รู้จัก Institut Le Rosey โรงเรียนที่มีค่าเล่าเรียนแพงที่สุดในโลก
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เมื่อพูดถึงค่าเล่าเรียนแพง หลายคนมักนึกถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังในสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่าโรงเรียนใดครองตำแหน่ง “แพงที่สุดในโลก”
คำตอบสำหรับผู้ที่สงสัยว่า โรงเรียนที่มีค่าเล่าเรียนแพงที่สุดในโลกคือ Institut Le Rosey โรงเรียนสากลในสวิตเซอร์แลนด์ โดยค่าเล่าเรียนที่นี่สูงถึงกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ผู้ปกครองหลายคนแทบช็อกเพียงแค่ได้ยิน

แล้วอะไรทำให้ Le Rosey กลายเป็น “โรงเรียนแพงที่สุดในโลก”? ก่อนอื่น ต้องยกให้ทำเลของโรงเรียนที่สร้างความหรูหราอย่างแท้จริง Le Rosey มี 2 วิทยาเขต: วิทยาเขตฤดูร้อนตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวาที่สวยงาม และวิทยาเขตฤดูหนาวในเมืองสกีชื่อดัง Gstaad หมายความว่านักเรียนได้เรียนและใช้ชีวิตในบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง สัมผัสทั้งธรรมชาติและบรรยากาศรีสอร์ทสุดหรู
นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงเรียนก็ถือว่าหายากและหรูหรามาก นักเรียนได้ใช้ห้องเรียนดีไซน์ทันสมัย โรงภาพยนตร์ส่วนตัว โรงละคร ห้องดนตรี สนามกีฬา สระว่ายน้ำในร่ม สนามขี่ม้า ท่าเรือสำหรับฝึกพายเรือใบ พร้อมหอพักสุดหรูไม่แพ้โรงแรม 5 ดาว ด้วยการลงทุนเช่นนี้ Le Rosey จึงไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่เหมือน “เมืองจำลองของชนชั้นสูง” เลยทีเดียว
ที่ Le Rosey นักเรียนมีจำนวนจำกัดเพียงราว 400 คน มาจากกว่า 60 ประเทศ โดยแต่ละสัญชาติไม่เกิน 10% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ทำให้โรงเรียนกลายเป็นที่รวมตัวของ “อีลีท (Elite)” บุตรหลานของผู้นำ นักธุรกิจ หรือราชวงศ์สามารถพบปะและสร้างเครือข่ายตั้งแต่ยังเด็ก สำหรับครอบครัวร่ำรวย การส่งลูกเข้า Le Rosey ไม่ใช่แค่การลงทุนด้านการศึกษา แต่เป็นตั๋วทองสู่เครือข่ายสังคมทรงอิทธิพล

นอกจากค่าเล่าเรียนสูงและสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา โรงเรียนยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาใครเทียบได้ยาก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1880 และตลอดประวัติศาสตร์ได้ผลิตบุคคลสำคัญมากมาย เคยได้รับสมญานาม “โรงเรียนของ 7 พระมหากษัตริย์” เพราะเคยมีนักเรียนราชวงศ์ เช่น พระมหากษัตริย์อัลแบร์ทที่ 2 แห่งเบลเยียม พระมหากษัตริย์ฮวน คาร์ลอสที่ 1 แห่งสเปน และพระมหากษัตริย์ฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์
นักเรียน Le Rosey มักมีทักษะภาษาต่างประเทศอย่างน้อย 2–3 ภาษา เนื่องจากโรงเรียนสอนสองภาษาคืออังกฤษและฝรั่งเศส พร้อมสนับสนุนการเรียนภาษาสเปน เยอรมัน หรือจีน นอกจากนี้ ด้วยระบบสลับเรียนระหว่างวิทยาเขตฤดูร้อนและฤดูหนาว นักเรียนไม่เพียงเรียนรู้วัฒนธรรม แต่ยังฝึกกีฬาสุดหรู เช่น ขี่ม้า สกี หรือพายเรือ ทำให้การเรียนที่นี่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ครบวงจร
ปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างชื่อเสียงอันเลื่องลือให้ Le Rosey ทำให้โรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่เรียนรู้วิชาการเท่านั้น แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความเป็นอีลีท และเครือข่ายอำนาจที่ทอดยาวต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน

ข้อเท็จจริงน่าสนใจเกี่ยวกับ Le Rosey
1. สิ่งอำนวยความสะดวกภายในสุดล้ำ
โรงเรียนมีห้องนอนรวมทั้งหมด 179 ห้อง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว, 53 ห้องเรียน, 8 ห้องทดลองวิทยาศาสตร์, 14 ห้องกิจกรรมพิเศษ, อาคารพักอาศัยครู 48 ยูนิต, ห้องสมุดมีสื่อและหนังสือ 20,000–30,000 เล่ม, โรงละคร, โบสถ์, ห้องอาหาร, สนามกีฬา, ฟิตเนส ฯลฯ ครบครันภายในพื้นที่กว่า 28 เฮกตาร์ (ประมาณ 175 ไร่)
2. สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและศิลปะสุดอลังการ
โรงเรียนมีสนามเทนนิสดิน 10 สนาม, สระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง, สนามฟุตบอล, สนามรักบี้, ลู่วิ่ง, สนามยิงธนู, โรงละครกลางแจ้ง รวมถึงศูนย์ขี่ม้าและศูนย์พายเรือที่มีทั้งเรือใบ, เรือสปีดโบ๊ท และเรือยอชต์
3. การย้ายวิทยาเขตตามฤดูกาล
นักเรียนและคณะครูมากกว่า 600 คน จะย้ายจากวิทยาเขต Rolle ไปยัง Gstaad ทุกฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคม–มีนาคม โรงเรียนถือเป็นแห่งเดียวในโลกที่มีประเพณีย้ายวิทยาเขตทั้งระบบตามฤดูกาล
4. หลักสูตรมาตรฐานสากลชั้นนำ
นักเรียน 100% สำเร็จการศึกษา (French Bac หรือ International Baccalaureate) ค่าเฉลี่ย IB ของโรงเรียนอยู่ที่ 36 ในขณะที่ค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 30 และนักเรียนกว่า 60% ได้รับใบประกาศนียบัตร IB แบบสองภาษา สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงสองเท่า
5. อดีตศิษย์สุดทรงอิทธิพล
Le Rosey เคยผลิตนักเรียนหลายพันคน ซึ่งหลายคนเป็นเชื้อพระวงศ์ มหาเศรษฐี และบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงตระกูล Rothschild, Rockefeller, Hohenzollern และ Metternich กษัตริย์หลายพระองค์ เช่น พระเจ้าอัลแบร์ที่ 2 แห่งเบลเยียม พระเจ้าฮวน คาร์ลอสที่ 1 แห่งสเปน และบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น จูเลียน คาซาบลังกา (The Strokes), เทรซี เอลลิส รอสส์ (นักแสดง), ผู้อำนวยการ CIA ริชาร์ด เฮล์มส์ และอื่นๆ
อัลบั้มภาพ 8 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี








