ทำไมต้องดอกป๊อปปี้? เปิดตำนาน วันทหารผ่านศึก กับเรื่องราวที่มากกว่าการรบ

ทำไมต้องดอกป๊อปปี้? เปิดตำนาน วันทหารผ่านศึก กับเรื่องราวที่มากกว่าการรบ

ทำไมต้องดอกป๊อปปี้? เปิดตำนาน วันทหารผ่านศึก กับเรื่องราวที่มากกว่าการรบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นดอกไมสีแดงเล็กๆ ที่เรียกว่า "ดอกป๊อปปี้" วางจำหน่ายตามที่ต่างๆ วันนี้คือ วันทหารผ่านศึก (The Thai Veterans Day) วันที่เราจะมาขอบคุณ "พี่ๆ ทหาร" ที่ยอมสละชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อปกป้องพวกเรานั่นเอง

กว่าจะมาเป็นวันนี้... เขาผ่านอะไรกันมาบ้าง?

ย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา) ทหารไทยจำนวนมากถูกปลดประจำการกระทันหัน หลายคนต้องกลับบ้านมือเปล่า บาดเจ็บ หรือพิการ ทำให้ครอบครัวลำบากมาก

ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ. 2490 กระทรวงกลาโหมยุคนั้นจึงจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลโดยตรง จนกลายเป็น องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 และใช้เป็นวันสำคัญตั้งแต่นั้นมา เพื่อให้พี่ๆ ทหารรู้ว่า "พวกเขาไม่ได้ถูกลืม"

ทำไมต้องเป็น "ดอกป๊อปปี้" สีแดง?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องดอกไม้นี้? คำตอบซึ้งมาก... สีแดงของดอกป๊อปปี้คือสัญลักษณ์แทน "เลือดของทหารหาญ" ที่หลั่งชโลมแผ่นดิน

แรงบันดาลใจมาจากสมรภูมิฟลานเดอร์ส (สงครามโลกครั้งที่ 1) ที่ทหารเสียชีวิตกันมากมาย แต่ท่ามกลางความสูญเสีย กลับมีดอกป๊อปปี้ป่าสีแดงบานสะพรั่งเต็มหลุมฝังศพ เป็นภาพที่ทั้งสวยงามและน่าเศร้า ในไทยเราเริ่มใช้สัญลักษณ์นี้ตั้งแต่ปี 2511 โดยท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เพื่อหาทุนมาดูแลครอบครัวทหาร

ดอกป๊อปปี้ดอกป๊อปปี้

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ: แลนด์มาร์คของความกล้าหาญ

ถ้าใครผ่านไปแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ จะเห็นดาบปลายปืน 5 เล่มพุ่งขึ้นฟ้า นั่นคืออนุสรณ์ที่จารึกชื่อวีรชนกว่า 801 นายที่เสียสละชีพเพื่อชาติ ตั้งแต่สงครามอินโดจีนจนถึงสงครามเกาหลี

ในปี 2026 ภารกิจขององค์การทหารผ่านศึกไม่ได้มีแค่เรื่องรบ ปัจจุบันมีการดูแลทหารผ่านศึกกว่า 3 ล้านคน! ทั้งเรื่องฝึกอาชีพ รักษาพยาบาลฟรี และการจัดสรรที่ทำกิน การสนับสนุนดอกป๊อปปี้เพียง 1 ดอก จึงไม่ใช่แค่การซื้อดอกไม้ แต่คือการส่งต่อ "ลมหายใจ" ให้กับครอบครัวผู้เสียสละ

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล