักสาวคนนี้ในภาพของการเป็นนักร้องแล้ว คราวนี้มาดูอีกฝันหนึ่งของขนมจีนเส้นนี้กันดีกว่า เธอเปรยว่าในระดับมหาวิทยาลัย ถ้าเลือกได้ขอสอบติดคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ?จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของขนมจีนเลยค่ะ เป็นฝันที่ตั้งใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ส่วนคณะที่เลือก ขนมจีนอยากเรียนคณะนิเทศศาสตร์ เพราะขนมจีนอยากรู้ให้ลึกในการทำเบื้องหลังค่ะ จากที่เคยได้แต่เห็น ไม่เคยได้ลงมือทำจริง ๆ อีกคณะที่อยากเรียนคือคณะศิลปกรรมศาสตร์ มีเรียนร้องเพลงคลาสสิก ร้องเพลงโอเปร่าไว้ด้วย ถ้านิเทศฯ ไม่ได้คงจะเข้า Voice ค่ะ เหมือนที่พี่มัดหมี่เรียน ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีโอกาสได้ร้องเพลงอยู่แล้ว แต่ถ้าเราได้เรียนรู้มากขึ้นน่าจะดีเหมือนกันนะคะ? ?แต่ขนมจีนแอบรู้มาเหมือนกันว่าที่ม.มหิดลมีเปิดสอนร้องเพลงป๊อปแล้ว (หัวเราะ) เพลงป๊อปในความคิดของขนมจีน คือเราสามารถใช้จริงได้มากกว่าคลาสสิก อยากให้จุฬาฯ เปิดสาขาป๊อปเหมือนกับที่ม.มหิดลจังเลยค่ะ เท่าที่รู้มาว่าข้อสอบข้อเขียนของจุฬาฯ ยากมาก แต่ต้องพยายามดูค่ะ? ขนมจีนบอกว่าตอนนี้ยังมีเวลาให้ตัวเองได้เก็บเกี่ยวข้อมูลจากบรรดารุ่นพี่มาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ?ตอนนี้มีถามข้อมูลจากรุ่นพี่บ้างค่ะ อย่างพี่โยชิ วง C-Quint เขาเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ อินเตอร์ จุฬาฯ มีไปปรึกษาหาความรู้จากเขาบ้างค่ะ ซึ่งพี่เขาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์มาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ขนมจีนวางแผนไว้เหมือนกัน ตอนนี้มีเวลาขนมจีนค่อย ๆ ทำโปรไฟล์ประวัติของตัวเองไปเรื่อย ๆ ก็ได้รุ่นพี่แนะนำในวิธีทำโปรไฟล์ประวัติไปเสนอหลาย ๆ มหาวิทยาลัย (ยิ้ม)?

ภาพน่ารักๆ ของขนมจีน-กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์ (คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

ได้รับรู้ความฝันของน้องขนมจีนในเรื่องการเรียนไปแล้วว่าเธอมุ่งมั่นขอเป็นนิสิตจุฬาฯ ให้ได้ ปัจจุบันขนมจีนกำลังศึกษาอยู่ชั้นม.4 โรงเรียนสตรีวิทยา ขนมจีนเลือกเรียนสายศิลป์-ญี่ปุ่น ?ขนมจีนเลือกเรียนสายศิลป์ ภาษาญี่ปุ่น เพราะว่าเมื่อต้นปีขนมจีนเพิ่งมีโอกาสได้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ไปร้องเพลงลูกทุ่งเป็นครั้งแรกค่ะ รู้สึกประทับใจประเทศนี้มาก คนญี่ปุ่นดูเป็นกันเองดี จากนั้นขนมจีนมีโอกาสได้ไปเป็นครั้งที่สองค่ะ ทำให้รู้สึกอยากพูดภาษาญี่ปุ่นได้ เพราะขนมจีนชอบทั้งภาษาและวัฒนธรรมของเขา รูปลักษณ์ของประเทศเขาจะดูเรียบร้อย เหมือนกับคนไทยเลยค่ะ ค่อนข้างมีระเบียบ ถ้าเขารีบมาก ๆ จะเว้นว่างช่องขวาไว้ให้คนรีบเดินไป ถือเป็นเรื่องที่ดีนะคะ? หลายคนบอกว่าภาษาญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างยาก มาดูว่าคำตอบของขนมจีนกับภาษาญี่ปุ่นที่เลือกเรียนนั้นยากหรือง่าย ?ขนมจีนว่าภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างยากนะคะ (หัวเราะ) เพราะว่าตัวอักษรเขาจะเยอะกว่าภาษาไทยมาก มีทั้งตัวอักษรคันจิด้วย เป็นอักษรที่เขาแปลมาจากภาษาจีนค่ะ และแต่ละเส้นจะมีความหมายหมดทุกเส้น ตอนนี้ค่อย ๆ เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ อ่านเป็นคำ ๆ ได้ และพอที่จะพูดเป็นคำศัพท์ เป็นประโยคบางประโยคได้บ้างนิดหน่อยค่ะ? เป็นนักร้องในขณะที่ควบบทบาทการเป็นนักเรียน ประกอบกับวิชาที่เรียนนั้นต้องใช้ความแม่นยำและการใส่ใจในการเรียนเป็นอย่างมาก และเธอมีเทคนิคในการเรียนอย่างไร ?การเรียนภาษาญี่ปุ่นจำเป็นต้องเข้าเรียนด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่เข้าใจในเรื่องของไวยากรณ์ การผสมคำถือว่ายากนะคะ ต้องอาศัยความขยันเยอะ ๆ อย่างบางครั้งเราไม่ได้เข้าเรียน และขนมจีนต้องอ่านหนังสือเอง ต้องจำให้ได้ด้วย วิธีการของขนมจีนในการเรียนภาษาญี่ปุ่นเองคือ หาเกมภาษาญี่ปุ่นมาหัดคัดทุกวันเลย ภาษาญี่ปุ่นต้องท่องศัพท์ให้ได้ เหมือนภาษาอังกฤษที่เราเรียนมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันเรายังไม่สามารถพูดได้เลย ภาษาญี่ปุ่นเราต้องพยายามมากกว่าเดิมหลาย ๆ เท่าเลย เพราะตอนนี้โตขึ้นแล้ว ด้วยทางโรงเรียนให้เราเลือกเรียนภาษาที่ 3 ซึ่งเราต้องทำให้ดีที่สุด อีกอย่างขนมจีนคิดว่าอายุเท่านี้เราน่าจะเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ตอนนี้สามารถผสมคำได้แล้วค่ะ? ส่วนในเรื่องผลกระทบของการทำงาน สาวน้อยคนนี้บอกว่ามีกระทบบ้างเล็กน้อย แต่วันนี้สามารถปรับตัวได้แล้ว ?ทำงานเป็นนักร้องส่งผลกระทบกับการเรียนบ้างเล็กน้อยค่ะ จากอัลบั้มที่แล้วขนมจีนยังปรับตัวไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เกรดลดลงมานิดหนึ่ง แต่พอมาถึงอัลบั้มที่ 2 ขนมจีนเริ่มจัดการกับตัวเองได้ ปรับตัวกับการเรียนได้แล้ว ตอนนี้ค่อนข้างทำได้แล้วค่ะ (ยิ้ม) ดีขึ้นมาก คือขนมจีนตั้งใจไว้แล้วว่าไม่ว่าจะทำหนักแค่ไหน ความตั้งใจคือจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยรัฐให้ได้? ?ช่วงสอบโดยปรกติขนมจีนไม่ได้อ่านหนังสือมากมายนัก (หัวเราะ) แต่จะเน้นเรียนในห้องเรียนมากกว่าค่ะ แต่เวลาเราเข้ามาทำงานแบบนี้แล้ว ต้องอาศัยว่าอ่านให้ผ่านตาไปก่อน ต้องรีบ ๆ อ่านให้เร็วกว่าคนอื่น อย่างปีที่แล้วที่เพิ่งออกอัลบั้ม ผลสอบออกมาลุ้นตัวโกงเลยค่ะ (หัวเราะ) จะสอบตกวิชาไหนบ้างนะ เทอมนี้เพิ่งรับผลสอบมาปรากฏว่าสอบผ่านหมดทุกวิชา ผลจากที่เราตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือทำให้เราได้คะแนนดีด้วย ฉะนั้นเราต้องตั้งใจยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ จะได้ได้คะแนนดี ๆ กว่านี้ ช่วงนี้คุณแม่ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่แล้วด้วยเพราะเห็นผลการเรียนของขนมจีนไม่ได้น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ และเราไม่ทิ้งการเรียนอยู่แล้ว? อนาคตของสาวอารมณ์ดีคนนี้ ขนมจีนบอกว่าตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศพร้อม ๆ กับน้องสาว ?จริง ๆ แล้วเป็นแผนของคุณแม่ค่ะ (หัวเราะ) คือคุณแม่จะวางแผนอนาคตไว้ให้กับขนมจีนและน้องสาวแล้วว่า ถ้าขนมจีนเรียนจบปริญญาตรีให้ทำงาน 1 ปีก่อนเพื่อรอให้น้องเรียนจบ จากนั้นจะไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกัน อยากจะทำอะไรในสิ่งที่ชอบ เล็งไว้ว่าอยากเรียนต่อทางด้านแฟชั่นดีไซน์เหมือนกันนะคะ ตอนนี้เก็บสตางค์ไปก่อน มอง ๆ ประเทศไว้คือออสเตรเลีย ขอเลือกเมืองที่มีคนไทยน้อย ๆ ด้วยเพื่อจะได้ฝึกภาษาอังกฤษให้กับตัวเองได้เป็นเร็วขึ้น? สุดท้ายฝากเรื่องเรียนถึงเพื่อน ๆ ว่าถึงแม้เราจะมีสิ่งไหนที่ชื่นชอบหรือว่าสนใจเป็นพิเศษ ขอให้ทำควบคู่ไปกับการเรียน ตั้งใจทำให้ดีที่สุดทั้งสองอย่าง เพื่ออนาคตของเราเอง เพราะเราไม่รู้ว่าในสิ่งที่เราชอบนั้นจะเป็นอย่างไร แต่การเรียนคืออนาคตของเราจริง ๆ ปัจจุบันนี้เราเรียนจบปริญญาตรียังหางานยากเลย ต้องเรียนเสริมขึ้นไปเพื่ออนาคตที่ดีของตัวเอง ที่มา "การศึกษาวันนี้" ผู้เขียน : oakky วิไลรัตน์ ต่ายประยูร ช่างภาพ : นายหรั่ง ++ สาระ ความรู้ การเรียน การศึกษา แฟชั่นอินเทรนด์ คลิก!!! http://campus.sanook.com/