ความทรงจำ 1
ความทรงจำ 1
"วันนี้ไม่ว่าเธอจะเป็นของใคร...แต่ความทรงจำระหว่างเราจะเป็นของเราเสมอ"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่...ฉันมองไปรอบอาคารผู้โดยสารขาออกที่ เมืองอินชอน เกาหลีใต้ 2 ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านวันนี้เป็นวันที่รอคอยเลยก็ว่าได้
"유리 안녕 "(สวัสดีจ้ะ ยูริ)เสียงแหบห้าวของใครคนหนึ่งเรียก ฉันมองร่างนั้นทันที ดวงตายาวรีไม่แตกต่างจากคนอื่นเท่าไหร่นักคงผิดกันที่คนตรงหน้าออกจะสูงกว่า
"태준 오빠 "พี่แทจุน ฉันหันมาทักทายด้วยความแปลกใจ ที่จริงไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ด้วยซ้ำไป
"เธอนี่ เหลือเิกินเลยถ้าพี่ไม่ถาม ซูจองน่ะ พี่คงไม่รู้หรอกว่าเธอกลับเมืองไทยวันนี้ เธอใจดำจัง" เสียงพูดภาษาไทยแปร่งๆแม้จะไม่ชัดนักแต่ก็ถือว่าดีมากสำหรับคนที่เรียนมา 2 ปี
"หนู.. เอ่อพี่ล่ะคะ ทำไม่มาอยู่ที่นี่ล่ะ เวลาแบบนี้พี่ควรอยู่ที่ทำงานมากกว่า" ฉันพูดอำอึ้ง
"คนใจดำ จะไปก็ไม่บอก "แทจุนเอ่ยก่อนจะเอามือเสยผมลวกๆ
"พี่ไปทำงานนะ บอส คงเห็นว่าพี่พูดภาษาไทยได้ดีแล้วมั้ง เธอนี่จะอดทนไปวันมะรืนก็ไม่ได้ รีบเหลือเิกิน"
"ก็หนูคิดถึงบ้านนี่คะ "ฉันบ่นอุบอิบ
"พี่ก็ต้องเปลี่ยนตั๋วมาวันเดียวกับเธอสิ อย่าเข้าข้างตัวเองว่าพี่ชอบเธอนะ พี่ไม่มีไกด์มากกว่า อีกตั้งอาทิตย์ว่าจะได้ทำงานพี่กะว่า จะไปเที่ยวที่บ้านเธอเลย"
"หา...อะไรจะไปบ้านหนูเหรอคะทำไมพี่ไม่บอกหนูสักคำ "ฉันพูดเสียงดัง
"ก็ที..เธอยังไม่บอกพี่สักคำนี่ ไม่เอาล่ะประตูเปิดแล้ว" พี่แทจุนตัดบทไปเสียดื้อๆ ก่อนจะเดินลากกระเป๋าใบเ็ล็กเดินเข้าไปในเครื่องอย่างไม่แยแสฉันสักคำ แถมยังมานั่งใกล้ฉันอีก ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดไปหายัยซูจองทันที
"ยอโบเซโย้.. ซูจอง ฉันเองนะ เธอไม่บอกฉันเลยนะว่าพี่ชายสุดที่รักองเธอจะไปเมืองไทยวันนี้ เธอนี่.."ฉันพูดได้แค่นั้นใบหน้าขาวๆของแอร์คนสวยก็พูดกับฉันเสียงอ่อนหวานแต่เป็นเชิงตำหนิ
"กรุณาปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยนะคะ" ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆและยัยซูจองก็คงจะไหวตัวทันปิดโทรศัพท์ไปแล้ว ฉันหันมามองพี่แทจุนที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายใจ
2 ปีกว่ากับการเรียนปริญญาโทที่เกาหลีทำให้ฉันมีเพื่อนสนิทคือซูจอง คนที่มาสนิทด้วยก็คือพี่แทจุน(แน่ะ..หันมามองฉันอีกแล้วพี่คงรู้สินะว่าฉันกำลังนินทาพี่อยู่) พี่แทจุนชอบเมืองไทยมาก โดยเฉพาะมวยไทย ก็เลยขอให้ฉันสอนภาษาไทยให้ ในขณะเดียวกันเขาเองก็เป็นคนสอนภาษาเกาหลีให้ฉันแัทนแล้ว ไอ้ชื่อ ยูริ น่ะ เขาเป็นคนตั้งให้เพราะเขาบอกว่าชื่อ แก้วยอดฟ้า น่ะมันเรียกยาก ยูริ ก็็แปลว่าแก้วเหมือนกัน
"ยูริ พี่ถามจริงๆเถอะ ที่ไม่อยากให้พี่ไปเพราะเธอมีแฟนที่เมืองไทยแล้วเหรอ ถึงไม่อยากให้พี่ไปเจอกับเขาเพราะกลัวเขา เข้าใจผิด" พี่แทจุนล่ะสากหนังสือพิมพ์เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะหันมามองฉัน ดวงตายาวยังคงจ้องมาที่ฉันอย่างค้นหาคำตอบ
"เปล่า แฟนนะ หนูไม่มีหรอกนะ แต่ว่าหนูกลัวยายเข้าใจผิด"
"ยาย ฮันมอนี อ้อ" แทจุนทำท่าคิดพลางยิ้ม
"นั่นสินะใครจะมาชอบเธอกัน ขนาดอยู่ที่นี่ตั้ง 2 ปีจะหนุ่มมาจีบยังไม่มีเล้ยซักคนเดียว" เสียงพูดกลั้วหัวเราะแต่ฉันไม่ขำด้วยหรอก แต่ทันใดนั้นไฟที่อยู่ภายในเครื่องก็ดับสนิทเสียงผู้โดยสารบางคนกรีดร้องด้วยความตกใจ เสียงพนักงานที่กำลังบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบมือของพี่แทจุนจับมือฉันไว้แน่น
ในความมืดมิดแสงสว่างเพียงเล็กน้อย กำลังจะนำพาฉันไปที่แห่งใดเล่า เสียงขลุ่ยเพลงเศร้าทำนองตัดพ้อฉ้นเคยได้ยินจากที่ไหนนะ...
"วันนี้ไม่ว่าเธอจะเป็นของใคร...แต่ความทรงจำระหว่างเราจะเป็นของเราเสมอ"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่...ฉันมองไปรอบอาคารผู้โดยสารขาออกที่ เมืองอินชอน เกาหลีใต้ 2 ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านวันนี้เป็นวันที่รอคอยเลยก็ว่าได้
"유리 안녕 "(สวัสดีจ้ะ ยูริ)เสียงแหบห้าวของใครคนหนึ่งเรียก ฉันมองร่างนั้นทันที ดวงตายาวรีไม่แตกต่างจากคนอื่นเท่าไหร่นักคงผิดกันที่คนตรงหน้าออกจะสูงกว่า
"태준 오빠 "พี่แทจุน ฉันหันมาทักทายด้วยความแปลกใจ ที่จริงไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ด้วยซ้ำไป
"เธอนี่ เหลือเิกินเลยถ้าพี่ไม่ถาม ซูจองน่ะ พี่คงไม่รู้หรอกว่าเธอกลับเมืองไทยวันนี้ เธอใจดำจัง" เสียงพูดภาษาไทยแปร่งๆแม้จะไม่ชัดนักแต่ก็ถือว่าดีมากสำหรับคนที่เรียนมา 2 ปี
"หนู.. เอ่อพี่ล่ะคะ ทำไม่มาอยู่ที่นี่ล่ะ เวลาแบบนี้พี่ควรอยู่ที่ทำงานมากกว่า" ฉันพูดอำอึ้ง
"คนใจดำ จะไปก็ไม่บอก "แทจุนเอ่ยก่อนจะเอามือเสยผมลวกๆ
"พี่ไปทำงานนะ บอส คงเห็นว่าพี่พูดภาษาไทยได้ดีแล้วมั้ง เธอนี่จะอดทนไปวันมะรืนก็ไม่ได้ รีบเหลือเิกิน"
"ก็หนูคิดถึงบ้านนี่คะ "ฉันบ่นอุบอิบ
"พี่ก็ต้องเปลี่ยนตั๋วมาวันเดียวกับเธอสิ อย่าเข้าข้างตัวเองว่าพี่ชอบเธอนะ พี่ไม่มีไกด์มากกว่า อีกตั้งอาทิตย์ว่าจะได้ทำงานพี่กะว่า จะไปเที่ยวที่บ้านเธอเลย"
"หา...อะไรจะไปบ้านหนูเหรอคะทำไมพี่ไม่บอกหนูสักคำ "ฉันพูดเสียงดัง
"ก็ที..เธอยังไม่บอกพี่สักคำนี่ ไม่เอาล่ะประตูเปิดแล้ว" พี่แทจุนตัดบทไปเสียดื้อๆ ก่อนจะเดินลากกระเป๋าใบเ็ล็กเดินเข้าไปในเครื่องอย่างไม่แยแสฉันสักคำ แถมยังมานั่งใกล้ฉันอีก ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดไปหายัยซูจองทันที
"ยอโบเซโย้.. ซูจอง ฉันเองนะ เธอไม่บอกฉันเลยนะว่าพี่ชายสุดที่รักองเธอจะไปเมืองไทยวันนี้ เธอนี่.."ฉันพูดได้แค่นั้นใบหน้าขาวๆของแอร์คนสวยก็พูดกับฉันเสียงอ่อนหวานแต่เป็นเชิงตำหนิ
"กรุณาปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยนะคะ" ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆและยัยซูจองก็คงจะไหวตัวทันปิดโทรศัพท์ไปแล้ว ฉันหันมามองพี่แทจุนที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายใจ
2 ปีกว่ากับการเรียนปริญญาโทที่เกาหลีทำให้ฉันมีเพื่อนสนิทคือซูจอง คนที่มาสนิทด้วยก็คือพี่แทจุน(แน่ะ..หันมามองฉันอีกแล้วพี่คงรู้สินะว่าฉันกำลังนินทาพี่อยู่) พี่แทจุนชอบเมืองไทยมาก โดยเฉพาะมวยไทย ก็เลยขอให้ฉันสอนภาษาไทยให้ ในขณะเดียวกันเขาเองก็เป็นคนสอนภาษาเกาหลีให้ฉันแัทนแล้ว ไอ้ชื่อ ยูริ น่ะ เขาเป็นคนตั้งให้เพราะเขาบอกว่าชื่อ แก้วยอดฟ้า น่ะมันเรียกยาก ยูริ ก็็แปลว่าแก้วเหมือนกัน
"ยูริ พี่ถามจริงๆเถอะ ที่ไม่อยากให้พี่ไปเพราะเธอมีแฟนที่เมืองไทยแล้วเหรอ ถึงไม่อยากให้พี่ไปเจอกับเขาเพราะกลัวเขา เข้าใจผิด" พี่แทจุนล่ะสากหนังสือพิมพ์เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะหันมามองฉัน ดวงตายาวยังคงจ้องมาที่ฉันอย่างค้นหาคำตอบ
"เปล่า แฟนนะ หนูไม่มีหรอกนะ แต่ว่าหนูกลัวยายเข้าใจผิด"
"ยาย ฮันมอนี อ้อ" แทจุนทำท่าคิดพลางยิ้ม
"นั่นสินะใครจะมาชอบเธอกัน ขนาดอยู่ที่นี่ตั้ง 2 ปีจะหนุ่มมาจีบยังไม่มีเล้ยซักคนเดียว" เสียงพูดกลั้วหัวเราะแต่ฉันไม่ขำด้วยหรอก แต่ทันใดนั้นไฟที่อยู่ภายในเครื่องก็ดับสนิทเสียงผู้โดยสารบางคนกรีดร้องด้วยความตกใจ เสียงพนักงานที่กำลังบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบมือของพี่แทจุนจับมือฉันไว้แน่น
ในความมืดมิดแสงสว่างเพียงเล็กน้อย กำลังจะนำพาฉันไปที่แห่งใดเล่า เสียงขลุ่ยเพลงเศร้าทำนองตัดพ้อฉ้นเคยได้ยินจากที่ไหนนะ...
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

