ปุย ศรีณรงค์ สายเลือดนักดนตรี อีกหนึ่งฝัน..นักการทูต

>
ความคุ้นเคยวัยเด็กกับเครื่องดนตรี
ดนตรีเป็นสิ่งที่อยู่กับปุยตั้งแต่เกิดค่ะ เพราะคุณพ่อเป็นนักดนตรี สภาพแวดล้อม พี่ ๆ เราทั้งสองคนเขาเล่นดนตรีเหมือนกัน เรียกว่าเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ตอนแรกเล่นไปไม่ได้คิดอะไร เล่นไปให้ดีที่สุด จนกระทั่งมีโอกาสดี ๆ หลายอย่างเข้ามาในชีวิต บวกกับเราพัฒนาฝีมือและขยันด้วยเลยทำให้มาถึงตรงจุดนี้ได้ค่ะ
เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ปุยเล่นคือเปียโน แต่ถ้าเรียนจริงจังคือไวโอลิน มีช่วงหนึ่งที่ไปเรียนเปียโน แต่เรียนได้สักพักปุยรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบ เลยหันกลับมาเล่นไวโอลินเหมือนเดิม เพราะชอบที่สุดแล้ว นอกจากนี้ปุยยังแอบไปเล่นวิโอล่าด้วย (หัวเราะ) เป็นเครื่องดนตรีที่ใหญ่กว่าไวโอลิน อารมณ์คล้าย ๆ คนเล่นกีตาร์แล้วไปเล่นเบสค่ะ ค่อนข้างคล้ายคลึงกันเลยสามารถเล่นได้
ความฝันเป็นนักการทูตที่ต้องไปให้ถึง
ที่ปุยเลือกเรียนคณะนี้เพราะเป็นความฝันตั้งแต่ม.3 แล้ว คือตอนนั้นปุยชอบอ่านหนังสือมาก เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราอยากเรียนค่ะ ประกอบกับปุยไปอ่านหนังสือชื่อว่า รัฐศาสตร์สาสน์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการเมือง อ่านแล้วรู้สึกติดใจมาก เป็นบทความสั้น ๆ อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเบื่อเลยนะ ทำให้ได้รับความรู้ทั้งหมดนั้นใหม่ขึ้น อีกอย่างปุยศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย เพราะอยากรู้ว่ารัฐศาสตร์คือการเรียนอะไร จนกระทั่งเกิดความคุ้นเคยและหลงรักวิชานี้ เลยตั้งใจไว้ว่าถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะเลือกรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปุยอ่านมาหลายแนวนะ จนมาจบที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่ะ
ความจริงที่ต้องเผชิญกับการเรียน
ตอนนี้เรื่องการแบ่งเวลาเรียนอาจจะมีปัญหาบ้างค่ะ ปุยต้องจัดลำดับความสำคัญของแต่ละวิชา ตอนนี้อาจจะไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียนสักเท่าไหร่ ต้องเลือกลงวิชาที่สบาย ๆ ไปก่อน แต่ปุยจะแจ้งตารางการเรียนให้กับพี่ ๆ ให้เขารับทราบเพื่อจะได้รู้ว่าวิชาไหนของปุยขาดได้และไม่ได้บ้างค่ะ บางทีเราต้องเลือกเรียนไว้ก่อน และวางงานไว้ทีหลัง หรือบางครั้งต้องสลับตำแหน่งกันบ้าง เพราะไม่ใช่แค่ปุยคนเดียวแล้ว เป็นการทำงานของคนกลุ่มใหญ่ ซึ่งเราต้องเลือกกลุ่มใหญ่ก่อน
ความเก่งและความสามารถเฉพาะตัว
ปุยเรียนอยู่ในระดับกลาง ๆ ค่ะ เริ่มต้นม.4-5-6 เรียนดีเหมือนกัน คือปุยเป็นคนไม่ชอบพึงคนอื่น ชอบทำอะไรที่เกิดจากตัวเอง ลงมือทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ไม่ได้เป็นคนเรียนเก่งตั้งแต่เด็ก เล่นบ้าง เคยสอบตกเหมือนกัน ได้เลขเกรดสองมาแล้วด้วย
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งตั้งแต่ปุยเริ่มอ่านหนังสือเยอะ ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น เห็นมุมมองในชีวิตหลากหลายจากการอ่านหนังสือ อาจจะเรียกว่าขยันก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่เราอยากทำเอง ไม่ได้โดนบังคับ คือปุยอยากจะเป็นนักการทูต แล้วเราคิดเอาเองว่าคงไม่มีนักการทูตโง่ ๆ หรอก (หัวเราะ) เลยทำให้ตัวเองขยันอ่านหนังสือจนชิน กลับบ้านก็อ่าน ปรากฏว่าได้ผลค่ะ ทำให้เราเรียนดีได้เกรด 4.00 แต่ปุยไม่ได้เครียดอะไรนะคะ ใช้ชีวิตมีความสุขปรกติมาก คืออันไหนถ้าเครียดปุยจะไม่ทำเลย ถ้าสมมุติว่าบังคับให้ปุยอ่านหนังสือตอนที่ปุยไม่อยากอ่าน ก็จะไม่ทำ อารมณ์ประมาณศิลปินเลยค่ะ ปุยจะรู้ว่าต้องทำอะไรตอนไหน
ความรัก (ดนตรี) ช่วยให้เกิดสมาธิ
การเล่นดนตรีช่วยทุกด้านของชีวิต อย่างดนตรีโมสาจทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น การได้ฝึกซ้อมการเล่นดนตรีทำให้เราได้จดจ่อกับอะไรบางอย่างนานขึ้น ทำให้เกิดสมาธิ และสมาธิทำให้เกิดปัญญา สามารถนำไปใช้กับการเรียนหนังสือหรือการเรียนด้านอื่น ๆ ได้ค่ะ และปุยอาจจะโชคดีตรงที่ดนตรีทำให้เราเข้ามาในสังคมแบบนี้ ให้เราได้มีเพื่อนเยอะ ได้เจอคนที่มีความรักในดนตรีเหมือนกัน
ดนตรีคือทักษะที่ต้องฝึกฝน เหมือนกับหนังสือ ถ้าเราไม่อ่านก็ทำไม่ได้ ดนตรีถ้าไม่ซ้อมเล่นก็ไม่เป็นเหมือนกัน การเล่นดนตรีทำให้ปุยรู้ว่ากว่าจะได้อะไรมานั้นมันต้องลำบากก่อน ต้องมีความอดทน เรียนหนังสือไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่ต้น คนที่อ่านหนังสือได้มากกว่า คนที่สอบได้เยอะกว่า เป็นคนที่มีความอดทน ปุยเชื่ออย่างนั้น ความมุ่งมั่นในเป้าหมายของตนเอง
ในระดับมหาวิทยาลัยต้องขวนขวายหาความรู้ด้วย ปุยเป็นคนไม่เครียดแต่จะทำให้ดีที่สุด ปุยใช้คติล้มได้ แต่ต้องลุกขึ้นมาสู้ได้อีก ปุยยึดอีกคติหนึ่งคือทำตัวเองให้เหมือนเรือใบที่กางใบ เมื่อไหร่ที่โอกาสพัดเข้ามา เรือใบจะได้แล่นไปได้ คือทำตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอค่ะ
พินทุสร ศรีณรงค์ เรือใบน้อย ๆ ลำนี้กางใบและโลดแล่นด้วยความสามารถของตัวเอง แน่นอนว่าต้องไปถึงฝั่งฝันแน่นอน
ที่มา "การศึกษาวันนี้"
ผู้เขียน : oakky ช่างภาพ : พี่ดอน
ภาพน่ารักๆของ ปุย-พินทุสร ศรีณรงค์ (คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)
อัลบั้มภาพ 8 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี








