ไขความลับ ตัวอักษรใน MBTI ความหมายแต่ละตัวคือไร?
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/286/1430787/health-2025-09-08t145253.01.jpgไขความลับ ตัวอักษรใน MBTI ความหมายแต่ละตัวคือไร?

ไขความลับ ตัวอักษรใน MBTI ความหมายแต่ละตัวคือไร?

แชร์เรื่องนี้

แบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในการช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น ผลลัพธ์ของ MBTI มักจะออกมาเป็นตัวอักษร 4 ตัว เช่น ISTJ, ENFP หรือ INTJ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าตัวอักษรเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไรกันแน่? วันนี้เราจะมาไขความลับของตัวอักษร MBTI ทั้ง 4 คู่ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้กัน

ตัวอักษรใน MBTI แต่ละตัวหมายถึงอะไร?

คู่ที่ 1: แหล่งพลังงาน (Attitude): E vs. I

ตัวอักษรคู่แรกบอกว่าคุณได้พลังงานจากไหน และใช้พลังงานไปกับอะไร

  • E (Extraversion): มุ่งสู่โลกภายนอก
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ได้พลังงานจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การเข้าสังคม และการทำกิจกรรมต่างๆ ในโลกภายนอก พวกเขามักจะชอบพูดคุย แสดงความคิดเห็น และรู้สึกกระตือรือร้นเมื่อได้อยู่กับผู้คน
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนเปิดเผย เข้าถึงง่าย ชอบเข้าสังคม และชอบลงมือทำก่อนที่จะคิดวิเคราะห์อย่างละเอียด
  • I (Introversion): มุ่งสู่โลกภายใน
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ได้พลังงานจากการอยู่คนเดียว การใช้เวลาเงียบๆ เพื่อทบทวนความคิดและอารมณ์ของตัวเอง พวกเขามักจะชอบการสังเกตการณ์ คิดใคร่ครวญ และรู้สึกเหนื่อยง่ายเมื่อต้องเข้าสังคมเป็นเวลานาน
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนเงียบๆ สุขุม รอบคอบ ชอบคิดก่อนทำ และชอบความเป็นส่วนตัว

คู่ที่ 2: วิธีการรับรู้ข้อมูล (Sensing): S vs. N

ตัวอักษรคู่ที่สองบอกว่าคุณรับข้อมูลจากโลกภายนอกอย่างไร

  • S (Sensing): การรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เป็นรูปธรรม สิ่งที่สามารถมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น หรือสัมผัสได้ พวกเขามักจะโฟกัสกับรายละเอียด ความเป็นจริง และประสบการณ์ในปัจจุบัน
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนปฏิบัติจริง มีความแม่นยำในรายละเอียด ชอบใช้ข้อเท็จจริง และมีความจำดีในเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
  • N (Intuition): การรับรู้ผ่านสัญชาตญาณ
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความรู้สึก นามธรรม และความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังข้อมูล พวกเขามักจะมองภาพรวม มองหาความเชื่อมโยง และมองเห็นความเป็นไปได้ในอนาคต
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนมีจินตนาการสูง ชอบคิดนอกกรอบ มองการณ์ไกล และชอบแนวคิดหรือทฤษฎีใหม่ๆ

คู่ที่ 3: วิธีการตัดสินใจ (Judging): T vs. F

ตัวอักษรคู่ที่สามบอกว่าคุณใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ

  • T (Thinking): การใช้ความคิดและตรรกะ
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ใช้เหตุผลและตรรกะในการตัดสินใจ พวกเขามักจะเน้นความถูกต้อง ยุติธรรม และ objectivity (ความเป็นกลาง) พวกเขาจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนตรงไปตรงมา เน้นความมีเหตุผล และตัดสินใจบนพื้นฐานของตรรกะ
  • F (Feeling): การใช้ความรู้สึกและคุณค่าส่วนตัว
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ใช้คุณค่าส่วนตัวและความรู้สึกของผู้อื่นมาประกอบการตัดสินใจ พวกเขามักจะเน้นความปรองดอง เห็นอกเห็นใจ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนอ่อนไหว เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนรอบข้าง

คู่ที่ 4: รูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle): J vs. P

ตัวอักษรคู่สุดท้ายบอกว่าคุณมีรูปแบบการใช้ชีวิตแบบไหน

  • J (Judging): การมีแบบแผนและระเบียบ
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ชอบการวางแผนและมีชีวิตที่เป็นระเบียบ พวกเขารู้สึกสบายใจเมื่อได้ควบคุมสถานการณ์ และชอบทำตามแผนที่วางไว้
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนมีระเบียบ วางแผนล่วงหน้า ชอบความชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จ
  • P (Perceiving): การมีความยืดหยุ่นและปรับตัว
    • ความหมาย: คนกลุ่มนี้ชอบความยืดหยุ่นและเปิดกว้างต่อการเปลี่ยนแปลง พวกเขามักจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและพร้อมที่จะปรับตัวตามสถานการณ์
    • ลักษณะเด่น: เป็นคนปรับตัวเก่ง ยืดหยุ่น ไม่ชอบการวางแผนที่ตายตัว และชอบการมีทางเลือก

การทำความเข้าใจตัวอักษร MBTI ทั้ง 8 ตัวนี้จะช่วยให้คุณตีความผลลัพธ์ของ MBTI ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยังเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการทำความเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง รวมถึงความแตกต่างของผู้อื่นด้วยเช่นกัน

การทำความเข้าใจความหมายของตัวอักษรเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถนำข้อมูลของ MBTI ไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือแม้แต่การสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

คุณรู้จักตัวอักษร MBTI ของตัวเองดีแค่ไหน และเคยสังเกตไหมว่าตัวอักษรเหล่านี้ตรงกับบุคลิกของคุณจริงหรือไม่?