ไขข้อสงสัย "เสือร้องไห้" ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมต้องเรียกว่าเสือ ทั้งๆ ที่ทำจากเนื้อวัว

ไขข้อสงสัย "เสือร้องไห้" ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมต้องเรียกว่าเสือ ทั้งๆ ที่ทำจากเนื้อวัว

ไขข้อสงสัย "เสือร้องไห้" ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมต้องเรียกว่าเสือ ทั้งๆ ที่ทำจากเนื้อวัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชื่อหลอกแต่ความอร่อยจริง! ที่มาของเมนู "เสือร้องไห้" ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อเสือ

หากพูดถึงเมนูอาหารอีสานยอดนิยม หลายคนคงนึกถึง "เสือร้องไห้" เมนูเนื้อย่างหอมๆ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้าน ที่มักเป็นเมนูประจำโต๊ะทั้งในร้านอาหารและวงสังสรรค์

แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ในเมื่อเมนูนี้ใช้เนื้อวัวเป็นวัตถุดิบหลัก แล้วเหตุใดจึงมีชื่อว่า "เสือร้องไห้" ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนผสมของเนื้อเสือแต่อย่างใด วันนี้ Sanook Campus จะพาไปไขคำตอบของชื่อเมนูสุดแปลกนี้กัน

เสือร้องไห้ ใช้เนื้อส่วนไหนของวัว?

เมนูเสือร้องไห้โดยทั่วไปจะเลือกใช้เนื้อบริเวณอกหรือช่วงซี่โครงของวัว ซึ่งเป็นส่วนที่มีไขมันแทรกเล็กน้อย เนื้อมีความนุ่ม เมื่อนำมาหมักด้วยเครื่องปรุง แล้วย่างด้วยไฟอ่อนจนหอม ก่อนหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จะได้รสสัมผัสที่ฉ่ำและอร่อยเป็นเอกลักษณ์

ทำไมถึงเรียกว่า "เสือร้องไห้"?

หนึ่งในเรื่องเล่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ระบุว่า เนื้อบริเวณอกและซี่โครงของวัวเป็นส่วนที่มีโครงกระดูกปกคลุมแน่น ทำให้เสือไม่สามารถกินเนื้อส่วนนี้ได้ง่าย เพราะไม่อาจแหวกซี่โครงหรือมุดเข้าไปกัดกินได้เหมือนเนื้อส่วนอื่น

เมื่อกินเนื้อส่วนอื่นของวัวจนหมด เสือจึงทำได้เพียงทิ้งเนื้อส่วนนี้ไว้กับซาก จนมีการเปรียบเปรยว่าเสือคงเสียดายเนื้อชิ้นอร่อย จึงเป็นที่มาของชื่อ "เสือร้องไห้" ซึ่งพรานในสมัยก่อนใช้เรียกเนื้อวัวส่วนนี้

อีกหนึ่งความเชื่อที่เล่าต่อกันมา

นอกจากนี้ ยังมีคำอธิบายในเชิงขำขันว่า เนื้อส่วนนี้มีความเหนียวกว่าเนื้อส่วนอื่นเล็กน้อย เมื่อเสือกินเข้าไป เศษเนื้ออาจติดซอกฟัน จนไม่สามารถเอาออกได้ ทำให้เจ็บปวดหรือหงุดหงิดถึงขั้น "ร้องไห้" จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเมนูที่หลายคนคุ้นเคย

แม้เรื่องเล่าทั้งสองจะไม่ได้มีหลักฐานยืนยันทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน แต่ก็เป็นเกร็ดความรู้ที่ถูกเล่าขานต่อกันมานาน และทำให้เมนู เสือร้องไห้ กลายเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่มีชื่อเรียกโดดเด่นและน่าจดจำมากที่สุด

สรุป

ชื่อ "เสือร้องไห้" ไม่ได้หมายความว่าเมนูนี้ทำจากเนื้อเสือ แต่เป็นชื่อที่มาจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อวัวบริเวณอกและซี่โครง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นส่วนที่เสือกินได้ยาก จนเกิดการเปรียบเปรยว่าเสือต้องเสียดายและร้องไห้ หรืออีกความเชื่อหนึ่งคือเนื้อเหนียวจนติดฟันเสือ จึงกลายเป็นชื่อเมนูที่เรียกติดปากมาจนถึงทุกวันนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล