ไขข้อสงสัย ยาคูลท์ กับ บีทาเก้น ต่างกันยังไง? รู้แล้วถึงบางอ้อ
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เฉลยแล้ว! ยาคูลท์ กับ บีทาเก้น ต่างกันยังไง? หลายคนดื่มมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้ความแตกต่าง
หากพูดถึงนมเปรี้ยวพร้อมดื่มที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง ยาคูลท์ และ บีทาเก้น อย่างแน่นอน เพราะทั้งสองแบรนด์ถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวดื่มง่าย และจุดเด่นเรื่องการมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร
แต่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทั้งที่เป็นนมเปรี้ยวเหมือนกัน รูปทรงขวดก็คล้ายกัน แถมยังมีจุลินทรีย์มีชีวิตเหมือนกัน แล้วจริงๆ ยาคูลท์ กับ บีทาเก้น แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ "ชนิดของจุลินทรีย์"
แม้ทั้งสองแบรนด์จะเป็นเครื่องดื่มนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ยาคูลท์ ใช้จุลินทรีย์สายพันธุ์ชิโรตะ
ยาคูลท์ใช้จุลินทรีย์ที่มีชื่อว่า Lactobacillus casei Shirota strain (LcS) หรือ แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ชิโรตะ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์เฉพาะที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดย ดร.มิโนรุ ชิโรตะ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
ในยาคูลท์ 1 ขวด ขนาด 80 มิลลิลิตร จะมีจุลินทรีย์สายพันธุ์ชิโรตะอยู่ประมาณ 8,000 ล้านตัว
จุลินทรีย์ชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ภายในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการทำงานของระบบขับถ่าย รวมถึงช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
บีทาเก้น ใช้จุลินทรีย์กลุ่มโพรไบโอติก
สำหรับบีทาเก้นนั้น ใช้ จุลินทรีย์โพรไบโอติก (Probiotics) ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในบีทาเก้น 1 ขวด ขนาด 85 มิลลิลิตร จะมีจุลินทรีย์อย่างน้อย 9,000 ล้านตัว
จุดเด่นของจุลินทรีย์โพรไบโอติกคือสามารถทนต่อสภาวะกรดในกระเพาะอาหารได้ดี ทำให้สามารถเดินทางไปถึงลำไส้และเข้าไปช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมการย่อยอาหารและการขับถ่าย รวมถึงช่วยลดโอกาสการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ในลำไส้

สรุป ยาคูลท์ กับ บีทาเก้น ต่างกันอย่างไร?
- ยาคูลท์ ใช้จุลินทรีย์ Lactobacillus casei Shirota strain จำนวน 8,000 ล้านตัวต่อ 80 มิลลิลิตร
- บีทาเก้น ใช้จุลินทรีย์กลุ่ม Probiotics อย่างน้อย 9,000 ล้านตัวต่อ 85 มิลลิลิตร
- ทั้งสองแบรนด์มีจุดประสงค์หลักในการช่วยดูแลสมดุลของระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย
- มีความแตกต่างกันที่สูตรและชนิดของจุลินทรีย์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์
ดังนั้น หากถามว่านมเปรี้ยวแบรนด์ไหนดีกว่ากัน คงไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะทั้งยาคูลท์และบีทาเก้นต่างก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องรสชาติ ปริมาณความหวาน และสูตรจุลินทรีย์ที่แต่ละคนเลือกดื่มเป็นประจำ
แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจเพิ่งรู้ก็คือ แม้จะเป็นนมเปรี้ยวที่หน้าตาคล้ายกันและวางขายคู่กันมานานหลายสิบปี ทว่าความแตกต่างสำคัญของทั้งสองแบรนด์กลับอยู่ที่ "จุลินทรีย์" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของผลิตภัณฑ์นั่นเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)