
รวมบทอาขยานภาษาไทย กลอนสอนใจ ครูสั่งให้ท่องสมัยประถม-มัธยม ยังจำได้ไหม?
เชื่อว่าในระดับประถมและมัธยมหลายคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ “ยืนต่อแถวหน้าโต๊ะครู” หรือ “นั่งล้อมวงท่องเสียงเจื้อยแจ้ว” เพื่อสอบท่องบทอาขยานกันมาอย่างแน่นอน แม้ในวันนั้นอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ แต่เมื่อย้อนกลับไปมองในวันนี้ บทร้อยกรองเหล่านั้นกลับกลายเป็นความทรงจำที่ยังไม่ลืมเลือน ละยังคงสอดแทรกข้อคิดเตือนใจได้ดีจนถึงปัจจุบัน
บทอาขยาน คือ บทร้อยกรองหรือคำประพันธ์ที่มีความไพเราะ มักตัดตอนมาจากวรรณคดีหรือบทกลอนที่มีคุณค่า จุดประสงค์หลักคือเพื่อใช้เป็นบทท่องจำ สอดแทรกข้อคิด คติสอนใจ และช่วยให้ผู้เรียนเห็นความงดงามของภาษาไทย
วันนี้เราจะพาย้อนเวลาไปเช็กความทรงจำกับ “บทอาขยานยอดฮิต” ที่เด็กไทยหลายรุ่นต้องเคยท่องจำจนขึ้นใจ จะมีบทไหนที่ยังจำได้บ้าง มาดูกันเลย
ยี่สิบม้วนจำจงดี
ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง
เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี
แมวเหมียว
แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียวเหมียวเดี๋ยวก็มา เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู
รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง ค่ำค่ำซ้ำนั่งระวังหนู
ควรนับว่ามันกตัญญู พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย
ผู้แต่ง: นายทัด เปรียญ จากหนังสือ ดอกสร้อยแสนรัก กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
ฝนตกแดดออก
ฝนตกแดดออก นกกระจอกแปลกใจ
โผผินบินไป ไม่รู้หนทาง
ไปพบมะพร้าว นกหนาวครวญคราง
พี่มะพร้าวใจกว้าง ขอพักสักวัน
ฝนตกแดดออก นกกระจอกพักผ่อน
พอหายเหนื่อยอ่อน บินจรผายผัน
ขอบใจพี่มะพร้าว ถึงคราวช่วยกัน
น้ำใจผูกพัน ไม่ลืมบุญคุณ
ผู้แต่ง: ฐะปะนีย์ นาครทรรพ
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย
จากหนังสือ ดอกสร้อยแสนรัก กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
วิชาเหมือนสินค้า
วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม
ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิสมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา
จากหนังสือ ดรุณศึกษา โดย ฟ.ฮีแลร์
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วดีเป็นตรา
ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนต์ให้คนเชื่อ ฉลาดเหลือวาจาปรีชาฉาน
จะกล่าวถ้อยร้อยคำไม่รำคาญ เป็นรากฐานเทิดตนพ้นลำเค็ญ
เลขเป็นโทโบราณท่านสั่งสอน เร่งสังวรเวี่ยไว้ใช่ว่าเล่น
การคำนวณควรชำนาญคูณหารเป็น ช่วยให้เด่นดีหนักหนารู้ท่าคน
หนังสือเป็นตรีวิชาปัญญาเลิศ เรียนไปเถิดรู้ไว้ไม่ไร้ผล
ยามยากแสนแค้นคับไม่อับจน ได้เลี้ยงตนด้วยวิชาหาทรัพย์ทวี
ชั่วดีเป็นตราประทับไว้กับโลก ยามวิโยคชีพยับลับร่างหนี
ที่สูญแท้ก็แต่ตัวส่วนชั่วดี คงเป็นที่ลือทั่วชั่วฟ้าดิน
ผู้แต่ง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา
พฤษภกาสร
พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
ผู้แต่ง: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส
สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพะยอม อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม
แม้นล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม ดังดูดดื่มบอระเพ็ดต้องเข็ดขม
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์ ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย
ผู้แต่ง: พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ
อย่าเกียจคร้านการเรียน
อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์ มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน ถึงคับแค้นก็พอยังประทังตน
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์ ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
เกิดเป็นชายชาวสยามตามวิสัย หนังสือไทยก็ไม่รู้ดูบัดสี
ต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี ถึงผู้ดีก็คงด้อยถอยตระกูล
จะต่ำเตี้ยเสียชื่อว่าโฉดช้า จะชักพายศลาภให้สาบสูญ
ทั้งขายหน้าญาติวงศ์พงศ์ประยูร จะเพิ่มพูนติฉินคำนินทา
หนึ่งหนังสือหรือตำรับฉบับบท เป็นของล้วนควรจดจำศึกษา
บิดาปู่สู้เสาะสะสมมา หวังให้บุตรนัดดาได้ร่ำเรียน
จะได้ทราบบาปบุญทั้งคุณโทษ ปะบุตรโฉดต่ำช้าก็พาเหียร
ไม่สมหวังดังบิดาปู่ตาเพียร เนิ่นจำเนียรแพลงพลัดกระจัดกระจาย
ผู้แต่ง: พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
สยามานุสสติ
ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม
หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เป็นมนุษย์หรือเป็นคน
เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน ย่อมเสียทีที่ตนได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบควรเรียกมนุสสา
เพราะทำถูกพูดถูกทุกเวลา เปรมปรีดาคืนวันสุขสันต์จริง
ใจสกปรกมืดมัวและร้อนเร่า ใครมีเข้าควรเรียกว่าผีสิง
เพราะพูดผิดทำผิดจิตประวิง แต่ในสิ่งนำตัวกลั้วอบาย
คิดดูเถิดถ้าใครไม่อยากตก จงรีบยกใจตนรีบขวนขวาย
ให้ใจสูงเสียได้ก่อนตัวตาย ก็สมหมายที่เกิดมาอย่าเชือนเอย
ผู้แต่ง: พระพุทธทาสภิกขุ
เมื่อทำการสิ่งใดด้วยใจรัก
เมื่อทำการสิ่งใดด้วยใจรัก ถึงงานหนักก็เบาลงแล้วครึ่งหนึ่ง
ด้วยใจรักเป็นแรงที่เร้ารึง ให้มุ่งมั่นฝันถึงซึ่งปลายทาง
เมื่อทำการสิ่งใดใจบากบั่น ไม่ไหวหวั่นอุปสรรคเป็นขวากขวาง
ถึงเหนื่อยยากพากเพียรไม่ละวาง งานทุกอย่างเสร็จเพราะกล้าพยายาม
เมื่อทำการสิ่งใดใจจดจ่อ คอยเติมต่อตั้งจิตไม่คิดขาม
ทำด้วยใจเป็นชีวิตคอยติดตาม บังเกิดผลงอกงามตามต้องการ
เมื่อทำการสิ่งใดใคร่ครวญคิด เห็นถูกผิดแก้ไขให้พ้นผ่าน
ใช้สมองตรองตริคิดพิจารณ์ ปรากฏงานก้าวไกลไม่ลำเค็ญ
ความสำเร็จจะว่าใกล้ก็ใช่ที่ จะว่าไกลฤาก็มีอยู่ให้เห็น
ถ้าจริงจังตั้งใจไม่ยากเย็น และจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล
ผู้แต่ง: บุญเสริม แก้วพรหม
พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการะเวก
บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
จงคิดตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี
พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา
ผู้แต่ง: พระสุนทรโวหาร (ภู่)
พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีเกี้ยวนางละเวง
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพานพิสวาทมิคลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป
ผู้แต่ง: พระสุนทรโวหาร (ภู่)
สังข์ทอง ตอน นางจันท์เทวีสลักชิ้นฟัก
ชิ้นหนึ่งทรงครรภ์กัลยา คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์
ชิ้นสองต้องขับเที่ยวเซซัง อุ้มลูกไปยังพนาลัย
ชิ้นสามเมื่ออยู่ด้วยยายตา ลูกยาออกช่วยขับไก่
ชิ้นสี่กัลยามาแต่ไพร ทุบสังข์ป่นไปกับนอกชาน
ชิ้นห้าบิตุรงค์ทรงศักดิ์ ให้จับตัวลูกรักมาจากบ้าน
ชิ้นหกจองจำทำประจาน ให้ประหารฆ่าฟันไม่บรรลัย
ชิ้นเจ็ดเพชฌฆาตเอาลูกยา ไปถ่วงลงคงคาน้ำไหล
เป็นเจ็ดชิ้นสิ้นเรื่องอรไท ใครใครไม่ทันจะสงกา
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)