เรียนอะไรดี? เปิด 10 คณะ "ตกงานยาก" แม้ในยุค AI ตลาดยังต้องการตัว

10 คณะเรียนจบแล้วมีแนวโน้มตกงานยาก มีคณะอะไรบ้าง? สายงานทักษะเฉพาะทางยังมั่นคง เป็นที่ต้องการของตลาด
เปิด 10 คณะและสาขาที่มีแนวโน้มตกงานยาก ตั้งแต่สายสุขภาพ เทคโนโลยี ไปจนถึงวิศวกรรมและการศึกษา เพราะตอบโจทย์งานที่สังคมยังต้องการและใช้ทักษะเฉพาะทางสูง
การเลือกคณะไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ชอบเรียนอะไร” แต่ยังพ่วงด้วยความกังวลว่าเรียนจบแล้วจะมีงานทำหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ และรูปแบบการจ้างงานใหม่กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว งานบางประเภทลดจำนวนลง ขณะที่งานสุขภาพ ดิจิทัล ความปลอดภัยไซเบอร์ และวิศวกรรมขั้นสูงกลับต้องการคนที่มีความรู้เฉพาะทางมากขึ้น
รายชื่อต่อไปนี้เป็นการจัดอันดับเชิงเนื้อหาจากลักษณะความต้องการของตลาดแรงงาน แนวโน้มอุตสาหกรรม และข้อจำกัดด้านคุณสมบัติของแต่ละวิชาชีพ ไม่ใช่อันดับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ คำว่า “ตกงานยาก” ในบทความจึงหมายถึงมีเส้นทางอาชีพค่อนข้างชัด หรือมีทักษะที่ตลาดต้องการ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้งานโดยอัตโนมัติ
10 คณะเรียนจบแล้วมีแนวโน้มตกงานยาก มีอะไรบ้าง?
| อันดับ | คณะหรือสาขา | จุดแข็งในตลาดงาน |
| 1 | แพทยศาสตร์ | เป็นวิชาชีพเฉพาะและระบบสุขภาพยังต้องการบุคลากร |
| 2 | พยาบาลศาสตร์ | ทำงานได้ทั้งโรงพยาบาล คลินิก งานผู้สูงอายุ และบริการสุขภาพ |
| 3 | เภสัชศาสตร์ | มีงานครอบคลุมโรงพยาบาล ร้านยา อุตสาหกรรมยา และงานกำกับคุณภาพ |
| 4 | ทันตแพทยศาสตร์ | เป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ใบอนุญาตและทักษะหัตถการเฉพาะด้าน |
| 5 | เทคนิคการแพทย์ | มีบทบาทสำคัญในการตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัยโรค |
| 6 | วิทยาการคอมพิวเตอร์ | ต่อยอดสู่งานซอฟต์แวร์ ระบบคลาวด์ และเทคโนโลยีดิจิทัลได้กว้าง |
| 7 | วิทยาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ | องค์กรต้องการใช้ข้อมูลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน |
| 8 | ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ | ภัยออนไลน์และข้อกำหนดด้านข้อมูลทำให้ทุกองค์กรต้องมีผู้เชี่ยวชาญ |
| 9 | วิศวกรรมศาสตร์ | รองรับการผลิต พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ |
| 10 | ครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ | ยังต้องการครูเฉพาะวิชาและบุคลากรด้านการเรียนรู้ แต่ขึ้นอยู่กับสาขาและพื้นที่ |
อันดับ 1 แพทยศาสตร์ วิชาชีพที่ระบบสุขภาพยังต้องการ
แพทยศาสตร์มีเส้นทางอาชีพชัดเจนและเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางสูง ผู้สำเร็จการศึกษาต้องผ่านกระบวนการตามหลักสูตรและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของแพทยสภาก่อนประกอบวิชาชีพ จึงไม่ใช่งานที่ผู้เรียนจากสาขาอื่นสามารถเข้ามาทดแทนได้ทันที
ความต้องการแพทย์ยังเกี่ยวข้องกับจำนวนผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง และการเข้าถึงบริการสุขภาพที่แตกต่างกันระหว่างเมืองกับพื้นที่ห่างไกล กระทรวงสาธารณสุขจึงยังมีโครงการผลิตและกระจายแพทย์เข้าสู่ระบบบริการ โดยเฉพาะพื้นที่ที่บุคลากรไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม การเรียนแพทย์ใช้เวลานาน ภาระงานสูง และต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เลือกเส้นทางนี้จึงควรพิจารณาทั้งความพร้อมด้านการเรียน ความรับผิดชอบ และความสามารถในการรับมือกับแรงกดดัน ไม่ควรเลือกเพราะเชื่อว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงเพียงอย่างเดียว
อันดับ 2 พยาบาลศาสตร์ ความต้องการเพิ่มตามสังคมสูงวัย
พยาบาลเป็นกำลังหลักของระบบสุขภาพและทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โอกาสทำงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่หอผู้ป่วยในโรงพยาบาล แต่ยังครอบคลุมคลินิก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ งานสุขภาพชุมชน งานอาชีวอนามัย และบริการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ความต้องการดูแลโรคเรื้อรัง การฟื้นฟู และการดูแลระยะยาวยิ่งเพิ่มขึ้น จึงทำให้ทักษะของพยาบาลยังมีความจำเป็นในหลายพื้นที่ ผู้ที่มีประสบการณ์และผ่านเงื่อนไขที่กำหนดยังสามารถต่อยอดไปสู่งานเฉพาะทาง งานบริหาร หรือการศึกษาพยาบาลได้
จุดที่ต้องพิจารณาคืองานพยาบาลมีเวรกลางคืน ชั่วโมงทำงานไม่แน่นอน และต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง ผู้เรียนจึงต้องมีทั้งความรู้ ความละเอียดรอบคอบ และความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงต้องสอบขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามเกณฑ์
อันดับ 3 เภสัชศาสตร์ ทำงานได้มากกว่าการจ่ายยาในร้านขายยา
เภสัชศาสตร์เป็นคณะที่ต่อยอดอาชีพได้หลายเส้นทาง ทั้งเภสัชกรโรงพยาบาล เภสัชกรชุมชนในร้านยา อุตสาหกรรมการผลิตยา งานวิจัยและพัฒนา งานควบคุมคุณภาพ งานขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ และงานด้านความปลอดภัยจากการใช้ยา
ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องมีมาตรฐานและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจตั้งแต่คุณสมบัติของยา การผลิต การเก็บรักษา ไปจนถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุผลจึงยังมีบทบาทสำคัญ ยิ่งอุตสาหกรรมสุขภาพเติบโต เส้นทางงานของผู้จบเภสัชศาสตร์ก็ยิ่งหลากหลายขึ้น
ถึงกระนั้น จำนวนงานและรายได้แตกต่างกันตามสายที่เลือกและพื้นที่ทำงาน ผู้สำเร็จการศึกษาที่ต้องการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมต้องผ่านข้อกำหนดของสภาเภสัชกรรม ขณะที่งานในภาคอุตสาหกรรมอาจต้องมีทักษะภาษาอังกฤษ กฎหมายผลิตภัณฑ์ และระบบคุณภาพเพิ่มเติม
อันดับ 4 ทันตแพทยศาสตร์ ใช้ทักษะหัตถการที่ทดแทนได้ยาก
ทันตแพทยศาสตร์เป็นวิชาชีพที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการวินิจฉัย และความละเอียดในการทำหัตถการ ผู้ที่จะให้บริการรักษาทางทันตกรรมต้องมีคุณสมบัติและใบอนุญาตตามที่ทันตแพทยสภากำหนด จึงมีข้อจำกัดในการเข้าสู่อาชีพสูง
ความต้องการไม่ได้มีเพียงการอุดฟัน ถอนฟัน หรือจัดฟัน แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคในช่องปาก การดูแลผู้สูงอายุ งานศัลยกรรมช่องปาก และทันตกรรมเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม ตลาดในบางพื้นที่อาจมีการแข่งขันสูง ขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดหรือบริการเฉพาะด้านอาจมีความต้องการแตกต่างกัน
คณะนี้จึงถือว่ามีเส้นทางอาชีพค่อนข้างชัด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตั้งคลินิกแล้วประสบความสำเร็จทันที เพราะยังมีต้นทุนเครื่องมือ การบริหารธุรกิจ การสร้างฐานผู้รับบริการ และข้อกำหนดทางวิชาชีพที่ต้องคำนึงถึง
อันดับ 5 เทคนิคการแพทย์ เบื้องหลังสำคัญของการวินิจฉัยโรค
ผลตรวจเลือด ปัสสาวะ จุลชีววิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา และการตรวจทางห้องปฏิบัติการหลายประเภท ล้วนต้องอาศัยนักเทคนิคการแพทย์ งานนี้จึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการวินิจฉัย ติดตามการรักษา และเฝ้าระวังโรค
ผู้จบสามารถทำงานในโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ศูนย์ตรวจสุขภาพ ธนาคารเลือด บริษัทเครื่องมือแพทย์ งานควบคุมคุณภาพ และงานวิจัยได้ แม้ระบบตรวจอัตโนมัติจะเข้ามาช่วยมากขึ้น แต่ยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญควบคุมกระบวนการ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และแปลผลในขอบเขตวิชาชีพ
เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ชอบงานวิทยาศาสตร์และมีความละเอียดสูง ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสภาเทคนิคการแพทย์ และควรพัฒนาทักษะด้านระบบห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีเครื่องมือ และการจัดการข้อมูลควบคู่กัน
อันดับ 6 วิทยาการคอมพิวเตอร์ ไปได้ไกลกว่างานเขียนโปรแกรม
แทบทุกอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล ระบบคลาวด์ แอปพลิเคชัน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ผู้จบวิทยาการคอมพิวเตอร์จึงสามารถทำงานได้ทั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ วิศวกรระบบ นักพัฒนาเว็บและแอปพลิเคชัน ผู้ดูแลระบบคลาวด์ นักทดสอบซอฟต์แวร์ และสายงานเทคโนโลยีอื่น
จุดแข็งของสาขานี้คือความรู้พื้นฐานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้าง ทั้งการคิดเชิงตรรกะ อัลกอริทึม โครงสร้างข้อมูล และการออกแบบระบบ แม้ AI จะช่วยสร้างโค้ดได้เร็วขึ้น แต่องค์กรยังต้องการคนที่ออกแบบระบบ ตรวจสอบความถูกต้อง แก้ปัญหาซับซ้อน และเข้าใจความต้องการทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ปริญญาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับตลาดงานสายเทคโนโลยี นายจ้างมักพิจารณาผลงานจริง ประสบการณ์ฝึกงาน ความสามารถในการใช้เครื่องมือ และทักษะภาษาอังกฤษ ผู้ที่หยุดเรียนรู้หลังจบมหาวิทยาลัยอาจเสียเปรียบ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก
อันดับ 7 Data Science และ AI ทักษะสำคัญขององค์กรที่ใช้ข้อมูลตัดสินใจ
วิทยาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์กำลังมีบทบาทตั้งแต่การตลาด การเงิน การแพทย์ การผลิต โลจิสติกส์ ไปจนถึงบริการภาครัฐ องค์กรต้องการบุคลากรที่สามารถรวบรวมข้อมูล สร้างแบบจำลอง วิเคราะห์ผล และนำ AI ไปใช้อย่างเหมาะสมกับโจทย์จริง
นโยบายส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับกิจการดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และโครงการที่ใช้บุคลากรด้านวิศวกรรม AI และ Data Science สะท้อนว่าทักษะกลุ่มนี้กำลังเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยี
แต่คำว่า AI ในวุฒิการศึกษาไม่ได้รับประกันการได้งาน ผู้เรียนต้องมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ สถิติ การเขียนโปรแกรม การจัดการข้อมูล และความเข้าใจธุรกิจ รวมถึงสามารถอธิบายผลลัพธ์และข้อจำกัดของแบบจำลองได้ หากมีเพียงทักษะใช้เครื่องมือสำเร็จรูป อาจแข่งขันในตลาดได้ยากขึ้น
อันดับ 8 Cybersecurity ทุกองค์กรที่มีข้อมูลล้วนต้องรับมือภัยไซเบอร์
เมื่อธุรกิจย้ายข้อมูลและบริการขึ้นระบบออนไลน์มากขึ้น ความเสี่ยงจากมัลแวร์ การโจมตีเรียกค่าไถ่ การรั่วไหลของข้อมูล และการหลอกลวงทางดิจิทัลก็เพิ่มตาม องค์กรจึงต้องมีคนดูแลตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนองเหตุการณ์ ไปจนถึงการจัดการความเสี่ยงและปฏิบัติตามกฎหมาย
ผู้จบสายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สามารถต่อยอดสู่งาน Security Analyst, Security Engineer, Penetration Tester, Incident Responder, Digital Forensics รวมถึงงานตรวจสอบมาตรฐานและธรรมาภิบาลด้านไอที ความต้องการไม่ได้อยู่เฉพาะธนาคารหรือบริษัทเทคโนโลยี แต่กระจายไปยังโรงพยาบาล โรงงาน หน่วยงานรัฐ และธุรกิจทั่วไป
สิ่งที่นายจ้างให้ความสำคัญมากคือทักษะภาคปฏิบัติ การฝึกในห้องทดลอง ประสบการณ์รับมือสถานการณ์จำลอง และใบรับรองวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ผู้เรียนยังต้องเข้าใจกฎหมายและจริยธรรม เพราะการทดสอบหรือเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดกฎหมายได้
อันดับ 9 วิศวกรรมศาสตร์ รองรับทั้งอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมอนาคต
วิศวกรรมศาสตร์เชื่อมโยงกับการก่อสร้าง พลังงาน การผลิต ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน ความรู้ด้านการออกแบบ วิเคราะห์ และแก้ปัญหาทางเทคนิคจึงยังจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “วิศวกรรมศาสตร์” ครอบคลุมหลายสาขาที่มีตลาดงานไม่เหมือนกัน วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกล อุตสาหการ โยธา เคมี และสิ่งแวดล้อม ล้วนตอบโจทย์คนละอุตสาหกรรม ผู้สมัครจึงควรดูแนวโน้มของสาขาย่อย ไม่ควรเลือกจากชื่อคณะเพียงอย่างเดียว
วิศวกรที่ได้เปรียบมักมีทักษะใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เข้าใจระบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารภาษาอังกฤษ และทำงานร่วมกับหลายฝ่ายได้ งานวิศวกรรมบางประเภทจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนดด้วย
อันดับ 10 ครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ยังมีงาน แต่ต้องเลือกวิชาเอกให้ตรงความต้องการ
ครูยังเป็นวิชาชีพที่สังคมขาดไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีอาจช่วยสร้างสื่อหรือค้นหาข้อมูล แต่การดูแลพัฒนาการของผู้เรียน การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการห้องเรียนยังต้องอาศัยมนุษย์ ผู้จบยังสามารถทำงานในโรงเรียน สถาบันกวดวิชา ธุรกิจการศึกษา งานฝึกอบรม และงานพัฒนาสื่อการเรียนรู้ได้
ถึงกระนั้น ไม่ใช่ทุกวิชาเอกจะมีตำแหน่งงานเท่ากัน ความต้องการอาจกระจุกตัวในวิชาเฉพาะ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ การศึกษาพิเศษ หรือพื้นที่ที่ขาดแคลนครู ผู้ที่ต้องการรับราชการยังต้องผ่านกระบวนการสอบแข่งขันและรอตำแหน่งว่าง
ดังนั้น ครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จึงไม่ได้ “ตกงานยาก” แบบไม่มีเงื่อนไข ผู้เรียนควรเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีการศึกษา การสร้างหลักสูตร การสอนออนไลน์ ภาษา และการดูแลผู้เรียนที่มีความต้องการแตกต่างกัน เพื่อเปิดเส้นทางงานให้กว้างกว่าการรอบรรจุครูเพียงทางเดียว
ทำไม 10 คณะนี้จึงมีแนวโน้มตกงานยาก?
จุดร่วมสำคัญของทั้ง 10 คณะคือสามารถตอบโจทย์สามกลุ่มงานใหญ่ ได้แก่ สุขภาพและสังคมสูงวัย เทคโนโลยีและความปลอดภัยดิจิทัล รวมถึงทักษะเฉพาะทางที่ต้องผ่านการฝึกฝนหรือการรับรอง งานเหล่านี้จำนวนมากไม่สามารถใช้คนทั่วไปเข้ามาทำแทนได้ทันที
อีกเหตุผลคือหลายสาขาไม่ได้ผูกติดกับอุตสาหกรรมเพียงประเภทเดียว ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์สามารถทำงานได้ทั้งในธุรกิจการเงิน โรงพยาบาล โรงงาน ค้าปลีก และภาครัฐ ขณะที่วิชาชีพสุขภาพมีความต้องการต่อเนื่องตามจำนวนประชากรและผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ความต้องการของตลาดไม่ได้กระจายเท่ากันทุกจังหวัดและทุกตำแหน่ง บางสาขาอาจมีการแข่งขันสูงในเมืองใหญ่ แต่ขาดแคลนในต่างจังหวัด ผู้ที่ยืดหยุ่นด้านสถานที่ทำงานและพร้อมเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมจึงมีโอกาสมากกว่า
เรียนคณะยอดนิยมอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทักษะอะไรเพิ่ม?
- ทักษะดิจิทัล: ใช้เครื่องมือ ข้อมูล และ AI ให้เหมาะกับวิชาชีพของตน
- ภาษาอังกฤษ: ช่วยเข้าถึงความรู้ มาตรฐานวิชาชีพ และโอกาสทำงานกับองค์กรต่างประเทศ
- ประสบการณ์จริง: การฝึกงาน โครงงาน และแฟ้มผลงานช่วยให้นายจ้างเห็นความสามารถมากกว่าเกรดเพียงอย่างเดียว
- การสื่อสาร: อธิบายเรื่องซับซ้อนให้คนอื่นเข้าใจและทำงานร่วมกับหลายวิชาชีพได้
- ใบอนุญาตหรือใบรับรอง: จำเป็นสำหรับวิชาชีพควบคุม และช่วยยืนยันทักษะในงานเทคโนโลยีบางประเภท
- การเรียนรู้ตลอดชีวิต: ความรู้ในมหาวิทยาลัยอาจไม่ทันกับตลาดงาน หากไม่พัฒนาตัวเองต่อเนื่อง
ก่อนเลือกคณะ อย่าดูเพียงโอกาสมีงานทำ
คณะที่ตลาดต้องการอาจไม่เหมาะกับทุกคน เพราะบางสาขาใช้เวลาเรียนนาน มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องทำงานเป็นกะ หรือรับผิดชอบต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้อื่น ขณะที่สายเทคโนโลยีและวิศวกรรมต้องอัปเดตความรู้อย่างรวดเร็วและแข่งขันด้วยผลงานจริง
ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาความถนัด เนื้อหาที่ต้องเรียน ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาเรียน เงื่อนไขใบประกอบวิชาชีพ ลักษณะงานจริง และโอกาสในพื้นที่ที่ต้องการทำงาน การพูดคุยกับคนในอาชีพหรือทดลองเรียนหลักสูตรสั้น ๆ อาจช่วยให้เห็นภาพชัดกว่าการเลือกจากกระแสเพียงอย่างเดียว
สรุป 10 คณะตกงานยาก ไม่มีคณะไหนการันตี แต่เลือกให้ตรงตลาดเพิ่มโอกาสได้
แพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ Data Science และ AI ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ เป็นกลุ่มคณะที่มีเส้นทางอาชีพชัดหรือตอบโจทย์ความต้องการสำคัญของตลาดแรงงาน
แต่ชื่อคณะไม่ใช่ใบรับประกันการมีงานทำ สิ่งที่ตัดสินโอกาสจริงคือการเรียนจนมีความสามารถ ผ่านเกณฑ์วิชาชีพ มีประสบการณ์ ใช้เทคโนโลยีเป็น และพร้อมปรับตัวตามตลาด หากเลือกคณะที่เหมาะกับตัวเองควบคู่กับการสร้างทักษะที่นายจ้างต้องการ โอกาสเริ่มต้นอาชีพอย่างมั่นคงก็มีมากขึ้น
หมายเหตุ: อันดับนี้เป็นการจัดลำดับเชิงเนื้อหาจากความเฉพาะทางของวิชาชีพ แนวโน้มด้านสุขภาพ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ใช่สถิติอัตราการว่างงานแยกตามคณะหรือการรับประกันการจ้างงานจากหน่วยงานใด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





