
ลานีญา และ เอลนีโญ เปรียบเสมือนคู่หูแปรปรวนในมหาสมุทรแปซิฟิก เกิดขึ้นบริเวณเส้นศูนย์สูตร ส่งผลต่อการไหลเวียนของน้ำและกระแสลม ก่อให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วบนโลกใบนี้
เอลนีโญ (El Niño) และ ลานีญา (La Niña) คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างกระแสน้ำและชั้นบรรยากาศบริเวณแถบเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก หรือที่เรียกว่า El Niño – Southern Oscillation (ENSO) ที่ส่งผลต่อสภาพอากาศโลก โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก
เอลนีโญ (El Niño) หมายถึง "เด็กชาย" เป็นปรากฏการณ์ที่ กระแสน้ำอุ่น ไหลจากตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก อันเป็นปกติ ไหลเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นบริเวณชายฝั่งประเทศเปรู นานประมาณ 2-3 เดือน บางครั้งอาจยาวนานข้ามปี
ลานีญา (La Niña) หมายถึง "เด็กหญิง" เป็นปรากฏการณ์ที่ตรงกันข้ามกับเอลนีโญ กระแสน้ำเย็น จากใต้ทะเลลึกไหลขึ้นมาแทนที่กระแสน้ำอุ่นบริเวณชายฝั่งเปรู ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวน
ในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือมหาสมุทรที่กั้นระหว่างทวีปเอเชียและทวีปอเมริกา จะมีกระแสลมประจำภูมิภาคที่เรียกว่า "ลมสินค้า" (Trade winds) ซึ่งพัดจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้กระแสน้ำอุ่นไหลจากอเมริกาใต้มายังประเทศอินโดนีเซีย และจะเกิดฝนตกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แต่ปรากฏการณ์ เอลนีโญและลานีญา จะทำให้กระแสลมและกระแสน้ำอุ่นที่พัดมานั้นเกิดความแปรปรวน และเกิดภาวะแห้งแล้ง (เอลนีโญ) และ ฝนตกหนัก (ลานีญา)
เอลนีโญ และ ลานีญา คืออะไร
เอลนีโญ
ลานีญา
สรุป
เอลนีโญและลานีญา ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทยโดยตรง อาจเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม โรคระบาด และความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน โครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนควรติดตามข่าวสารสภาพอากาศ เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน และดูแลสุขภาพของตนเอง